ศาลเยอรมันตัดสินว่า การใช้เอไอไม่เพียงพอที่จะยกเลิกการละเมิดลิขสิทธิ์
ศาลเขตฮัมบูร์กแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ได้ตัดสินคดีที่มีความสำคัญเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ในภาพที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) โดยระบุว่าการใช้เครื่องมือเอไอในการสร้างภาพจากภาพต้นฉบับที่มีลิขสิทธิ์คุ้มครอง ไม่สามารถยกเลิกความรับผิดชอบทางกฎหมายด้านลิขสิทธิ์ได้ กรณีนี้เกิดจากการฟ้องร้องของบริษัท laif ซึ่งเป็นเอเจนซี่ภาพข่าวจากเยอรมนี ต่อจำเลยที่ใช้ภาพจาก Getty Images เป็นพรอมต์ (prompt) ในการสร้างภาพด้วยเครื่องมือ Midjourney ของ Stability AI
จำเลยยอมรับว่าได้ใช้ภาพจำนวน 44 ภาพจาก Getty Images เพื่อป้อนเป็นพรอมต์ให้กับ Midjourney ซึ่งเป็นเครื่องมือสร้างภาพจากข้อความที่ใช้โมเดล Stable Diffusion โดยจำเลยนำภาพที่สร้างเสร็จแล้วไปขายหรือให้ลิขสิทธิ์แก่บุคคลที่สามเพื่อการใช้เชิงพาณิชย์ ศาลพิจารณาว่าภาพที่สร้างโดยเอไอมีความคล้ายคลึงกับภาพต้นฉบับในระดับที่สามารถรับรู้ได้ โดยเฉพาะองค์ประกอบที่ได้รับการคุ้มครองด้วยลิขสิทธิ์ เช่น รูปแบบเฉพาะบุคคล สถานที่ หรือองค์ประกอบทางศิลปะ ทำให้ภาพเหล่านี้ถือเป็นงานอนุพันธ์ (derivative work) ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ของเจ้าของภาพต้นฉบับ
การตัดสินนี้ยืนยันว่ากฎหมายลิขสิทธิ์ของเยอรมนี (Urheberrechtsgesetz) ไม่มีข้อยกเว้นพิเศษสำหรับผลลัพธ์ที่สร้างโดยเอไอ แม้กระบวนการสร้างภาพจะอาศัยอัลกอริทึมที่ซับซ้อน แต่ศาลเน้นย้ำว่าต้องพิจารณาความคล้ายคลึงของผลลัพธ์สุดท้ายกับงานต้นฉบับ หากภาพที่ได้ยังคงสืบทอดลักษณะที่ได้รับการคุ้มครองอย่างชัดเจน ผู้สร้างหรือผู้เผยแพร่ก็ยังคงต้องรับผิดชอบ นอกจากนี้ ศาลยังชี้ว่าการใช้พรอมต์ที่อธิบายรายละเอียดเฉพาะเจาะจงจากภาพต้นฉบับ ยิ่งเพิ่มน้ำหนักให้เกิดการละเมิด เนื่องจากเป็นการคัดลอกองค์ประกอบที่เป็นเอกลักษณ์
คดีนี้ถือเป็นหนึ่งในคำตัดสินชัดเจนครั้งแรกในเยอรมนีที่เกี่ยวข้องกับภาพที่สร้างโดยเอไอและการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยก่อนหน้านี้ยังไม่มีแนวปฏิบัติที่แน่นอนจากศาลเยอรมันเกี่ยวกับประเด็นนี้ แม้จะมีคดีคล้ายคลึงกันในสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป แต่กรณีนี้เน้นที่การใช้พรอมต์โดยตรงจากภาพที่มีลิขสิทธิ์ ซึ่งแตกต่างจากกรณีการฝึกโมเดลเอไอทั่วไป ศาลฮัมบูร์กได้สั่งให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและค่าธรรมเนียมศาล โดยยังคงเปิดโอกาสให้อุทธรณ์ได้
