Geoffrey Hinton มองว่า Google นำหน้า OpenAI ในด้านปัญญาประดิษฐ์
Geoffrey Hinton นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ผู้ถูกขนานนามว่า “บิดาแห่งปัญญาประดิษฐ์” (Godfather of AI) ได้แสดงความเห็นในสัมภาษณ์กับ MIT Technology Review ว่า Google กำลังนำหน้า OpenAI ในด้านการพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโมเดล PaLM 2 ของ Google ที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่า GPT-4 ของ OpenAI ในหลายมิติสำคัญ
Hinton ซึ่งลาออกจาก Google เมื่อเดือนพฤษภาคม 2566 หลังจากทำงานที่นั่นมานานกว่า 10 ปี ระบุว่า แม้เขาจะออกจากบริษัทไปแล้ว แต่ก็ยังติดตามความก้าวหน้าอย่างใกล้ชิด เขาเชื่อว่า Google มีข้อได้เปรียบหลักสามประการที่ทำให้ก้าวล้ำหน้า คัดสรร คือ (1) ทรัพยากรข้อมูลขนาดมหาศาล (2) พลังประมวลผลคอมพิวเตอร์ที่เหนือชั้น และ (3) ทีมนักวิจัยชั้นนำที่มีประสบการณ์ยาวนาน
ในส่วนของข้อมูล Google มีฐานข้อมูลที่ใหญ่โตจากการเป็นยักษ์ใหญ่ด้านการค้นหาและบริการคลาวด์ ซึ่งช่วยให้สามารถฝึกโมเดลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด Hinton เปรียบเทียบว่า OpenAI อาจมีข้อมูลคุณภาพดี แต่ปริมาณไม่เทียบเท่า Google ทำให้ PaLM 2 สามารถประมวลผลภาษาธรรมชาติได้ละเอียดและแม่นยำยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในงานที่ต้องการความเข้าใจบริบทเชิงลึก
สำหรับพลังประมวลผล Google ลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน Tensor Processing Units (TPUs) ซึ่งออกแบบมาเพื่อการฝึกโมเดล AI โดยเฉพาะ Hinton ชี้ว่า Google มี TPU มากกว่าและเร็วกว่า ทำให้สามารถสเกลโมเดลได้ถึงระดับพันล้านพารามิเตอร์ได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ OpenAI ต้องพึ่งพาพันธมิตรอย่าง Microsoft Azure ซึ่งแม้จะทรงพลังแต่ก็ยังตามหลังในด้านการปรับแต่งเฉพาะทาง
ทีมนักวิจัยของ Google ถือเป็นจุดแข็งอีกขา Hinton กล่าวยกย่องบุคลากรที่ Google โดยเฉพาะทีมที่พัฒนา PaLM ซึ่งรวมถึงนักวิทยาศาสตร์รุ่นบุกเบิกอย่างตัวเขาเองในอดีต เขาเชื่อว่านักวิจัยเหล่านี้มีองค์ความรู้สะสมจากการทดลองนับไม่ถ้วน ทำให้เกิดนวัตกรรมที่ก้าวกระโดด เช่น การปรับปรุงสถาปัตยกรรม Transformer ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
Hinton ยังได้เปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่าง PaLM 2 กับ GPT-4 โดยตรง PaLM 2 ทำคะแนนสูงกว่าใน基准ทดสอบหลายรายการ เช่น MMLU ( Massive Multitask Language Understanding) ที่วัดความสามารถในการตอบคำถามทั่วไป และ GSM8K ที่ทดสอบการแก้โจทย์คณิตศาสตร์ PaLM 2 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการใช้เหตุผลเชิงตรรกะที่เหนือกว่า ในขณะที่ GPT-4 อาจเด่นในด้านความคิดสร้างสรรค์และการสนทนาแบบธรรมชาติ แต่ Google กำลังไล่ตามอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ Hinton ยังกล่าวถึงความเสี่ยงของปัญญาประดิษฐ์ที่เขาเคยเตือนไว้ก่อนลาออก เขากังวลว่าปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (AGI) อาจนำไปสู่สถานการณ์ที่มนุษย์สูญเสียการควบคุม แต่ในเวลาเดียวกัน เขาก็เชื่อว่า Google มีแนวทางการพัฒนาที่รับผิดชอบมากกว่า ด้วยนโยบายด้านความปลอดภัยและจริยธรรมที่เข้มงวด เช่น การทดสอบความเสี่ยงก่อนเปิดตัวโมเดลสู่สาธารณะ
การให้ความเห็นของ Hinton นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันดุเดือดในอุตสาหกรรม AI โดย OpenAI ภายใต้การนำของ Sam Altman ได้รับความนิยมสูงจาก ChatGPT แต่ Google ก็ตอบโต้ด้วย Bard (ปัจจุบันคือ Gemini) ที่พัฒนาจาก PaLM 2 Hinton มองว่า Google ไม่ได้แค่ตามหลัง แต่กำลังแซงหน้าด้วยการผสาน AI เข้ากับผลิตภัณฑ์หลัก เช่น Gmail, YouTube และ Android ซึ่งช่วยให้เข้าถึงผู้ใช้จริงได้กว้างขวาง
Hinton ยังคาดการณ์อนาคตว่า ภายใน 5-20 ปี AGI อาจเกิดขึ้นจริง และ Google มีโอกาสเป็นผู้นำ ด้วยข้อได้เปรียบด้านโครงสร้างพื้นฐาน เขาแนะนำให้นักพัฒนาและธุรกิจติดตามการอัปเดตจาก Google อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ PaLM 2 ที่เปิดให้ใช้งานผ่าน Google Cloud Platform แล้ว
ความเห็นนี้ของ Hinton สร้างแรงกระเพื่อมในวงการ โดยนักวิเคราะห์หลายรายเห็นด้วยว่า Google อาจกลับมาเป็นจ่าฝูง AI หลังจากเคยถูกมองว่าช้าเกินไปในการตอบสนองต่อ ChatGPT หากมองในมุมธุรกิจ Google มีศักยภาพในการสร้างรายได้จาก AI สูงกว่า ผ่านการบูรณาการกับบริการที่มีฐานผู้ใช้พันล้านคน ในขณะที่ OpenAI ยังคงพึ่งพาการสมัครสมาชิกและพันธมิตรเป็นหลัก
สรุปแล้ว Geoffrey Hinton ผู้บุกเบิกวงการ AI มองว่า Google กำลังนำหน้าด้วย PaLM 2 ที่เหนือกว่า GPT-4 ด้วยข้อมูล พลังประมวลผล และทีมวิจัยชั้นนำ นี่คือสัญญาณสำคัญสำหรับธุรกิจที่กำลังวางแผนลงทุนในเทคโนโลยี AI ในยุคที่การแข่งขันรุนแรงยิ่งขึ้น
(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)