หัวหง เซมิคอนดักเตอร์ (Hua Hong Semiconductor) กลายเป็นผู้ผลิตชิปรายที่สองของจีนที่สามารถผลิตชิปขนาด 7 นาโนเมตรได้สำเร็จ ท่ามกลางนโยบายของปักกิ่งที่มุ่งเน้นการพึ่งพาตนเองด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หัวหง เซมิคอนดักเตอร์ บริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ชั้นนำของจีน ได้ประกาศความสำเร็จในการผลิตชิปขนาด 7 นาโนเมตร (7nm) ในระดับการผลิตจำนวนมาก (mass production) ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้บริษัทนี้กลายเป็นผู้ผลิตชิประดับสูงรายที่สองของจีน ต่อจาก Semiconductor Manufacturing International Corporation (SMIC) ที่เคยทำได้ก่อนหน้านี้ ความก้าวหน้านี้เกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของรัฐบาลจีนในการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยียุคใหม่
เทคโนโลยีการผลิตชิป 7nm ของหัวหง อาศัยกระบวนการลิโธกราฟีแบบ Deep Ultraviolet (DUV) ร่วมกับเทคนิคการพิมพ์หลายชั้น (multi-patterning) โดยไม่ต้องใช้เครื่อง Extreme Ultraviolet (EUV) lithography ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่ถูกควบคุมโดยสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรตะวันตก แม้จะเป็นวิธีการที่ซับซ้อนและมีต้นทุนสูงกว่า แต่หัวหงสามารถเอาชนะข้อจำกัดเหล่านี้ได้ โดยยืนยันว่ากระบวนการดังกล่าวมีเสถียรภาพและสามารถผลิตชิปได้ในปริมาณมากเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด ชิปเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานในอุปกรณ์ AI, การสื่อสาร 5G, ยานยนต์อัจฉริยะ และอุปกรณ์ IoT ซึ่งเป็นภาคส่วนที่จีนกำลังเร่งพัฒนาเพื่อความเป็นอิสระทางเทคโนโลยี
ความสำเร็จนี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลปักกิ่งที่ให้ความสำคัญกับการพึ่งพาตนเองด้านเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะหลังจากที่สหรัฐอเมริกาได้กำหนดมาตรการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เครื่อง EUV ของบริษัท ASML จากเนเธอร์แลนด์ รัฐบาลจีนได้ทุ่มงบประมาณมหาศาลผ่านกองทุน Big Fund (National Integrated Circuit Industry Investment Fund) ซึ่งมีมูลค่ากว่า 47 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการวิจัยพัฒนา เพื่อลดช่องว่างกับผู้นำระดับโลกอย่าง Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) และ Samsung
SMIC ผู้บุกเบิกก่อนหน้า ได้เริ่มผลิตชิป 7nm ตั้งแต่ปี 2563 โดยใช้เทคนิค DUV เช่นเดียวกัน และสามารถนำไปใช้ในชิป Kirin 9000 ของ Huawei แม้จะเผชิญปัญหาผลผลิต (yield) ที่ต่ำและต้นทุนสูง แต่ SMIC ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าจีนสามารถผลิตชิประดับ 7nm ได้โดยไม่ต้องพึ่งพา EUV ในขณะที่หัวหง ซึ่งมีฐานะเป็นบริษัทลูกของรัฐบาลเซี่ยงไฮ้ ได้รับการสนับสนุนด้านทุนและเทคโนโลยี ทำให้สามารถเร่งพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว หัวหงมุ่งเน้นตลาดชิปแบบ embedded และ power management ซึ่งแตกต่างจาก SMIC ที่เน้นชิป logic สำหรับสมาร์ทโฟนและ AI
อย่างไรก็ตาม การผลิต 7nm โดย DUV ยังคงเผชิญความท้าทายหลายประการ ประการแรกคืออัตราผลผลิตที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับ TSMC ซึ่งใช้ EUV ทำให้ต้นทุนต่อชิปสูงขึ้นถึง 40-50% ประการที่สองคือความซับซ้อนของกระบวนการ multi-patterning ที่ต้องใช้เวลานานกว่าและเสี่ยงต่อข้อผิดพลาด นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังคงกดดันผ่านมาตรการ Entity List ที่จำกัดการเข้าถึงอุปกรณ์และซอฟต์แวร์จากบริษัทอเมริกัน เช่น Applied Materials และ Lam Research แต่หัวหงยืนยันว่าบริษัทมีห่วงโซ่อุปทานในประเทศที่แข็งแกร่ง และสามารถผลิตได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากตะวันตกทั้งหมด
ในบริบทของการแข่งขันด้าน AI จีนกำลังเร่งสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ โดยมีบริษัทอย่าง Huawei, Baidu และ Alibaba ที่ต้องการชิป AI ในประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงการพึ่งพา Nvidia ของสหรัฐฯ ความสำเร็จของหัวหงจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับอุตสาหกรรม โดยเฉพาะชิปสำหรับศูนย์ข้อมูล AI และ edge computing ซึ่งคาดว่าจะเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ ยังเป็นสัญญาณว่าจีนใกล้บรรลุเป้าหมายการผลิตชิปขั้นสูง 5nm หรือต่ำกว่านั้น แม้จะล่าช้ากว่าการคาดการณ์เดิม
รัฐบาลปักกิ่งได้กำหนดแผน “Made in China 2025” และ “China Standards 2035” เพื่อผลักดันการพึ่งพาตนเอง โดยตั้งเป้าที่ 70% ของเซมิคอนดักเตอร์ที่ใช้ในประเทศจะผลิตในจีนภายในปี 2568 การลงทุนในหัวหงและ SMIC เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์นี้ ซึ่งรวมถึงการสร้างโรงงานใหม่ในนานจิงและเซี่ยงไฮ้ หัวหงคาดว่าจะเพิ่มกำลังการผลิต 7nm เป็นสองเท่าภายในสิ้นปีนี้ เพื่อรองรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าหลักในประเทศ
แม้จะยังตามหลัง TSMC ที่ครองส่วนแบ่งตลาด Foundry กว่า 60% แต่ความก้าวหน้าของจีนแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการแข่งขันระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงขนาดตลาดในประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลกและการสนับสนุนจากรัฐบาล ความสำเร็จนี้ไม่เพียงเสริมแกร่งอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของจีน แต่ยังเป็นตัวเร่งให้เกิดนวัตกรรม AI ที่แท้จริง โดยไม่ถูกจำกัดจากมาตรการควบคุมทางการค้า
(จำนวนคำประมาณ 728 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)