ชายวางเพลิงเผาบ้านแซม อัลต์แมน น่าจะถูกขับเคลื่อนด้วยความกลัว ai ทำมนุษย์สูญพันธุ์

ชายผู้ก่อวินาศกรรมบ้านของแซม อัลต์แมน น่าจะถูกขับเคลื่อนด้วยความหวาดกลัวการสูญพันธุ์ของมนุษยชาติจากปัญญาประดิษฐ์

เมื่อเช้าตรู่ของวันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน 2567 ชายวัย 36 ปีชื่อ อัซฮาร์ (Azhar) ได้ก่อเหตุโยนระเบิดเพลิงหรือค็อกเทลโมโลตอฟสองลูกเข้าไปในบ้านพักส่วนตัวมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ของแซม อัลต์แมน (Sam Altman) ซีอีโอของบริษัท OpenAI ในย่านไฮเอนด์ของนครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้กับสวนสาธารณะพาไลส ของเดลี (Palace of Fine Arts) ซึ่งเป็นทำเลอันหรูหรา

เหตุการณ์เกิดขึ้นราวตี 5 เศรษฐกิจ โดยอัซฮาร์ขับรถมาจอดหน้าบ้านของอัลต์แมน จากนั้นลงจากรถพร้อมถือขวดระเบิดเพลิงสองขวด ก่อนโยนเข้าไปในบริเวณบ้าน ลูกแรกตกลงพื้นใกล้ทางเข้าหลัก ทำให้เกิดเพลิงไหม้เล็กน้อย ขณะที่ลูกที่สองตกลงพื้นหญ้าใกล้รั้วบ้านและดับลงก่อนระเบิด กล้องวงจรปิดของบ้านจับภาพผู้ก่อเหตุชัดเจน รวมถึงป้ายทะเบียนรถที่เขาใช้หลบหนี ซึ่งเป็นรถเช่าจาก Hertz ตำรวจสามารถตามตัวเขาได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง โดยจับกุมที่บริเวณใกล้สนามบินซานฟรานซิสโก

อัซฮาร์ถูกตั้งข้อหาหนักหลายกระทง ประกอบด้วย พยายามฆ่า, ครอบครองอุปกรณ์ทำลายล้าง, ใช้เครื่องมืออันตรายก่ออาชญากรรมรุนแรง และบุกรุกทรัพย์สิน เขาให้การรับสารภาพต่อเจ้าหน้าที่ และถูกคุมขังโดยไม่มีเงินประกันตัว คำร้องขอประกันตัวของเขาถูกปฏิเสธในศาลเมื่อวันพุธ โดยผู้พิพากษาพิจารณาว่าเขาเป็นภัยคุกคามสูง

เอกสารของศาลที่เปิดเผยต่อสาธารณะชี้ให้เห็นถึงแรงจูงใจที่ชัดเจนของผู้ก่อเหตุ ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับความกังวลเรื่องความเสี่ยงจากปัญญาปลอมประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะภัยคุกคามการสูญพันธุ์ของมนุษยชาติ ตำรวจค้นพบเอกสาร Google Docs ชื่อ “My Summer Plan” หรือ “แผนฤดูร้อนของฉัน” ในอุปกรณ์ของเขา ซึ่งบันทึกแผนการสังหารอัลต์แมนอย่างละเอียด เอกสารดังกล่าวระบุว่า “เป้าหมายหลักคือการฆ่าแซม อัลต์แมน ซีอีโอของ OpenAI” โดยให้เหตุผลว่า อัลต์แมนคือผู้ผลักดัน AI ไปสู่จุดที่อาจนำไปสู่จุดจบของมนุษยชาติ

