เอกสารจัดซื้อจัดจ้างนับพันฉบับเผยกลยุทธ์กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนในการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ทางทหาร
นักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งสหพันธรัฐสวิส (ETH Zurich) และมหาวิทยาลัยสิงคโปร์แห่งชาติ (NUS) ได้ทำการวิเคราะห์เอกสารจัดซื้อจัดจ้างทางทหารของจีนกว่า 3,000 ฉบับ ซึ่งเผยแพร่ระหว่างปี 2563 ถึง 2566 พบว่ากองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) กำลังเร่งรัดการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการพัฒนาอาวุธและระบบสงครามสมัยใหม่ โดยเอกสารเหล่านี้มาจากแพลตฟอร์มจัดซื้อจัดจ้างออนไลน์ เช่น baixiaoshi.cn ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลสาธารณะที่หน่วยงานทหารจีนใช้ประกาศความต้องการจัดซื้อ
การวิเคราะห์ดังกล่าวครอบคลุมเอกสารจากหน่วยงานทหารหลักหลายแห่ง เช่น กองทัพเรือ กองกำลังจรวด กองบัญชาการ东部战区 และกองทัพภาคพื้นดิน โดยพบว่าคำสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ AI ปรากฏบ่อยครั้ง เช่น “อัลกอริทึม AI” “โมเดลการรู้จำภาพ” “ระบบตัดสินใจอัตโนมัติ” และ “การคำนวณแบบขนาน” ซึ่งบ่งชี้ถึงความพยายามในการผสาน AI เข้ากับระบบอาวุธเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรบ
การประยุกต์ใช้ AI ในระบบลาดตระเวนและเฝ้าระวัง
เอกสารจำนวนมากเน้นการพัฒนาระบบลาดตระเวน การเฝ้าระวัง และการรับรู้ทางข้อมูล (ISR: Intelligence, Surveillance, Reconnaissance) โดยใช้ AI ตัวอย่างเช่น หน่วยงานทหารในมณฑลกวางตุ้งประกาศจัดซื้อ “โมเดล AI สำหรับการตรวจจับเรือรบ” ซึ่งสามารถระบุประเภทเรือและตำแหน่งได้แบบเรียลไทม์จากภาพถ่ายดาวเทียมหรือโดรน นอกจากนี้ ยังมีคำขอพัฒนา “อัลกอริทึมการติดตามเป้าหมายทางทะเล” ที่ใช้ AI ในการคาดการณ์เส้นทางเคลื่อนที่ของเรือศัตรู
ในด้านอากาศยานไร้คนขับ (UAV) กองทัพจีนกำลังมองหา AI สำหรับ “ฝูงโดรนอัจฉริยะ” (swarm intelligence) โดยเอกสารจากกองทัพเรือระบุความต้องการ “ระบบควบคุมฝูงโดรนด้วย AI” ที่สามารถประสานงานกันเองโดยไม่ต้องพึ่งพาการสั่งการจากมนุษย์ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการรบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ของศัตรู
AI สำหรับการกำหนดเป้าหมายและการตัดสินใจในสนามรบ
หนึ่งในจุดเด่นคือการใช้ AI ในการกำหนดเป้าหมายอัตโนมัติ (autonomous targeting) เอกสารจากกองกำลังจรวดขอซื้อ “โมเดล AI สำหรับการระบุเป้าหมายเคลื่อนที่” ที่ผสานข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น เรดาร์ อินฟราเรด และภาพถ่าย เพื่อคำนวณจุดยิงที่แม่นยำ นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนา “ระบบตัดสินใจทางทหารด้วย AI” (military decision-making AI) ซึ่งเลียนแบบกระบวนการคิดของมนุษย์ในการวางแผนการรบ โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning) เพื่อปรับตัวตามสถานการณ์จริง
เอกสารบางฉบับเผยการทดสอบ AI ใน “การจำลองสงคราม” (war gaming) โดยใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์เพื่อฝึกระบบให้ตัดสินใจได้เร็วกว่ามนุษย์หลายเท่า เช่น การจัดการขีปนาวุธหลายลูกพร้อมกัน หรือการตอบโต้การโจมตีทางไซเบอร์
การพัฒนาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์สนับสนุน AI ทางทหาร
นอกจากซอฟต์แวร์แล้ว เอกสารยังแสดงความต้องการชิปและฮาร์ดแวร์เฉพาะทาง เช่น “ชิป AI ประสิทธิภาพสูงสำหรับระบบติดตั้งบนยานพาหนะ” จากบริษัท Huawei และ Cambricon ซึ่งออกแบบมาเพื่อการคำนวณแบบขนานในสภาพแวดล้อมรบ หน่วยงานทหารยังประกาศจัดซื้อ “คลัสเตอร์ GPU สำหรับการฝึกโมเดล AI ขนาดใหญ่” โดยระบุว่าต้องรองรับข้อมูลปริมาณมหาศาลจากเซ็นเซอร์ต่างๆ
บริษัทเอกชนชั้นนำของจีน เช่น CETC (China Electronics Technology Group) และ Norinco เข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเอกสารระบุว่าบริษัทเหล่านี้รับผิดชอบพัฒนา “แพลตฟอร์ม AI สำหรับการรบเครือข่าย” (network-centric warfare) ซึ่งเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยต่างๆ เพื่อสร้างภาพรวมสถานการณ์รบแบบเรียลไทม์
ด้านสงครามข้อมูลและสงครามจิตวิทยา
เอกสารยังครอบคลุมการใช้ AI ใน “สงครามข้อมูล” (information warfare) และ “สงครามจิตวิทยา” (cognitive warfare) เช่น การพัฒนา “โมเดล AI สำหรับวิเคราะห์โซเชียลมีเดีย” เพื่อตรวจจับข่าวปลอมหรือแนวโน้มความคิดเห็นของประชาชน หน่วยงานในเซี่ยงไฮ้ขอซื้อระบบที่ใช้ AI สร้าง “เนื้อหาข่าวปลอมอัตโนมัติ” เพื่อใช้ในการโฆษณาชวนเชื่อ
นอกจากนี้ ยังมีโครงการ “AI สำหรับการแปลภาษาเรียลไทม์ในสนามรบ” เพื่อสื่อสารกับพันธมิตรต่างชาติหรือดักฟังการสื่อสารของศัตรู
ความท้าทายและความก้าวหน้า
จากการวิเคราะห์ พบว่ากองทัพจีนเผชิญความท้าทายในการฝึกโมเดล AI เนื่องจากขาดข้อมูลจริงจากสงคราม แต่ได้ชดเชยด้วยการจำลองข้อมูลสังเคราะห์ (synthetic data) และการถ่ายภาพจำนวนมาก นักวิจัยชี้ว่าความก้าวหน้าดังกล่าวอาจนำไปสู่ “การปฏิวัติทางทหาร” คล้ายกับที่สหรัฐฯ ทำในทศวรรษ 1990 แต่ด้วยความเร็วที่สูงกว่า เนื่องจากนโยบาย “Civil-Military Fusion” ที่ผสานเทคโนโลยีพลเรือนเข้ากับทหาร
เอกสารเหล่านี้ไม่เพียงเผยกลยุทธ์ของจีน แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงทั่วโลกในการติดตามพัฒนาการทางทหาร โดยนักวิจัยแนะนำให้เฝ้าระวังแพลตฟอร์มจัดซื้อจัดจ้างเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นแหล่งข้อมูลที่เปิดเผยโดยตรงจากหน่วยงานทหาร
(จำนวนคำประมาณ 750 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)