Anthropic ถูกกำหนดอย่างเป็นทางการว่าเป็นความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน, CEO Amodei ประกาศท้าทายทางกฎหมายหากไม่

แอนโทรปิกถูกกำหนดสถานะความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานอย่างเป็นทางการ ซีอีโอ ดาริโอ อาโมเดีย ประกาศท้าทายทางกฎหมาย

กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา (DoD) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า แอนโทรปิก (Anthropic) ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชั้นนำ ได้รับการกำหนดสถานะเป็น “บุคคลที่ถูกครอบคลุมซึ่งเป็นความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน” (Covered Person Posing a Supply Chain Risk) ตามมาตรา 224 ของพระราชบัญญัติกำหนดงบประมาณด้านชาติและความมั่นคงแห่งชาติประจำปีงบประมาณ 2020 (National Defense Authorization Act for Fiscal Year 2020 หรือ NDAA 2020) การกำหนดสถานะดังกล่าวนี้มีผลให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ไม่สามารถจัดซื้อหรือใช้ผลิตภัณฑ์และบริการจากแอนโทรปิกได้ เว้นแต่จะได้รับการยกเว้นพิเศษ

ดาริโอ อาโมเดีย ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งแอนโทรปิก ได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X (อดีตทวิตเตอร์) เพื่อแจ้งให้ทราบถึงเรื่องนี้ โดยระบุว่า “วันนี้เราได้รับแจ้งว่าเราได้ถูกรวมอยู่ในรายชื่อ ‘ความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน’ ของกระทรวงกลาโหมตามมาตรา 224 ของ NDAA การกำหนดสถานะนี้เป็นการเข้าใจผิดอย่างร้ายแรง และเราจะท้าทายมันทางกฎหมาย” การประกาศดังกล่าวสะท้อนถึงจุดยืนที่เด็ดเดี่ยวของบริษัทในการต่อสู้กับการตัดสินใจที่บริษัทมองว่าไม่สมเหตุสมผล

มาตรา 224 ของ NDAA 2020 เป็นกฎหมายที่กำหนดให้กระทรวงกลาโหยมต้องระบุรายชื่อบุคคลหรือนิติบุคคลที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความมั่นคงของชาติและการป้องกันประเทศ การกำหนดสถานะนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจัดหาและการใช้เทคโนโลยีจากบริษัทดังกล่าวในหน่วยงานรัฐบาลกลาง รวมถึงกระทรวงกลาโหมเอง โดยหน่วยงานเหล่านี้จะถูกห้ามไม่ให้ทำสัญญา จัดซื้อ หรือใช้บริการใด ๆ จากแอนโทรปิก เว้นแต่จะได้รับการอนุมัติยกเว้นจากผู้มีอำนาจที่เหมาะสม ซึ่งกระบวนการดังกล่าวมักจะซับซ้อนและใช้เวลานาน

แอนโทรปิกก่อตั้งขึ้นในปี 2021 โดยทีมงานกลุ่มหนึ่งซึ่งรวมถึงอาโมเดียและอดีตพนักงานจากโอเพ่นไอ (OpenAI) บริษัทนี้มุ่งเน้นการพัฒนาโมเดล AI ที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ โดยมี Claude ซึ่งเป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) เป็นผลิตภัณฑ์หลัก ปัจจุบัน แอนโทรปิกได้รับการสนับสนุนทางการเงินจำนวนมหาศาลจากนักลงทุนชั้นนำ เช่น อเมซอน (Amazon) ซึ่งลงทุนไปกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และกูเกิล (Google) ซึ่งให้สิทธิ์เข้าถึงหน่วยประมวลผล Tensor Processing Units (TPUs) นอกจากนี้ ยังมีนักลงทุนอื่น ๆ เช่น แฟมิลีออฟฟิศของอีลอน มัสก์ และกองทุนต่าง ๆ ที่สนับสนุนบริษัทนี้

อย่างไรก็ตาม การกำหนดสถานะความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานอาจเชื่อมโยงกับความสัมพันธ์ทางธุรกิจของแอนโทรปิกกับอเมซอน ซึ่งเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำผ่าน Amazon Web Services (AWS) อเมซอนเองเคยถูกกล่าวหาว่ามีประเด็นด้านความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานในบางกรณี โดยเฉพาะการพึ่งพาซัพพลายเออร์ต่างชาติ แม้ว่าแอนโทรปิกจะมีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐอเมริกาและทีมงานส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริกัน แต่บริษัทนี้ยังจ้างพนักงานนานาชาติ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความกังวลจากหน่วยงานรัฐบาลในเรื่องการเข้าถึงข้อมูลที่ละเอียดอ่อน

กระบวนการอุทธรณ์การกำหนดสถานะตามมาตรา 224 สามารถยื่นต่อคณะกรรมการกลางการสื่อสารแห่งชาติ (Federal Communications Commission หรือ FCC) ได้ อย่างไรก็ตาม แอนโทรปิกเลือกที่จะดำเนินการทางกฎหมายโดยตรง ซึ่งอาจรวมถึงการฟ้องร้องต่อศาลเพื่อโต้แย้งการตัดสินใจของกระทรวงกลาโหม การตัดสินใจนี้แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของบริษัทในหลักฐานและข้อเท็จจริงที่สนับสนุนการดำเนินงานที่โปร่งใสและปลอดภัยของตนเอง อาโมเดียยังได้เน้นย้ำในโพสต์ว่า แอนโทรปิกมุ่งมั่นในการพัฒนา AI ที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติและรักษาความมั่นคงของชาติ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางบริบทที่กว้างขึ้นของการกำกับดูแล AI ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งรัฐบาลกำลังเพิ่มความเข้มงวดต่อบริษัทเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ AI มีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงแห่งชาติ การกำหนดสถานะของแอนโทรปิกจึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของนโยบายดังกล่าว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อบริษัท AI อื่น ๆ ในอนาคต เช่นเดียวกับที่บริษัทเทคโนโลยีอื่น ๆ เช่น หuawei หรือ ZTE เคยถูกกำหนดสถานะคล้ายกันในอดีต

สำหรับแอนโทรปิก การถูกกำหนดสถานะนี้ไม่เพียงแต่กระทบต่อโอกาสทางธุรกิจกับภาครัฐเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นจากลูกค้าภาคเอกชน บริษัทได้พัฒนา Claude ให้เป็นคู่แข่งสำคัญของ ChatGPT จากโอเพ่นไอ และกำลังขยายฐานลูกค้าในอุตสาหกรรมต่าง ๆ การท้าทายทางกฎหมายครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทและอุตสาหกรรม AI โดยรวม

ในขณะที่รอผลการดำเนินการทางกฎหมาย แอนโทรปิกยังคงดำเนินธุรกิจตามปกติ โดยอาศัยการสนับสนุนจากพันธมิตรชั้นนำและทีมงานผู้เชี่ยวชาญ การเคลื่อนไหวนี้อาจกลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญสำหรับบริษัทเทคโนโลยีที่เผชิญกับการกำกับดูแลจากรัฐบาล และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีกลยุทธ์ทางกฎหมายที่แข็งแกร่งในยุคดิจิทัล

(จำนวนคำประมาณ 728 คำ)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)