ในเอกสาร อัซฮาร์แสดงความหมกมุ่นกับแนวคิดเรื่อง “AI extinction risks” หรือความเสี่ยงการสูญพันธุ์จาก AI เขาเชื่อว่า AI ที่พัฒนาอย่างรวดเร็วจะนำไปสู่การทำลายล้างมนุษยชาติ และมองว่าผู้นำในวงการ AI เช่น อัลต์แมน คือผู้รับผิดชอบหลัก เขาอ้างถึงแนวคิดจากกลุ่ม Effective Altruism (EA) ซึ่งเน้นการป้องกันความเสี่ยงจากการสูญพันธุ์ของมนุษย์ รวมถึงเว็บไซต์ eAISafety.org ที่รวบรวมรายชื่อผู้เชี่ยวชาญด้าน AI กว่า 1,000 คนซึ่งเคยลงนามคำเตือนเรื่องความเสี่ยงดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังพบโน้ตเพิ่มเติมในโทรศัพท์ของเขา เช่น “AI จะนำไปสู่การสูญพันธุ์ของมนุษย์ ต้องหยุดยั้ง” และ “OpenAI กำลังเร่งสร้าง AGI (Artificial General Intelligence) ที่จะครองโลก” เขาเปรียบเทียบตัวเองกับนักปฏิบัติงานเพื่อมนุษยชาติ โดยอ้างถึงบุคคลในประวัติศาสตร์ที่ใช้ความรุนแรงเพื่อจุดประสงค์สูงส่ง เช่น จอห์น วิลก์ส บูธ ผู้ลอบสังหารอับราฮัม ลินคอล์น อัซฮาร์ยังวางแผนสำรอง หากไม่สำเร็จในการโจมตีอัลต์แมน เขาจะหันไปสังหารดาเรน (Dario Amodei) ซีอีโอของ Anthropic ซึ่งเป็นบริษัท AI คู่แข่งที่เน้นความปลอดภัยมากกว่า

พื้นหลังของอัซฮาร์เผยให้เห็นว่าเขาเป็นวิศวกรซอฟต์แวร์ที่อาศัยอยู่ในเบิร์กลีย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ใกล้กับซานฟรานซิสโก เขาเคยโพสต์ข้อความต่อต้าน AI บนโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์ม X (อดีต Twitter) ซึ่งแสดงความไม่พอใจต่อการพัฒนา AI อย่างรวดเร็วของ OpenAI แม้จะไม่มีประวัติอาชญากรรมมาก่อน แต่เจ้าหน้าที่ระบุว่าเขาแสดงอาการทางจิตที่ไม่เสถียร โดยเฉพาะความหมกมุ่นกับทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับ AI

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งในวงการ AI ที่รุนแรงขึ้น โดยมีกลุ่มฝ่ายตรงข้ามกันสองฝั่งหลัก คือ Effective Accelerationism (e/acc) ซึ่งสนับสนุนการพัฒนา AI อย่างเร่งด่วนเพื่อประโยชน์สูงสุด และฝ่ายที่กังวลเรื่องความปลอดภัย (AI Safety) ซึ่งเรียกร้องให้ชะลอหรือควบคุมการพัฒนา อัลต์แมนเองเคยถูกวิจารณ์จากทั้งสองฝั่ง โดยเฉพาะหลังจาก OpenAI เปลี่ยนโครงสร้างจากองค์กรไม่แสวงผลกำไรสู่บริษัทเอกชนที่มุ่งเน้นกำไร

การโจมตีครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการที่ความกังวลเรื่อง AI เข้าสู่ขั้นตอนอันตราย โดยเปลี่ยนจาก辩论ทางปัญญาสู่ความรุนแรงจริง ตำรวจยืนยันว่าไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายอื่นๆ และมองว่าเป็นการกระทำเดี่ยวของบุคคลที่หมกมุ่นกับอุดมการณ์ ศาลจะพิจารณาคดีต่อไปในเดือนธันวาคมนี้ โดยอัซฮาร์อาจเผชิญโทษจำคุกตลอดชีวิตหากถูกตัดสินว่ามีความผิด

เหตุการณ์ดังกล่าวจุดประกายให้เกิดการถกเถียงในวงกว้างเกี่ยวกับความรับผิดชอบของผู้นำเทคโนโลยี AI ในการจัดการกับความกลัวของสาธารณชน และความจำเป็นในการเสริมมาตรการรักษาความปลอดภัยส่วนบุคคลของผู้บริหารระดับสูงในซิลิคอนแวลลีย์ ซึ่งเผชิญภัยคุกคามเพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งทางอุดมการณ์

(จำนวนคำประมาณ 728 คำ)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)