เกร็ก บร็อกแมน คาดการณ์ว่า ai จะช่วยให้ทีมเล็กๆ สร้างผลงานเทียบเท่าทีมใหญ่ หากพวกเขามีกำลังซื้อคอมพิวต์เพียงพอ

เกรก บร็อคแมน คาดการณ์ว่า AI จะช่วยให้ทีมขนาดเล็กมีผลผลิตเทียบเท่าทีมขนาดใหญ่ หากสามารถจ่ายค่าคอมพิวต์ได้

เกรก บร็อคแมน ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานแห่ง OpenAI ได้ให้ความเห็นในการประชุม Y Combinator AI Startup School ครั้งแรก ซึ่งจัดขึ้นที่ซานฟรานซิสโกเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2567 โดยเขาได้คาดการณ์ถึงอนาคตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ว่า AI จะช่วยให้ทีมขนาดเล็กสามารถสร้างผลผลิตได้เทียบเท่ากับทีมขนาดใหญ่ในปัจจุบัน แต่ข้อกำหนดสำคัญคือต้องสามารถเข้าถึงทรัพยากรคอมพิวต์ (compute) ที่เพียงพอ

บร็อคแมน เน้นย้ำว่า “ในอนาคต ผลผลิตของทีมขนาดเล็กจะเทียบเท่ากับผลผลิตของทีมขนาดใหญ่ในยุคปัจจุบัน แต่ปัจจัยนำเข้า (input) ที่สำคัญคือคอมพิวต์” การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากการที่ AI กำลังเปลี่ยนรูปแบบของการผลิตผลงาน จากที่เคยพึ่งพาแรงงานคนจำนวนมาก สู่การพึ่งพาความสามารถในการคำนวณที่ทรงพลังมากขึ้น เขายกตัวอย่างว่ารุ่นโมเดล o1 ของ OpenAI ซึ่งมีความสามารถในการใช้เหตุผล (reasoning) ที่ใกล้เคียงกับผู้เชี่ยวชาญมนุษย์ในบางสาขา สามารถช่วยให้บุคคลหรือทีมเล็กๆ ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง

อย่างไรก็ตาม บร็อคแมน ชี้ให้เห็นถึงอุปสรรคหลัก คือต้นทุนของคอมพิวต์ที่สูงลิ่ว การรันโมเดล AI ขนาดใหญ่ เช่น o1 ต้องใช้ทรัพยากรคำนวณมหาศาล โดยเฉพาะในการฝึกฝน (training) และการอนุมาน (inference) เขาเปรียบเทียบว่าการฝึกโมเดล GPT-4 ในอดีตมีต้นทุนราว 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ในปัจจุบัน ต้นทุนต่อโทเค็น (token) ลดลงอย่างมาก เนื่องจากประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ที่พัฒนาขึ้น อย่างไรก็ตาม การスケลอัพโมเดลให้ดีขึ้นตามกฎของการスケลอัพ (scaling laws) ยังคงต้องการคอมพิวต์ในปริมาณที่เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ

บร็อคแมน ยังได้พูดถึงแนวโน้มในอนาคต โดยระบุว่า OpenAI กำลังมุ่งมั่นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้คอมพิวต์เข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่คอมพิวต์จะกลายเป็นปัจจัยกำหนดหลักในการแข่งขัน ทีมหรือบริษัทที่สามารถจ่ายค่าคอมพิวต์ได้ จะมีข้อได้เปรียบอย่างมากในการสร้างผลผลิตที่เทียบเท่ากับองค์กรขนาดใหญ่ เขายกตัวอย่างว่าบริษัทขนาดเล็กที่ใช้ AI สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้รวดเร็ว โดยไม่ต้องมีทีมวิศวกรนับร้อยคนเหมือนในอดีต

ในการให้คำแนะนำแก่สตาร์ทอัพ บร็อคแมน แนะนำให้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาแอปพลิเคชัน (applications) ที่ใช้โมเดล AI ที่มีอยู่แล้ว แทนที่จะพยายามสร้างโมเดลพื้นฐาน (foundation models) ด้วยตัวเอง เนื่องจากต้นทุนในการสร้างโมเดลพื้นฐานสูงเกินไปสำหรับทีมเล็ก เขาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกระจายสินค้า (distribution) และการหาจุดที่เหมาะสมระหว่างผลิตภัณฑ์กับตลาด (product-market fit) ซึ่งเป็นจุดแข็งของสตาร์ทอัพขนาดเล็ก

นอกจากนี้ บร็อคแมน ยังพูดถึงพัฒนาการล่าสุดของ OpenAI เช่น โมเดล o1 ที่แสดงศักยภาพในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน โดยใช้เทคนิคการคิดแบบ chain-of-thought ซึ่งช่วยให้ AI สามารถวางแผนและตรวจสอบเหตุผลของตัวเองได้ดีขึ้น สิ่งนี้ยืนยันถึงแนวโน้มที่ AI จะกลายเป็นเครื่องมือหลักในการเพิ่มผลผลิต โดยเฉพาะในสาขาวิศวกรรม วิทยาศาสตร์ และการวิจัย

บร็อคแมน มองว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะนำไปสู่ยุคใหม่ของการประกอบธุรกิจ โดยทีมขนาดเล็กที่เข้าถึงคอมพิวต์ได้ จะสามารถแข่งขันกับยักษ์ใหญ่ได้อย่างสูสี อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าการขาดแคลนคอมพิวต์อาจกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ หากไม่มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอในระดับโลก OpenAI จึงกำลังลงทุนในด้านนี้อย่างหนัก เพื่อให้เทคโนโลยี AI กระจายไปสู่ผู้ประกอบการทุกขนาด

การกล่าวสุนทรพจน์ของบร็อคแมน สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ OpenAI ในการทำให้ AI เป็นเครื่องมือที่เปิดกว้าง โดยเน้นที่การลดอุปสรรคด้านคอมพิวต์ สตาร์ทอัพที่ต้องการประสบความสำเร็จในยุค AI ควรเตรียมพร้อมรับมือกับต้นทุนดังกล่าว และมุ่งเน้นกลยุทธ์ที่ใช้ประโยชน์จากโมเดลที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

(จำนวนคำประมาณ 650 คำ)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)