อีลอน มัสก์ อัปเดตคดีฟ้องร้องโอเพ่นเอไอ เพื่อเปลี่ยนเส้นทางความเสียหายมูลค่าสูงสุด 150 พันล้านดอลลาร์สหรัฐไปยังมูลนิธิไม่แสวงหากำไร
อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งบริษัทเทสลาและสเปซเอ็กซ์ ได้ยื่นคำร้องแก้ไขเพิ่มเติมในคดีฟ้องร้องบริษัทโอเพ่นเอไอ (OpenAI) เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2567 โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อให้ศาลสั่งให้ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นมูลค่าสูงสุด 150 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5.25 ล้านล้านบาท) ถูกโอนย้ายไปยังมูลนิธิโอเพ่นเอไอ อิงค์ (OpenAI Inc.) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร แทนที่จะตกเป็นของบริษัทโอเพ่นเอไอ โกลบอล แอลแอลซี (OpenAI Global LLC) ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่มุ่งแสวงหากำไร
การแก้ไขคดีดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานระหว่างมัสก์กับทีมผู้บริหารโอเพ่นเอไอ โดยเฉพาะแซม อัลต์แมน (Sam Altman) ซีอีโอของบริษัท มัสก์อ้างว่า โอเพ่นเอไอละเมิดข้อตกลงก่อตั้งเดิมที่กำหนดให้องค์กรต้องยึดมั่นในหลักการไม่แสวงหากำไรและมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อประโยชน์ส่วนรวม โดยไม่ให้บริษัทเอกชนใดครอบงำ เมื่อปี 2566 โอเพ่นเอไอประกาศโครงสร้างใหม่ที่อนุญาตให้มีการแสวงหากำไร ส่งผลให้เกิดข้อพิพาทดังกล่าว
พื้นหลังของคดีความ
โอเพ่นเอไอถูกก่อตั้งขึ้นในปี 2558 โดยอีลอน มัสก์ แซม อัลต์แมน และบุคคลอื่นๆ ในรูปแบบองค์กรไม่แสวงหากำไร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา AI อย่างปลอดภัยและเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ มัสก์เคยบริจาคเงินกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อสนับสนุนโครงการนี้ อย่างไรก็ตาม ในปี 2561 มัสก์ลาออกจากคณะกรรมการบริหาร เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับทิศทางขององค์กร โดยเฉพาะการทำข้อตกลงร่วมกับไมโครซอฟท์ (Microsoft) ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักในการพัฒนาโมเดล AI เช่น ChatGPT
มัสก์ยื่นฟ้องคดีครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2567 โดยกล่าวหาว่าโอเพ่นเอไอละเมิดสัญญาก่อตั้ง เนื่องจากเปลี่ยนโครงสร้างไปสู่รูปแบบแสวงหากำไร และให้ประโยชน์แก่ไมโครซอฟท์มากเกินไป โอเพ่นเอไอโต้แย้งว่ามัสก์เคยเสนอให้องค์กรกลายเป็นบริษัทแสวงหากำไรภายใต้การควบคุมของเขาเองเมื่อปี 2561 แต่ถูกปฏิเสธ มัสก์ถอนคดีในเดือนมิถุนายน 2567 แต่ยื่นฟ้องใหม่ในเดือนสิงหาคม โดยตัดข้อเรียกร้องแบบคลาสแอ็กชัน (class action) ออกไป
รายละเอียดการแก้ไขคดีล่าสุด
ในคำร้องแก้ไขเพิ่มเติม มัสก์ขอให้ศาลออกคำสั่งห้าม (injunction) เพื่อบังคับให้โอเพ่นเอไอปฏิบัติตามพันธะเดิม และกำหนดให้ความเสียหายที่อาจได้รับการพิจารณาจากศาลถูกโอนไปยังมูลนิธิไม่แสวงหากำไรแทนที่จะตกเป็นของนิติบุคคลแสวงหากำไร คำร้องระบุชัดเจนว่า “ศาลควรสั่งให้ความเสียหายทั้งหมดที่ได้รับจากจำเลยทั้งสาม โอนย้ายไปยัง OpenAI Inc. มูลนิธิไม่แสวงหากำไร เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดั้งเดิมขององค์กรในการพัฒนา AGI (Artificial General Intelligence) เพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติ”
มัสก์เรียกร้องความเสียหายสูงสุด 150 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือสามเท่าของความเสียหายที่แท้จริง (treble damages) แล้วแต่จำนวนใดที่สูงกว่า โดยอ้างว่าความเสียหายเกิดจากการที่โอเพ่นเอไอกลายเป็น “เครื่องมือทำกำไรให้ไมโครซอฟท์” แทนที่จะยึดมั่นในภารกิจสาธารณะ นอกจากนี้ คำร้องยังกล่าวหาว่าแซม อัลต์แมนและเกร็ก บร็อคแมน (Greg Brockman) ผู้ร่วมก่อตั้ง ละเมิดหน้าที่ fiduciary ต่อมูลนิธิไม่แสวงหากำไร
เอกสารคดีชี้ให้เห็นว่า โครงสร้างปัจจุบันของโอเพ่นเอไอแยกนิติบุคคลออกเป็นสามส่วน คือ มูลนิธิไม่แสวงหากำไร (OpenAI Inc.) บริษัทแสวงหากำไร (OpenAI Global LLC) และกองทุนไม่แสวงหากำไรอีกแห่ง (OpenAI Nonprofit) มัสก์มุ่งเน้นให้ความเสียหายไหลไปยังส่วนแรกเพื่อ “บังคับให้องค์กรกลับสู่รากฐานดั้งเดิม”
การตอบโต้จากโอเพ่นเอไอ
โอเพ่นเอไอแถลงว่า คดีของมัสก์ไร้สาระและเป็นการเสียเวลา โดยยืนยันว่าการเปลี่ยนโครงสร้างเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อระดมทุนมหาศาลในการแข่งขัน AI กับบริษัทอย่างกูเกิลและอื่นๆ บริษัทระบุว่า มัสก์ทราบดีถึงแผนการแสวงหากำไรตั้งแต่แรก และเคยพยายามควบคุมองค์กรด้วยตัวเอง นอกจากนี้ โอเพ่นเอไอยังยื่นฟ้องกลับมัสก์ในข้อหาใส่ร้ายและขัดขวางการดำเนินธุรกิจ
ความหมายทางกฎหมายและธุรกิจ
การแก้ไขคดีนี้สะท้อนกลยุทธ์ของมัสก์ในการใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อบังคับให้โอเพ่นเอไอกลับสู่หลักการไม่แสวงหากำไร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อหุ้นส่วนกับไมโครซอฟท์ที่ลงทุนไปแล้วกว่า 13 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หากศาลรับคำร้อง อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรม AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
คดีนี้ยังเป็นตัวอย่างของความขัดแย้งระหว่างอุดมการณ์เปิดกว้างกับการแสวงหากำไรในวงการเทคโนโลยี โดยมัสก์ซึ่งก่อตั้ง xAI บริษัท AI คู่แข่ง ใช้โอกาสนี้เสริมสร้างภาพลักษณ์ของตนในฐานะผู้พิทักษ์ AI เพื่อส่วนรวม การพิจารณาคดีเบื้องต้นมีกำหนดในเดือนธันวาคม 2567 ซึ่งอาจกำหนดทิศทางอนาคตของโอเพ่นเอไอและอุตสาหกรรมโดยรวม
(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)