สิบบริษัทจีน รวมถึง ByteDance ได้รับอนุมัติจากสหรัฐฯ สำหรับชิป AI ที่ไม่สามารถรับมอบได้
ตามรายงานจาก Reuters สหรัฐอเมริกาได้ออกใบอนุญาตส่งออกชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขั้นสูงให้กับบริษัทจีน 10 แห่ง รวมถึง ByteDance ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแพลตฟอร์ม TikTok โดยชิปเหล่านี้ผลิตโดยบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ เช่น Nvidia, AMD และ Intel อย่างไรก็ตาม บริษัทเหล่านี้ถูกห้ามไม่ให้รับชิปดังกล่าวเนื่องจากข้อจำกัดด้านการส่งออกที่สหรัฐฯ บังคับใช้ สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความซับซ้อนและความขัดแย้งในนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่มุ่งจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ของจีน
รายชื่อบริษัทจีนที่ได้รับใบอนุญาตดังกล่าวประกอบด้วย ByteDance, China Mobile Communications Group, Tsinghua Unigroup, China Unicom, China Telecom, Inspur Group, Hygon Information Technology, Shanghai United Imaging Healthcare, Horizon Robotics และ Biren Technology ข้อมูลนี้มาจากเอกสารที่ Reuters ตรวจสอบได้ ซึ่งระบุว่ากระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ (U.S. Department of Commerce) ได้อนุมัติใบอนุญาตสำหรับชิปประสิทธิภาพสูง เช่น Nvidia H100, H20, A100, L40S, AMD MI300X และ Intel Gaudi รวมถึงชิปอื่นๆ ที่ใช้ในศูนย์ข้อมูล AI
นโยบายการส่งออกของสหรัฐฯ เริ่มเข้มงวดตั้งแต่ปี 2565 โดยสำนักงานอุตสาหกรรมและความมั่นคง (Bureau of Industry and Security: BIS) ภายใต้กระทรวงพาณิชย์ ได้กำหนดข้อจำกัดเพื่อป้องกันไม่ให้เทคโนโลยี AI ก้าวหน้าของจีนกลายเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงแห่งชาติ ชิปเหล่านี้ถูกจัดอยู่ในประเภทที่ควบคุมอย่างเข้มงวด เนื่องจากมีความสามารถในการประมวลผลที่สูงมาก ซึ่งสามารถนำไปใช้พัฒนาโมเดล AI ขนาดใหญ่ได้ บริษัทจีนหลายแห่ง รวมถึง ByteDance ถูกขึ้นบัญชี Entity List ซึ่งเป็นรายชื่อหน่วยงานที่ถูกห้ามทำธุรกรรมกับสหรัฐฯ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตพิเศษ
กระบวนการอนุมัติใบอนุญาตนี้เกิดขึ้นเมื่อบริษัทผู้ผลิตชิปสหรัฐฯ ยื่นคำร้องเพื่อส่งออกไปยังบริษัทจีนดังกล่าว BIS พิจารณาคำร้องเหล่านี้เป็นกรณีไปตามกรณี โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านความมั่นคงและผลกระทบทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม แม้จะได้รับใบอนุญาต แต่บริษัทจีนที่อยู่ใน Entity List ยังคงเผชิญข้อห้ามในการรับสินค้าดังกล่าว เนื่องจากกฎระเบียบของสหรัฐฯ กำหนดว่าการส่งออกไปยังหน่วยงานเหล่านี้ต้องได้รับการอนุมัติเพิ่มเติม และในทางปฏิบัติ ชิปเหล่านี้ไม่สามารถส่งมอบได้จริง สถานการณ์นี้ทำให้ใบอนุญาตกลายเป็นเพียงเอกสารที่ไม่มีผลบังคับใช้ สร้างความสับสนให้กับทั้งผู้ผลิตสหรัฐฯ และผู้นำเข้าจีน
ตัวอย่างเช่น ByteDance ซึ่งมีศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ทั่วโลก ได้รับใบอนุญาตสำหรับชิป Nvidia หลายรุ่น แต่ด้วยสถานะใน Entity List ทำให้ไม่สามารถนำเข้าชิปเหล่านี้ได้โดยตรง ในทำนองเดียวกัน China Mobile และ China Telecom ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมชั้นนำของจีน ก็เผชิญปัญหาเดียวกัน Inspur Group ผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์รายใหญ่ ก็ถูกจำกัดไม่ให้เข้าถึงชิปขั้นสูงเหล่านี้ ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ในจีน
นอกจากนี้ บริษัทอย่าง Hygon และ Biren Technology ซึ่งพัฒนาชิป CPU และ GPU ของตัวเอง ก็ยังคงพึ่งพาชิปสหรัฐฯ ในบางส่วน แต่ข้อจำกัดเหล่านี้บังคับให้จีนต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศ เช่น ชิป Huawei Ascend หรือชิปจาก SMIC อย่างไรก็ตาม ชิปเหล่านี้ยังไม่สามารถเทียบชั้นกับ Nvidia H100 ในด้านประสิทธิภาพได้เต็มที่
สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มมาตรการควบคุมในเดือนตุลาคม 2567 โดยกำหนดให้ผู้ส่งออกต้องรายงานการส่งชิป AI ไปยังประเทศที่สามที่อาจส่งต่อไปจีน นโยบายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปิดช่องโหว่ในการเลี่ยงข้อห้าม แต่ก็สร้างความท้าทายให้กับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก
ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าอ้างว่า กระบวนการอนุมัติใบอนุญาตนี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ซับซ้อน ซึ่ง BIS ใช้ในการตรวจสอบและติดตามการไหลเวียนของเทคโนโลยี แต่ในทางปฏิบัติ มันกลายเป็น “ใบอนุญาตที่ไม่มีประโยชน์” สำหรับบริษัทจีนที่ถูกขึ้นบัญชีดำ สหรัฐฯ ยังคงปฏิเสธใบอนุญาตส่วนใหญ่ โดยอนุมัติเพียงไม่กี่รายการเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์หรือการวิจัยที่ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความมั่นคง
ผลกระทบทางธุรกิจชัดเจน Nvidia ซึ่งพึ่งพาตลาดจีนราว 20-25% ของรายได้ ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยหุ้นตกหนักหลังประกาศข้อจำกัดใหม่ AMD และ Intel ก็เผชิญสถานการณ์คล้ายกัน ในขณะที่บริษัทจีนต้องหันไปใช้ทางเลือกอื่น เช่น ชิปที่ปรับปรุงให้สอดคล้องกับกฎสหรัฐฯ อย่าง H20 ซึ่งประสิทธิภาพต่ำกว่า H100 ราว 50%
โดยรวมแล้ว การอนุมัติใบอนุญาตนี้เน้นย้ำถึงความขัดแย้งในนโยบายสหรัฐฯ ที่มุ่งรักษาความเป็นผู้นำด้าน AI ขณะเดียวกันก็หลีกเลี่ยงการกระทบอุตสาหกรรมของตนเอง สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การเจรจาทางการค้าเพิ่มเติม หรือการพัฒนาเทคโนโลยีทางเลือกในจีน ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในอนาคต
(จำนวนคำประมาณ 728 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)