Sora ของ OpenAI เผาผลาญเงิน 1 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ขณะสูญเสียผู้ใช้ครึ่งหนึ่งในเวลาสั้นสุดเป็นประวัติการณ์

โอเพ่นเอไอ สร้างความสูญเสียรายวัน 1 ล้านดอลลาร์จาก Sora ขณะที่ผู้ใช้ลดลงครึ่งหนึ่งในเวลาอันสั้น

โมเดลสร้างวิดีโอ Sora ของ OpenAI กำลังเผชิญกับความท้าทายทางการเงินที่รุนแรง โดยมีต้นทุนการดำเนินงานสูงถึงเกือบ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน ในขณะที่ฐานผู้ใช้ลดลงอย่างรวดเร็วเกือบครึ่งหนึ่งภายในระยะเวลาอันสั้น ตามข้อมูลภายในที่เปิดเผยโดยสื่อ Business Insider ข้อมูลเหล่านี้มาจากเมตริกซ์ภายในที่ OpenAI แชร์กับพนักงาน ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาการขยายธุรกิจของเทคโนโลยีสร้างวิดีโอด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในยุคปัจจุบัน

Sora เป็นโมเดลสร้างวิดีโอจากข้อความ (text-to-video) ที่ OpenAI เปิดตัวอย่างเป็นทางการให้กับผู้ใช้ ChatGPT Plus และ Pro เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2567 โดยสามารถสร้างคลิปวิดีโอความยาวสูงสุด 20 วินาที ความละเอียด 1080p ได้อย่างน่าประทับใจ หลังจากเปิดตัวไม่นาน Sora ทำสถิติผู้ใช้สูงสุดถึง 3 ล้านรายภายในสัปดาห์แรก ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่รวดเร็วอย่างน่าทึ่ง อย่างไรก็ตาม ฐานผู้ใช้ดังกล่าวลดลงเหลือเพียง 1.5 ล้านรายภายในหนึ่งเดือน ถือเป็นการสูญเสียผู้ใช้ครึ่งหนึ่งในระยะเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้สำหรับผลิตภัณฑ์ AI ระดับนี้

ต้นทุนการดำเนินงานของ Sora สูงลิ่วเนื่องจากความต้องการทรัพยากรคอมพิวติ้งมหาศาล โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 970,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อวันในช่วงสัปดาห์แรกๆ ของการเปิดตัว ซึ่งเท่ากับเกือบ 30 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน หากคำนวณจากข้อมูลดังกล่าว ต้นทุนนี้มาจากการใช้งาน GPU ขนาดใหญ่ เช่น NVIDIA H100 ซึ่ง OpenAI ต้องเช่าจากผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำอย่าง Microsoft Azure ค่าใช้จ่ายดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อผู้ใช้เพิ่มจำนวน แต่กลับไม่สอดคล้องกับรายได้ที่สร้างได้ เนื่องจากผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นสมาชิก ChatGPT Plus ในราคา 20 ดอลลาร์ต่อเดือน หรือ Pro ในราคา 200 ดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งไม่เพียงพอต่อการชดเชยต้นทุนที่พุ่งสูง

นักวิเคราะห์จากบริษัท SemiAnalysis ชี้ให้เห็นว่า ต้นทุนต่อวิดีโอที่สร้างจาก Sora อยู่ที่ประมาณ 10 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าค่าใช้จ่ายของผู้ใช้รายย่อยอย่างมาก หากผู้ใช้สร้างวิดีโอเพียงคลิปเดียวต่อเดือน ต้นทุนจริงที่ OpenAI ต้องรับภาระจะสูงกว่าค่าบริการหลายเท่า ปัญหานี้คล้ายคลึงกับโมเดล AI อื่นๆ ของ OpenAI เช่น GPT-4o ซึ่งมีต้นทุนการใช้งานสูงเช่นกัน แต่ Sora โดดเด่นด้วยความซับซ้อนในการประมวลผลวิดีโอที่ต้องใช้หน่วยความจำและพลังประมวลผลมากกว่าโมเดลข้อความทั่วไป

