ขบวนการสวัสดิภาพสัตว์แห่งเบย์แอเรียต้องการรับสมัคร ai

ขบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ในอ่าวซานฟรานซิสโกมุ่งดึงดูดบุคลากรปัญญาประดิษฐ์

ในเขตอ่าวซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก ขบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยมุ่งเน้นการสรรหาบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อต่อสู้กับปัญหาการเลี้ยงสัตว์ในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ องค์กรเหล่านี้เชื่อว่า เทคโนโลยี AI จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดความทุกข์ทรมานของสัตว์หลายล้านตัวที่ถูกเลี้ยงในสภาวะแออัดและโหดร้าย

แฮมิช ท็อดด์ (Hamish Todd) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ SHINTA องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มุ่งพัฒนาเครื่องมือ AI สำหรับขบวนการคุ้มครองสัตว์ กล่าวว่า “เรากำลังพยายามดึงดูดผู้เชี่ยวชาญ AI ชั้นนำให้มาทำงานเพื่อสัตว์” SHINTA ก่อตั้งขึ้นในปี 2567 โดยได้รับทุนสนับสนุนจาก Open Philanthropy ซึ่งเป็นกองทุนที่สนับสนุนโครงการที่มีศักยภาพสูงในการลดความทุกข์ทรมานของสัตว์ ท็อดด์ซึ่งเคยทำงานในทีมความปลอดภัย AI ของ Google DeepMind เชื่อว่าทักษะในการพัฒนาโมเดล AI สามารถถ่ายโอนไปสู่ปัญหาสวัสดิภาพสัตว์ได้ โดยเฉพาะการคาดการณ์ผลกระทบจากการแทรกแซงต่าง ๆ

ขบวนการนี้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน “มีประสิทธิภาพสูงสุด” (Effective Altruism หรือ EA) ซึ่งให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสร้างผลกระทบสูงสุด ในอ่าวซานฟรานซิสโก กลุ่ม EA ที่มุ่งเน้นสวัสดิภาพสัตว์ได้เติบโตขึ้นอย่างมาก โดยได้รับแรงหนุนจากบุคคลสำคัญอย่างซาม อัลต์แมน (Sam Altman) ผู้ก่อตั้ง OpenAI และผู้สนับสนุนหลักของ EA องค์กรอย่าง Animal Advocacy Careers (AAC) และ Charity Entrepreneurship ได้ช่วยเหลือให้เกิดบริษัทและโครงการใหม่ ๆ กว่า 20 แห่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

หนึ่งในกลยุทธ์หลักคือการใช้ AI เพื่อพัฒนาโปรตีนทางเลือก (alternative proteins) เช่น เนื้อที่ผลิตจากพืช เซลล์ หรือความแม่นยำสูง เพื่อลดความต้องการเนื้อสัตว์จากโรงงาน นักวิจัย AI สามารถช่วยออกแบบโปรตีนใหม่ ๆ ที่มีรสชาติและเนื้อสัมผัสใกล้เคียงกับเนื้อจริง โดยใช้โมเดล generative AI ตัวอย่างเช่น โครงการของ SHINTA มุ่งพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยคาดการณ์ว่ากฎระเบียบใหม่หรือแคมเปญโฆษณาจะลดจำนวนสัตว์ที่ถูกฆ่าได้มากน้อยเพียงใด

นอกจากนี้ AI ยังถูกนำมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่จากแหล่งต่าง ๆ เช่น วิดีโอจากโรงงานเลี้ยงสัตว์ เพื่อประเมินระดับความทุกข์ทรมานของสัตว์ Faunalytics องค์กรวิจัยด้านสวัสดิภาพสัตว์ กำลังว่าจ้างวิศวกร AI เพื่อสร้างโมเดลที่ทำนายพฤติกรรมของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์โปรตีนทางเลือก โจเอล นีล (Joel Neil) หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Faunalytics ระบุว่า “AI สามารถช่วยเราวิเคราะห์ข้อมูลที่มนุษย์ไม่สามารถจัดการได้ในเวลาอันสั้น”

เงินเดือนที่องค์กรเหล่านี้เสนอให้กับผู้เชี่ยวชาญ AI สูงถึง 300,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับระดับเงินเดือนในบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Google หรือ Meta นี่เป็นเพราะการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดแรงงาน AI โดยเฉพาะในอ่าวซานฟรานซิสโก ซึ่งมีอัตราการว่างงานต่ำและความต้องการบุคลากรสูง ท็อดด์ยอมรับว่า “การจ้างงานยากมาก แต่เรากำลังพยายาม”

องค์กรเหล่านี้ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะปัญหาในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังขยายไปสู่แนวคิด “ระยะยาวนิยม” (longtermism) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปรัชญา EA ที่เชื่อว่าอนาคตของมนุษยชาติและสัตว์มีน้ำหนักมากกว่าปัจจุบัน พวกเขากังวลว่าความเสี่ยงจากการพัฒนา AI ทั่วไป (general AI) อาจนำไปสู่สถานการณ์ที่มนุษย์ถูกแทนที่และสัตว์ถูกเพิกเฉย ดังนั้น การนำ AI มาใช้เพื่อสวัสดิภาพสัตว์จึงเป็นการป้องกันความเสี่ยงในระยะยาว

ตัวอย่างโครงการที่ประสบความสำเร็จ ได้แก่ Wild Animal Initiative ซึ่งใช้ AI เพื่อศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ป่าและพัฒนาแนวทางการแทรกแซงที่ลดความทุกข์ทรมานจากโรคภัยและความหิวโหยในธรรมชาติ นอกจากนี้ ทีมงานจาก SHINTA ยังพัฒนาแพลตฟอร์มที่ช่วยให้องค์กรคุ้มครองสัตว์วางแผนแคมเปญได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยข้อมูลจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม ขบวนการนี้เผชิญความท้าทาย เช่น การขาดแคลนบุคลากรที่มีทั้งทักษะ AI และความสนใจในสวัสดิภาพสัตว์ บางคนมองว่าเป็นการ “ลักพาตัว” (poaching) พนักงานจากบริษัทเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นกำไร แต่ผู้สนับสนุนโต้แย้งว่า มันคือการใช้ทรัพยากรในพื้นที่ที่ร่ำรวยที่สุดเพื่อแก้ปัญหาใหญ่หลวงที่สุด

ในที่สุด ขบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ในอ่าวซานฟรานซิสโกกำลังเปลี่ยนโฉมหน้าของการต่อสู้เพื่อสิทธิสัตว์ โดยผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับปรัชญามีประสิทธิภาพสูงสุด พวกเขาหวังว่าจะสร้างผลกระทบที่ยั่งยืน ลดจำนวนสัตว์ที่ต้องทนทุกข์ทรมานหลายพันล้านตัวในทศวรรษข้างหน้า ด้วยการสรรหาและพัฒนาบุคลากรชั้นนำ การเคลื่อนไหวนี้อาจกลายเป็นต้นแบบสำหรับการใช้ AI ในภารกิจสังคมอื่น ๆ ทั่วโลก

(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)