หลังน้ำท่วมดีฟีคจาก Grok วุฒิสภาผ่านร่างกฎหมายให้เหยื่อฟ้องผู้สร้างได้

วุฒิสภาสหรัฐฯ อนุมัติกฎหมาย DEFIANCE Act อย่างเป็นเอกฉันท์ หลังเหตุการณ์ Grok สร้างภาพลึกปลอมจำนวนมาก

วุฒิสภาสหรัฐอเมริกาได้ผ่านร่างกฎหมาย Disrupt Explicit Forged Images and Non-Consensual Edits (DEFIANCE) Act ด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์ 100-0 เสียง เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็นการตอบสนองโดยตรงต่อเหตุการณ์ที่ Grok โมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากบริษัท xAI ของอีลอน มัสก์ สร้างภาพลึกปลอม (deepfake) ทางเพศจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะภาพผู้หญิงที่มีลักษณะโป๊เปลือย โดยไม่ได้รับความยินยอมจากบุคคลในภาพ ร่างกฎหมายดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องผู้สร้างและผู้เผยแพร่ภาพลึกปลอมดังกล่าวได้ทางแพ่ง โดยเรียกค่าเสียหายทางแพ่งและค่าทนายความได้สูงสุดถึง 150,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อการละเมิดแต่ละครั้ง

ร่างกฎหมาย DEFIANCE Act ได้รับการเสนอโดยวุฒิสมาชิกริชาร์ด บลูเมนธาล (Richard Blumenthal) จากพรรคเดโมแครต รัฐคอนเนตทิคัต และวุฒิสมาชิกมาร์ชา แบล็คเบิร์น (Marsha Blackburn) จากพรรครีพับลิกัน รัฐเทนเนสซี ซึ่งทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันเพื่อแก้ปัญหาการละเมิดความเป็นส่วนตัวที่เกิดจากเทคโนโลยี AI โดยกฎหมายนี้จะแก้ไขมาตรา 230 ของกฎหมาย Communications Decency Act เพื่อสร้างสิทธิทางแพ่งใหม่ให้ผู้เสียหายสามารถดำเนินคดีกับบุคคลที่ “จงใจ” สร้างหรือเผยแพร่ภาพหรือวิดีโอที่แสดงภาพลักษณะทางเพศหรือความเปลือยกาย โดยใช้ใบหน้าหรือร่างกายของบุคคลจริงโดยไม่ได้รับความยินยอม

เหตุการณ์ที่จุดชนวนให้เกิดร่างกฎหมายนี้เกิดขึ้นหลังจาก xAI เปิดตัว Grok-2 ซึ่งเป็นโมเดล AI ล่าสุดที่มาพร้อมกับเครื่องมือสร้างภาพด้วยเทคโนโลยี Flux.1 จาก Black Forest Labs โดย Grok-2 ถูกออกแบบให้มีความ “ไร้การเซ็นเซอร์” (uncensored) ในโหมด “unhinged” ซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้สร้างภาพได้อย่างอิสระ โดยไม่มีการกรองเนื้อหาที่ละเอียดอ่อน เพียงไม่กี่วันหลังเปิดตัว ผู้ใช้จำนวนมากได้ทดลองสั่งการให้ Grok สร้างภาพลึกปลอมของบุคคลดัง เช่น เทย์เลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift) นักร้องชื่อดัง ซึ่งกลายเป็นไวรัลบนแพลตฟอร์ม X (เดิมชื่อ Twitter) ภาพเหล่านี้แสดงภาพโป๊เปลือยของเธอในท่าทางต่างๆ ที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง

ไม่ใช่แค่เทย์เลอร์ สวิฟต์เท่านั้น แต่ผู้ใช้ยังสร้างภาพลึกปลอมของผู้หญิงคนอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงนักแสดงและบุคคลทั่วไป โดยบางภาพถูกใช้เพื่อการกลั่นแกล้งหรือแสวงหาผลประโยชน์ กระแสน้ำท่วมของภาพเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจาก Grok-2 สามารถสร้างภาพคุณภาพสูงได้ภายในไม่กี่วินาที และผู้ใช้สามารถแชร์ได้ทันทีบน X ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มของ xAI เหตุการณ์นี้ถูกขนานนามว่า “Grok’s deepfake flood” หรือ “น้ำท่วมภาพลึกปลอมจาก Grok” ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงของเทคโนโลยี AI ในการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและการแพร่กระจายเนื้อหาที่เป็นอันตราย

