ไบต์แดนซ์วางแผนลงทุนกว่า 30 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อขยายธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ เน้นใช้ชิปจากผู้ผลิตจีน
ไบต์แดนซ์ (ByteDance) บริษัทแม่ของแพลตฟอร์มทิกต็อก (TikTok) วางแผนลงทุนมูลค่ากว่า 30 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีงบประมาณ 2568 เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล ซึ่งถือเป็นการเพิ่มงบประมาณอย่างมากจากปีก่อนหน้า โดยในปี 2567 บริษัทได้ใช้งบประมาณราว 15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในการพัฒนาด้านนี้ การลงทุนครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไบต์แดนซ์ในการแข่งขันด้าน AI ในตลาดจีน ท่ามกลางข้อจำกัดทางการค้าจากสหรัฐอเมริกาที่ห้ามส่งออกชิปขั้นสูงไปยังจีน
ตามรายงานจากสื่อจีน เช่น Caixin และ The Paper การลงทุนดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปที่การสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่และการจัดซื้อชิปเซมิคอนดักเตอร์จากผู้ผลิตในประเทศ โดยไบต์แดนซ์คาดว่าจะใช้เงินราว 20-25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลใหม่ๆ และส่วนที่เหลือสำหรับการพัฒนาโมเดล AI และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ บริษัทยังวางแผนลงทุนเพิ่มเติมอีก 10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีถัดๆ ไป เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
หนึ่งในกลยุทธ์หลักของไบต์แดนซ์คือการพึ่งพาชิปจากผู้ผลิตจีน โดยเฉพาะชิปซีรีส์ Ascend จากหัวเว่ย (Huawei) ซึ่งรวมถึงรุ่น Ascend 910B และ Ascend 910C ชิปเหล่านี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อทดแทนชิป Nvidia จากสหรัฐฯ ที่ถูกคว่ำบาตร ไบต์แดนซ์ได้สั่งซื้อชิปหัวเว่ยจำนวนมาก โดยคาดว่าปี 2568 จะนำชิปดังกล่าวมาใช้ในศูนย์ข้อมูลใหม่ๆ กว่า 20 แห่งทั่วประเทศจีน นอกจากหัวเว่ยแล้ว บริษัทยังพิจารณาชิปจากผู้ผลิตอื่นๆ เช่น Biren Technology และ Moore Threads ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพชิป AI ในจีน
การตัดสินใจใช้ชิปจีนนี้เกิดจากความจำเป็นในการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ที่เข้มงวดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะหลังจากที่ Nvidia ถูกห้ามส่งออกชิป H100 และรุ่นใหม่ๆ ไปยังจีน ไบต์แดนซ์เคยพึ่งพาชิป Nvidia เป็นหลัก แต่ปัจจุบันได้หันมาใช้ชิปทางเลือกจากจีนมากขึ้น โดยในปี 2567 บริษัทได้ติดตั้งชิป Huawei Ascend กว่า 20,000 ชิ้นในศูนย์ข้อมูลต่างๆ แล้ว
นอกจากโครงสร้างพื้นฐานแล้ว ไบต์แดนซ์ยังเร่งพัฒนาโมเดล AI ของตัวเอง โดยโมเดล Doubao ถือเป็นผลิตภัณฑ์หลักที่ประสบความสำเร็จ Doubao LLM (Large Language Model) ได้รับความนิยมสูงในจีน โดยมีผู้ใช้งานรายเดือนกว่า 60 ล้านคนในเดือนกันยายน 2567 ซึ่งเพิ่มขึ้น 4 เท่าจากช่วงต้นปี โมเดลนี้สามารถแข่งขันกับโมเดลจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อื่นๆ ในจีน เช่น Ernie จาก Baidu, Kimi จาก Moonshot AI และ DeepSeek จาก High-Flyer นอกจากนี้ Doubao ยังถูกนำไปใช้ในแอปพลิเคชันหลากหลาย เช่น การสร้างเนื้อหา การแปลภาษา และการช่วยเหลือลูกค้า
การลงทุนครั้งนี้ยังรวมถึงการขยายทีมงานด้าน AI โดยไบต์แดนซ์มีพนักงานด้านนี้กว่า 7,000 คน และวางแผนรับสมัครเพิ่มอีกหลายพันคนในปีหน้า เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโมเดลใหม่ๆ เช่น Doubao Pro ซึ่งมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับโมเดลระดับโลกอย่าง GPT-4o ของ OpenAI บริษัทเชื่อมั่นว่าการลงทุนดังกล่าวจะช่วยให้ Doubao ครองส่วนแบ่งตลาดโมเดล AI แบบเปิด (open-source) ในจีนได้มากถึง 25% ในปี 2568
อย่างไรก็ตาม การพึ่งพาชิปจีนยังเผชิญความท้าทาย โดยเฉพาะเรื่องประสิทธิภาพที่ยังด้อยกว่าชิป Nvidia ชิป Ascend 910B มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ Nvidia A100 แต่ยังไม่เทียบเท่า H100 ในขณะที่ Ascend 910C ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ คาดว่าจะมีประสิทธิภาพใยงเคียง H100 มากขึ้น แต่การผลิตยังมีข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต นอกจากนี้ ไบต์แดนซ์ยังต้องเผชิญการแข่งขันดุเดือดจากอาลีบาบา (Alibaba), เทนเซ็นต์ (Tencent) และ Baidu ซึ่งแต่ละบริษัทต่างทุ่มงบประมาณ AI มหาศาลเช่นกัน โดยอาลีบาบาวางแผนลงทุน 53 พันล้านดอลลาร์สหรัฐใน 3 ปี ขณะที่เทนเซ็นต์ลงทุนกว่า 11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567
ในภาพรวม การลงทุนกว่า 30 พันล้านดอลลาร์สหรัฐของไบต์แดนซ์ไม่เพียงแต่เป็นการขยายธุรกิจ AI เท่านั้น แต่ยังเป็นกลยุทธ์เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ และเสริมสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยีให้กับจีน ท่ามกลางสงครามการค้าที่กำลังดำเนินอยู่ บริษัทคาดหวังว่าการลงทุนนี้จะช่วยให้สามารถพัฒนา AI ที่มีประสิทธิภาพสูง และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในแพลตฟอร์มทิกต็อกและ Douyin (เวอร์ชันจีนของทิกต็อก) ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)