Anthropic ผู้สร้าง Claude ถูกกล่าวอ้างว่ามีมูลค่าบริษัท 350 พันล้านดอลลาร์ ขณะระดมทุนเพิ่มอีก 10 พันล้าน

แอนโธรปิก ผู้พัฒนาเอไอคลอด แถลงการณ์มูลค่าบริษัททะลุ 350 พันล้านดอลลาร์ จากการระดมทุนรอบใหม่ 10 พันล้านดอลลาร์

แอนโธรปิก (Anthropic) บริษัทพัฒนาสติปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผู้อยู่เบื้องหลังโมเดลภาษาขนาดใหญ่คลอด (Claude) ได้รับรายงานว่ากำลังเจรจาระดมทุนรอบล่าสุดมูลค่า 10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจะทำให้มูลค่าบริษัทพุ่งสูงถึง 350 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในดีลระดมทุนที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเทคโนโลยี โดยเฉพาะในภาคเอไอที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

ข้อมูลนี้มาจากแหล่งข่าวหลายรายที่ใกล้ชิดกับเรื่อง โดยระบุว่าแอนโธรปิกกำลังสนทนากับนักลงทุนรายใหญ่หลายราย รวมถึงกองทุนเอกชนชั้นนำ เพื่อปิดดีลดังกล่าว ซึ่งจะเป็นรอบระดมทุนที่สามของบริษัทในระยะเวลาอันสั้น หากสำเร็จ จะยกระดับสถานะของแอนโธรปิกให้เทียบชั้นกับผู้เล่นชั้นนำในอุตสาหกรรมเอไอ เช่น โอเพ่นเอไอ (OpenAI) และบริษัทอื่นๆ ที่มีมูลค่าสูงลิ่ว

ประวัติศาสตร์การระดมทุนของแอนโธรปิกเริ่มต้นตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2565 โดย ดาริโอ อัมเดย์ (Dario Amodei) และทีมงานกลุ่มอดีตพนักงานโอเพ่นเอไอ ซึ่งแยกตัวออกมาเพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาเอไอที่ปลอดภัยและควบคุมได้ รอบแรกในเดือนพฤษภาคม 2566 ระดมทุนได้ 450 ล้านดอลลาร์ จากนักลงทุนอย่าง อัมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (Amazon Web Services) และกูเกิล โดยมูลค่าบริษัทหลังระดมทุนอยู่ที่ประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์

ต่อมาในเดือนตุลาคม 2566 บริษัทปิดรอบ Series B มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ นำโดยกองทุนทุนจีน Alcove Spring และมีอัมซอนเข้าร่วมอีกครั้ง ทำให้มูลค่าบริษัทพุ่งเป็น 15.7 พันล้านดอลลาร์ จากนั้นไม่นาน ในเดือนมีนาคม 2567 แอนโธรปิกประกาศรับเงินทุนเพิ่มอีก 2.75 พันล้านดอลลาร์จากอัมซอน โดยไม่เจือจางหุ้น ส่งผลให้เงินทุนสะสมทะลุ 8 พันล้านดอลลาร์ และมูลค่าบริษัทปรับขึ้นเป็น 18.4 พันล้านดอลลาร์

การเติบโตดังกล่าวสะท้อนถึงความต้องการสูงในเทคโนโลยีเอไอ โดยเฉพาะโมเดลคลอดที่ได้รับการยกย่องในด้านความสามารถในการใช้เหตุผล การเขียนโค้ด และการตอบสนองที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น แอนโธรปิกมุ่งเน้นแนวคิด “Constitutional AI” ซึ่งเป็นกรอบการฝึกโมเดลให้ยึดหลักจริยธรรมและความปลอดภัยตั้งแต่ต้น โดยไม่ต้องพึ่งพาการปรับแต่งจากมนุษย์มากนัก ทำให้คลอด 3.5 Sonnet ได้รับความนิยมในหมู่นักพัฒนาและองค์กรธุรกิจ

ปัจจุบัน แอนโธรปิกมีพนักงานกว่า 400 คน และกำลังขยายโครงสร้างพื้นฐานอย่างรวดเร็ว โดยใช้บริการคลาวด์จากอัมซอนและกูเกิล เพื่อรองรับการฝึกโมเดลขนาดใหญ่ การระดมทุนรอบใหม่นี้คาดว่าจะนำเงินไปใช้ในการพัฒนาโมเดลรุ่นถัดไป เช่น Claude 4 และโครงสร้างพื้นฐานฮาร์ดแวร์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง GPT-5 จากโอเพ่นเอไอและ Gemini จากกูเกิล

อย่างไรก็ตาม การประเมินมูลค่าที่ 350 พันล้านดอลลาร์ยังคงเป็นเพียงการคาดการณ์เบื้องต้น และขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการเจรจา หากปิดดีลได้จริง จะทำให้แอนโธรปิกมีมูลค่ามากกว่า 20 เท่าจากจุดเริ่มต้น เพิ่มขึ้นจากรอบก่อนหน้าอย่างก้าวกระโดด สะท้อนถึงกระแส “AI Bubble” ที่นักลงทุนยอมจ่ายมูลค่าสูงเพื่อครองตำแหน่งผู้นำในตลาดเอไอ ซึ่งคาดว่าจะมีขนาดใหญ่กว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

นักวิเคราะห์เห็นว่าดีลนี้ไม่เพียงเสริมความแข็งแกร่งให้แอนโธรปิก แต่ยังกระตุ้นการแข่งขันในอุตสาหกรรม โดยอัมซอนซึ่งเป็นนักลงทุนหลัก อาจได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีคลอดในการพัฒนาเซอร์วิส Bedrock ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเอไอของตนเอง ในขณะที่กูเกิลก็คงไม่ยอมแพ้ในการลงทุนเพื่อรักษาความได้เปรียบ

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความท้าทาย เช่น การกำกับดูแลเอไอที่เข้มงวดจากรัฐบาลสหรัฐและสหภาพยุโรป รวมถึงข้อกังวลเรื่องพลังงานและต้นทุนการฝึกโมเดลที่สูงลิ่ว แอนโธรปิกเคยลงนามในแถลงการณ์ Cambridge Declaration เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเอไออย่างรับผิดชอบ ซึ่งช่วยเสริมภาพลักษณ์ในสายตานักลงทุนสถาบัน

สรุปแล้ว หากดีลระดมทุน 10 พันล้านดอลลาร์สำเร็จ แอนโธรปิกจะกลายเป็นหนึ่งในบริษัทเอกชนที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก โดยมีศักยภาพในการกำหนดทิศทางอนาคตของเอไอเชิงพาณิชย์ นักลงทุนและผู้ประกอบการในภาคเทคโนโลยีต่างจับตาด้วยความสนใจ เนื่องจากเป็นตัวชี้วัดสำคัญของมูลค่าตลาดเอไอโดยรวม

(จำนวนคำ: 728)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)