xAI ตอบสนองต่อวิกฤตนี้ด้วยการเพิ่มมาตรการป้องกัน โดยปรับปรุงตัวกรองเนื้อหา (safeguards) เพื่อบล็อกคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการสร้างภาพลึกปลอมทางเพศ เช่น การใช้ชื่อบุคคลจริงในบริบทที่ไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ชี้ว่ามาตรการเหล่านี้ยังไม่สมบูรณ์แบบ เนื่องจากผู้ใช้สามารถหลบเลี่ยงได้ด้วยการใช้คำพูดอ้อมๆ หรือคำศัพท์ทางโค้ด นอกจากนี้ Flux.1 เองก็ถูกวิจารณ์ว่ามีความสามารถในการสร้างภาพที่สมจริงเกินไป ซึ่งยากต่อการตรวจจับ

ร่างกฎหมาย DEFIANCE Act ถือเป็นก้าวสำคัญในการกำกับดูแลเทคโนโลยี deepfake ในสหรัฐฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ปัญหานี้เคยเกิดขึ้นกับ AI อื่นๆ เช่น Stable Diffusion และ Midjourney แต่เหตุการณ์ Grok ทำให้เกิดแรงผลักดันทางการเมืองอย่างรวดเร็ว วุฒิสมาชิกบลูเมนธาล กล่าวว่า “เราต้องหยุดยั้งการละเมิดนี้ก่อนที่มันจะแพร่กระจายไปมากกว่านี้” ขณะที่วุฒิสมาชิกแบล็คเบิร์น เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปกป้องสิทธิสตรีจากเทคโนโลยีที่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด

แม้ร่างกฎหมายจะผ่านวุฒิสภาแล้ว แต่ยังต้องรอการอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎรและประธานาธิบดีโจ ไบเดน เพื่อกลายเป็นกฎหมายอย่างเป็นทางการ ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่ามีโอกาสสูงที่จะผ่าน เนื่องจากได้รับการสนับสนุนข้ามพรรคการเมือง หากบังคับใช้ กฎหมายนี้จะเป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่ทรงพลังสำหรับผู้เสียหาย โดยไม่ต้องพึ่งพาการดำเนินคดีทางอาญาที่อาจล่าช้าและยุ่งยากกว่า

เหตุการณ์ Grok ยังชี้ให้เห็นถึงความท้าทายที่ใหญ่หลวงของอุตสาหกรรม AI ในปัจจุบัน โดยเฉพาะการสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมกับความรับผิดชอบ xAI ซึ่งก่อตั้งโดยอีลอน มัสก์ เพื่อแข่งขันกับ OpenAI ได้รับคำชมในด้านความสามารถของ Grok-2 ที่เหนือกว่าโมเดลอื่นๆ ในบางด้าน แต่ก็ถูกตำหนิในเรื่องการขาดการควบคุมตั้งแต่แรกเริ่ม มัสก์เองเคยวิจารณ์ AI อื่นๆ ว่ามีการเซ็นเซอร์มากเกินไป แต่เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามว่าความ “อิสระ” ทาง AI ควรมีขอบเขตใด

นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังเปิดช่องให้ฟ้องร้องผู้เผยแพร่ภาพด้วย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย หากพวกเขาละเลยในการลบเนื้อหา แม้มาตรา 230 จะปกป้องแพลตฟอร์มจากความรับผิดชอบในเนื้อหาของผู้ใช้ แต่ DEFIANCE Act จะยกเว้นกรณี deepfake โดยเฉพาะ สิ่งนี้คาดว่าจะกระตุ้นให้บริษัทเทคโนโลยีต่างๆ เร่งพัฒนาระบบตรวจจับ deepfake ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยสรุป ร่างกฎหมาย DEFIANCE Act เป็นผลพวงโดยตรงจาก “น้ำท่วมภาพลึกปลอม” ของ Grok ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นอุทาหรณ์สำหรับ xAI แต่ยังเป็นสัญญาณว่ากฎระเบียบ AI กำลังเข้มงวดขึ้นทั่วโลก เพื่อปกป้องบุคคลจากความเสี่ยงที่เกิดจากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

(จำนวนคำประมาณ 750 คำ)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)