Nvidia คว้าสัญญายักษ์ใหญ่จาก Meta และบุกตลาด CPU เพื่อรับมือการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น

NVIDIA คว้าสัญญาระดับยักษ์ใหญ่จาก Meta และบุกตลาด CPU เพื่อรับมือคู่แข่งที่รุกหนัก

NVIDIA ผู้ผลิตชิปกราฟิกและหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูงชั้นนำของโลก ได้ประกาศข้อตกลงมูลค่ามหาศาลกับ Meta Platforms ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Facebook โดยสัญญานี้ครอบคลุมการจัดหาชิป H100 Tensor Core GPU จำนวนมหาศาลสำหรับศูนย์ข้อมูลของ Meta ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในการทำธุรกรรมที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยมีมูลค่าประมาณ 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งช่วยเสริมสร้างสถานะผู้นำของ NVIDIA ในตลาดปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการประมวลผลประสิทธิภาพสูง (HPC)

ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความต้องการชิป AI ที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง โดย Meta วางแผนขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ของตนให้รองรับการฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) เช่น Llama 3 ซึ่งต้องการพลังประมวลผลจำนวนมาก ชิป H100 ของ NVIDIA ซึ่งใช้สถาปัตยกรรม Hopper มีประสิทธิภาพเหนือชั้นในการคำนวณแบบขนาน โดยสามารถประมวลผล FP8 ได้สูงถึง 4 พетаเฟล็ปส์ต่อชิป ทำให้เป็นตัวเลือกหลักสำหรับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Meta Google และ Microsoft ข้อมูลจาก NVIDIA ระบุว่า Meta ได้สั่งซื้อชิป H100 กว่า 350,000 ชิ้นตั้งแต่ปีที่แล้ว และข้อตกลงล่าสุดนี้จะเพิ่มปริมาณอีกมากเพื่อรองรับการเติบโตของบริการ AI เช่นการสร้างภาพและวิดีโอด้วย AI

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในตลาด GPU ของ NVIDIA กำลังเผชิญแรงกดดันจากคู่แข่งที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของชิป AI ที่ออกแบบมาเพื่อลดการพึ่งพา NVIDIA AMD ได้เปิดตัว Instinct MI300X ซึ่งอ้างว่ามีประสิทธิภาพเหนือกว่า H100 ในบางเวิร์กโหลด โดยเฉพาะการฝึกโมเดล โดย MI300X สามารถติดตั้งหน่วยความจำ HBM3 สูงสุด 192GB ทำให้เหมาะสำหรับงาน AI ขนาดใหญ่ Intel ก็รุกหนักด้วย Gaudi3 ซึ่งเน้นต้นทุนต่ำกว่าและประสิทธิภาพสูงในงานฝึกและอนุมาน AI นอกจากนี้ ค่ายเซิร์ฟเวอร์ยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon (Trainium2), Google (TPU v5p) และ Microsoft (Azure Maia) กำลังพัฒนาชิป AI แบบกำหนดเองเพื่อลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพในระบบคลาวด์ของตนเอง

เพื่อรับมือกับการแข่งขันดังกล่าว NVIDIA ได้เร่งขยายธุรกิจสู่ตลาด CPU โดยเปิดตัว Grace CPU Superchip ซึ่งเป็นชิปประมวลผลแบบ Arm-based ที่ออกแบบมาสำหรับงาน AI และ HPC โดยเฉพาะ Grace CPU Superchip ประกอบด้วย CPU Grace สองตัวเชื่อมต่อด้วย NVLink-C2C สามารถให้พลังประมวลผลสูงถึง 144 คอร์ Arm Neoverse V2 พร้อมแบนด์วิดธ์หน่วยความจำสูงถึง 1TB/s ผ่าน LPDDR5X NVIDIA ระบุว่า Grace Superchip มีประสิทธิภาพดีกว่า CPU x86 ทั่วไปถึง 2-3 เท่าในงาน AI โดยเฉพาะเมื่อจับคู่กับ GPU Hopper หรือ Blackwell

การบุกตลาด CPU ของ NVIDIA ถือเป็นกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อสร้างระบบนิเวศแบบครบวงจร (full-stack) ที่รวม GPU, CPU, หน่วยความจำและซอฟต์แวร์เข้าด้วยกัน ผ่านแพลตฟอร์ม NVIDIA DGX และ OVX ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างคลัสเตอร์ AI ขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ NVIDIA ได้ร่วมมือกับผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ชั้นนำอย่าง Dell, HPE, Lenovo และ Supermicro เพื่อนำ Grace CPU Superchip ออกสู่ตลาด โดยคาดว่าจะเริ่มส่งมอบจำนวนมากในปี 2024 การขยายสู่ CPU ยังช่วยลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์บุคคลที่สาม เช่น AMD EPYC หรือ Intel Xeon ซึ่งเป็นคู่แข่งหลักในตลาดเซิร์ฟเวอร์

นอกจากนี้ NVIDIA ยังเตรียมเปิดตัว Blackwell architecture ในงาน GTC 2024 ซึ่งรวม B200 GPU และ GB200 Grace Blackwell Superchip โดย GB200 จะเชื่อมต่อ CPU Grace กับ GPU Blackwell หลายตัวผ่าน NVLink สร้างพลังประมวลผล AI สูงถึง 20 พетаเฟล็ปส์ต่อชิปเดี่ยว ซึ่งเร็วกว่า Hopper ถึง 4 เท่าในงานอนุมาน AI Blackwell จะช่วยรักษาความได้เปรียบของ NVIDIA ท่ามกลางคู่แข่งที่กำลังไล่ตาม โดยเฉพาะในด้านการเชื่อมต่อและซอฟต์แวร์ CUDA ที่เป็น ecosystem ชั้นนำ

ข้อตกลงกับ Meta และการรุกตลาด CPU สะท้อนถึงกลยุทธ์ของ NVIDIA ในการรักษาความเป็นผู้นำตลาด AI ซึ่งปัจจุบันครองส่วนแบ่งกว่า 80-90% ในชิปฝึก AI CEO Jensen Huang ของ NVIDIA กล่าวว่า “เรากำลังสร้างอนาคตของการประมวลผล โดย Grace และ Blackwell จะเป็นหัวใจสำคัญของระบบ AI ถัดไป” อย่างไรก็ตาม ผู้วิเคราะห์เตือนว่าความท้าทายยังคงมี โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนชิปและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่ง hyperscalers อาจหันไปใช้ชิปกำหนดเองมากขึ้น

โดยรวมแล้ว การเคลื่อนไหวล่าสุดของ NVIDIA แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดยการผสมผสานระหว่างข้อตกลงลูกค้ารายใหญ่และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ จะช่วยรักษาสถานะผู้นำในยุค AI Boom ต่อไป

(จำนวนคำ: 728)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)