การลดลงของผู้ใช้เกิดจากหลายปัจจัยหลัก ประการแรก ผู้ใช้หลายรายพบว่า Sora มีข้อจำกัด เช่น การสร้างวิดีโอที่ยาวไม่เกิน 20 วินาที การควบคุมสไตล์ที่ไม่ยืดหยุ่น และปัญหาคุณภาพในบางกรณี เช่น การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติหรือความไม่สอดคล้องของฉาก นอกจากนี้ คู่แข่งอย่าง Google Veo 2, Runway Gen-3 และ Luma Dream Machine ก็ได้พัฒนาคุณสมบัติใหม่ๆ ที่ดึงดูดผู้ใช้ เช่น ความยาววิดีโอยาวกว่าและเครื่องมือแก้ไขขั้นสูง ทำให้ผู้ใช้หันไปทดลองแพลตฟอร์มอื่น

OpenAI พยายามควบคุมต้นทุนโดยการจำกัดจำนวนวิดีโอที่ผู้ใช้สามารถสร้างได้ เช่น ผู้ใช้ ChatGPT Plus สร้างได้ 50 คลิป 720p หรือ 20 คลิป 1080p ต่อเดือน ขณะที่ผู้ใช้ Pro สร้างได้มากกว่า 500 คลิป นโยบายเหล่านี้ช่วยลดการใช้งาน GPU แต่ก็ส่งผลให้ผู้ใช้รู้สึกอึดอัดและลดการใช้งานลง นอกจากนี้ OpenAI ยังวางแผนเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ เช่น การอัปโหลดภาพเพื่อสร้างวิดีโอ การเพิ่มเสียงพากย์ และเครื่องมือแก้ไข เพื่อดึงดูดผู้ใช้กลับมา

จากมุมมองทางธุรกิจ ความท้าทายของ Sora สะท้อนถึงอุตสาหกรรม AI โดยรวม ซึ่งต้นทุนการฝึกอบรมและใช้งานโมเดลขนาดใหญ่กำลังกลายเป็นอุปสรรคหลัก OpenAI ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากนักลงทุนที่คาดหวังผลกำไร ในขณะที่ Sam Altman CEO ของบริษัท ยืนยันว่าจะไม่ลดคุณภาพเพื่อประหยัดต้นทุน แต่จะมุ่งเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพแทน ตัวอย่างเช่น การพัฒนาโมเดลรุ่นใหม่ที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น หรือการเจรจาสัญญา GPU ในราคาที่ถูกลงกับ NVIDIA

ข้อมูลภายในยังเผยให้เห็นว่า ในช่วงพีค ผู้ใช้สร้างวิดีโอรวมกว่า 700,000 คลิปต่อวัน ซึ่งทำให้ระบบล้นและเกิดคิวรอ สถานการณ์นี้คล้ายกับการเปิดตัว ChatGPT ในปี 2565 ที่เคยเผชิญปัญหาคล้ายกัน แต่ Sora แสดงให้เห็นว่าการขยายสเกลสำหรับโมเดลมัลติโมดัล (multimodal) อย่างวิดีโอนั้นซับซ้อนยิ่งกว่า OpenAI กำลังเรียนรู้จากบทเรียนนี้ โดยพิจารณาการเก็บค่าบริการเพิ่มเติมสำหรับการสร้างวิดีโอคุณภาพสูง หรือการเปิด API สำหรับนักพัฒนาเพื่อสร้างรายได้ใหม่

แม้จะมีปัญหา แต่ Sora ยังคงเป็นผู้นำในด้านคุณภาพวิดีโอ โดยได้รับคะแนนสูงจากผู้เชี่ยวชาญด้าน AI เช่น VBench และ Human Preference Score ซึ่งเหนือกว่าคู่แข่งส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถแก้ไขปัญหาต้นทุนและรักษาฐานผู้ใช้ได้ OpenAI อาจเผชิญความเสี่ยงในการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะจากบริษัทจีนอย่าง Kling AI ที่ให้บริการฟรีและมีผู้ใช้จำนวนมาก

ในท้ายที่สุด ความสำเร็จของ Sora จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัวของ OpenAI ในการสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมและความยั่งยืนทางการเงิน ซึ่งเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับอนาคตของเทคโนโลยี generative AI ในภาคธุรกิจ

(จำนวนคำประมาณ 750 คำ)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)