ที่ไหนในอิหร่านที่เทคโนโลยีของ OpenAI อาจปรากฏขึ้น

เทคโนโลยีของ OpenAI อาจปรากฏตัวในอิหร่านได้อย่างไร

ในขณะที่ OpenAI จำกัดการเข้าถึงบริการของตนในประเทศที่อยู่ภายใต้การคว่ำบาตรของสหรัฐอเมริกา เช่น อิหร่าน แต่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของบริษัทนี้กำลังแพร่กระจายอย่างเงียบเชียบผ่านช่องทางต่างๆ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีในอิหร่านระบุว่า ชาวอิหร่านนับล้านคนสามารถเข้าถึง ChatGPT และโมเดล AI อื่นๆ ของ OpenAI ได้โดยใช้ VPN เพื่อเลี่ยงข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ แม้จะมีความเสี่ยงด้านกฎหมายและความมั่นคง แต่การใช้งานดังกล่าวกำลังเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางเทคโนโลยีในประเทศนี้

OpenAI ประกาศชัดเจนตั้งแต่ปี 2023 ว่าบริการของบริษัทไม่สามารถใช้งานได้ในอิหร่าน เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของรายชื่อประเทศที่ถูกคว่ำบาตรจากกระทรวงการคลังสหรัฐ (OFAC) ซึ่งรวมถึงคิวบา เกาหลีเหนือ ซีเรีย และเวเนซุเอลา อย่างไรก็ตาม ช่องโหว่ในระบบการบังคับใช้ทำให้เทคโนโลยีนี้ยังคงไหลเข้าสู่อิหร่านผ่านเครื่องมือเลี่ยงบล็อก เช่น VPN เชิงพาณิชย์ที่ได้รับความนิยมสูงในหมู่ผู้ใช้ชาวอิหร่าน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชารีฟในเตหะรานประเมินว่ามีผู้ใช้ ChatGPT ในอิหร่านอย่างน้อย 5 ล้านราย โดยส่วนใหญ่เข้าถึงผ่านเซิร์ฟเวอร์ VPN ที่ตั้งอยู่ในประเทศที่ไม่ถูกจำกัด เช่น ตุรกีหรือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

การแพร่กระจายนี้ไม่ใช่แค่การใช้งานส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ยังขยายไปสู่ภาคธุรกิจและรัฐบาล ชุมชนนักพัฒนาในอิหร่านได้พัฒนาแอปพลิเคชันที่อาศัย API ของ OpenAI โดยใช้คีย์ API ที่ซื้อขายในตลาดมืด คีย์เหล่านี้มักถูกขโมยหรือซื้อจากผู้ใช้ในต่างประเทศ โดยราคาอยู่ระหว่าง 10-50 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ตัวอย่างเช่น แอป “ZabanAI” ซึ่งเป็นแชทบอทภาษาเปอร์เซีย ได้ปรับแต่งโมเดล GPT-4 เพื่อให้ตอบสนองได้ดีขึ้นกับบริบทวัฒนธรรมอิหร่าน โดยผู้พัฒนาระบุว่าสามารถลดต้นทุนการพัฒนาลง 70% เมื่อเทียบกับการสร้างโมเดลจากศูนย์

ในภาคการศึกษา เทคโนโลยี OpenAI กำลังถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวาง นักศึกษาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ในมหาวิทยาลัยชารีฟและอัมม์ใช้ ChatGPT ในการช่วยเขียนโค้ด แปลเอกสารทางวิชาการ และสร้างสรรค์งานวิจัย แม้จะมีคำเตือนจากอาจารย์เกี่ยวกับการพึ่งพา AI มากเกินไป แต่การใช้งานยังคงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในสาขา STEM ที่อิหร่านกำลังผลักดันให้เป็นจุดแข็งทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ครูในโรงเรียนมัธยมหลายแห่งยังใช้เครื่องมืออย่าง DALL-E สำหรับสร้างภาพประกอบการสอน แม้จะต้องเสี่ยงต่อการตรวจจับจากระบบรัฐบาลที่ติดตามการใช้งาน VPN

ภาคธุรกิจเอกชนในอิหร่านก็ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัด Startup อย่าง “PersianGPT” ได้เปิดตัวบริการแชทบอทสำหรับลูกค้าธุรกิจ โดยใช้โมเดล fine-tuned จาก GPT-3.5 ที่เข้าถึงผ่านพร็อกซีเซิร์ฟเวอร์ บริษัทเหล่านี้มุ่งเน้นตลาด e-commerce การบริการลูกค้า และการวิเคราะห์ข้อมูล โดยรายงานจาก Iran AI Association ระบุว่ามี startup กว่า 50 แห่งที่พัฒนาโซลูชันบนฐาน OpenAI ในปี 2025 เพียงปีเดียว การนำ AI มาใช้ช่วยให้ธุรกิจขนาดกลางสามารถแข่งขันกับผู้เล่นระดับโลกได้ โดยลดต้นทุนแรงงานลงอย่างมีนัยสำคัญ

แม้จะเป็นประโยชน์ แต่ความเสี่ยงก็มีมาก รัฐบาลอิหร่านมีหน่วยงานตรวจสอบอินเทอร์เน็ตอย่าง “Cyber Police” ที่ติดตามและลงโทษผู้ใช้ VPN ที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะหากเนื้อหาที่สร้างจาก AI ถือเป็น “ต่อต้านรัฐ” ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงไซเบอร์ในเตหะรานเตือนว่า การใช้ API ของ OpenAI อาจเปิดช่องให้เกิดการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลไปยังเซิร์ฟเวอร์สหรัฐ ซึ่งขัดแย้งกับกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลของอิหร่าน นอกจากนี้ OpenAI เองก็ปรับปรุงระบบตรวจจับ VPN อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2026 ได้เพิ่มการใช้ machine learning เพื่อบล็อก IP ที่น่าสงสัย ส่งผลให้อัตราการบล็อกผู้ใช้จากอิหร่านเพิ่มขึ้น 30%

อย่างไรก็ตาม ชาวอิหร่านยังคงหาทางเลี่ยงผ่านเครื่องมือใหม่ๆ เช่น Tor network หรือ decentralized VPN ที่พัฒนาโดยนักแฮกเกอร์ในประเทศ นักวิเคราะห์จาก MIT Technology Review ชี้ว่า แนวโน้มนี้สะท้อนถึง “AI shadow economy” ที่เกิดขึ้นในประเทศที่ถูกคว่ำบาตร โดยอิหร่านกลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญในการแสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยี AI สามารถแพร่กระจายได้เร็วกว่าที่นโยบายรัฐบาลจะควบคุมได้

ในอนาคต ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า อิหร่านอาจพัฒนาโมเดล AI ภายในประเทศที่เลียนแบบ OpenAI เช่น “Iranian GPT” ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นทดสอบโดยหน่วยงานรัฐ แต่จนกว่าจะสำเร็จ ช่องทางไม่เป็นทางการเหล่านี้จะยังคงเป็นสะพานเชื่อมโยงเทคโนโลยีชั้นนำสู่ตลาดอิหร่าน สร้างทั้งโอกาสทางธุรกิจและความท้าทายด้านกฎระเบียบไปพร้อมกัน

(จำนวนคำ: 728)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)