ทนายความของ laif นาย Christian Frank กล่าวว่าคำตัดสินนี้เป็นก้าวสำคัญในการปกป้องสิทธิ์ของช่างภาพและเอเจนซี่ภาพข่าว ท่ามกลางการเติบโตของเครื่องมือเอไอสร้างภาพที่อาจคุกคามอุตสาหกรรมเนื้อหาเดิม เขาย้ำว่าผู้ใช้เอไอต้องตรวจสอบผลลัพธ์ให้ละเอียดเพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิด โดยไม่สามารถอ้างว่า “เอไอสร้างเอง” ได้อีกต่อไป
ด้านตัวแทนของ Stability AI ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ แต่จากแนวโน้มก่อนหน้า บริษัทมักโต้แย้งว่าการฝึกโมเดลเอไอเป็นการใช้งานที่ชอบด้วยกฎหมายภายใต้ข้อยกเว้นการใช้งานที่เป็นธรรม (fair use) หรือสิทธิ์ในการขุดข้อมูล (text and data mining) อย่างไรก็ตาม คำตัดสินนี้มุ่งไปที่ขั้นตอนการใช้งาน ไม่ใช่การฝึกโมเดล ทำให้ไม่กระทบโดยตรงต่อกระบวนการพัฒนาเอไอ แต่ส่งผลต่อผู้ใช้ปลายทางที่นำภาพที่มีลิขสิทธิ์มาใช้เป็นพรอมต์
ผลกระทบของคำตัดสินนี้ต่ออุตสาหกรรมเอไอและเนื้อหาดิจิทัลในยุโรปมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในสหภาพยุโรปที่กำลังร่างกฎหมาย AI Act ซึ่งกำหนดให้ผู้ให้บริการเอไอต้องเปิดเผยข้อมูลการฝึกโมเดลและจัดการความเสี่ยงด้านลิขสิทธิ์ คำตัดสินของศาลฮัมบูร์กอาจกลายเป็นแนวทางอ้างอิงสำหรับคดีอื่นๆ ในอนาคต ส่งเสริมให้บริษัทเอไอพัฒนาเครื่องมือที่ป้องกันการละเมิด เช่น การกรองพรอมต์หรือตรวจสอบผลลัพธ์อัตโนมัติ
นอกจากนี้ ยังสะท้อนถึงความท้าทายในการบังคับใช้กฎหมายลิขสิทธิ์ในยุคเอไอ ที่เส้นแบ่งระหว่างการสร้างสรรค์ใหม่และการคัดลอกกลายเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ผู้ประกอบการธุรกิจที่ใช้เอไอสร้างภาพเพื่อการค้าควรปรึกษากฎหมายท้องถิ่นและใช้ภาพที่ไม่มีลิขสิทธิ์หรือได้รับอนุญาต เพื่อลดความเสี่ยงทางกฎหมาย
คดีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางข้อพิพาทลิขสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก เช่น Getty Images ที่ฟ้อง Stability AI ในสหรัฐฯ ด้วยข้อหาคล้ายกัน และ New York Times ที่ฟ้อง OpenAI เรื่องการใช้เนื้อหาหนังสือพิมพ์ฝึกโมเดล ChatGPT ในเยอรมนี laif ยังคงดำเนินคดีกับผู้ละเมิดลิขสิทธิ์รายอื่นๆ โดยใช้คำตัดสินนี้เป็นฐาน
สรุปแล้ว คำตัดสินของศาลฮัมบูร์กยืนยันหลักการพื้นฐานของกฎหมายลิขสิทธิ์ว่าผลลัพธ์ที่ได้ต้องไม่ละเมิดงานต้นฉบับ แม้จะผ่านกระบวนการเอไอที่ซับซ้อนเพียงใด สร้างความชัดเจนให้กับตลาดเนื้อหาดิจิทัลในเยอรมนีและยุโรป ส่งเสริมสมดุลระหว่างนวัตกรรมเอไอและการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)