Cerebras มุ่งสู่มูลค่าบริษัท 40 พันล้านดอลลาร์ในการเสนอขายหุ้น IPO ครั้งที่สอง
Cerebras Systems บริษัทสตาร์ทอัพด้านชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) อย่างเป็นความลับ เพื่อเตรียมการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะ (IPO) ครั้งที่สอง โดยตั้งเป้ามูลค่าบริษัทสูงถึง 40 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าการประเมินมูลค่าครั้งก่อนหน้าอย่างมาก
การยื่นคำร้องดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความนิยมด้านปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังรุ่งเรือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น Microsoft, Google และ Amazon ได้ทุ่มงบประมาณมหาศาลในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI Cerebras ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2016 โดย Andrew Feldman อดีตผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตประธาน SeaMicro (บริษัทที่ถูก AMD ซื้อกิจการในปี 2012) ได้พัฒนาเทคโนโลยีชิปขนาดใหญ่พิเศษที่เรียกว่า Wafer-Scale Engine (WSE) ซึ่งเป็นชิปขนาดเท่าแผ่นเวเฟอร์ทั้งแผ่น โดยไม่ต้องตัดแบ่งเป็นชิปย่อยหลายชิ้นเหมือนชิปทั่วไป
เทคโนโลยีหลักของ Cerebras คือ WSE-3 ซึ่งเป็นรุ่นล่าสุดที่เปิดตัวในปี 2023 ชิปดังกล่าวประกอบด้วยคอร์ประมวลผลกว่า 900,000 คอร์ มีประสิทธิภาพการคำนวณแบบ FP16 สูงถึง 125 เพตะฟลอปส์ (PetaFLOPS) และสามารถเชื่อมต่อหน่วยความจำ HBM2e ได้มากถึง 44 เพตะไบต์ต่อวินาที WSE-3 ถือเป็นชิป AI ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีขนาดใหญ่กว่าชิป GPU ของ Nvidia ถึง 50 เท่า ทำให้เหมาะสำหรับการฝึกโมเดล AI ขนาดใหญ่โดยไม่ต้องใช้ระบบคลัสเตอร์หลายเครื่องที่ซับซ้อน
Cerebras ได้รับการสนับสนุนจากลูกค้าชั้นนำหลายราย เช่น Mayo Clinic ซึ่งใช้ระบบ CS-3 ของบริษัทในการวิจัยทางการแพทย์ NASA ที่นำเทคโนโลยีไปใช้ในการจำลองอวกาศ และหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ รวมถึงลูกค้าอุตสาหกรรมอื่นๆ อีกมากมาย บริษัทได้ระดมทุนรวมกว่า 720 ล้านดอลลาร์ จากนักลงทุนชั้นนำ เช่น Alpha Wave Global, Fidelity Management & Research Company, Eclipse Ventures, Benchmark และ AMD Ventures การประเมินมูลค่าล่าสุดของบริษัทอยู่ที่ 4 พันล้านดอลลาร์ จากรอบการระดมทุน Series F2 ในเดือนตุลาคม 2021
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Cerebras พยายามเข้าตลาดหุ้นครั้งแรก ในเดือนตุลาคม 2022 บริษัทได้ยื่นฟอร์ม S-1 ต่อ SEC เพื่อ IPO แต่เพียงหนึ่งเดือนต่อมา ได้ถอนคำร้องเนื่องจากสภาวะตลาดที่ย่ำแย่จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและความกังวลด้านภาวะถดถอย สถานการณ์ในขณะนั้นทำให้บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งเลื่อนหรือยกเลิกแผน IPO แต่ปัจจุบัน สภาวะตลาดได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง หลังจาก Nvidia กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในโลกด้วยราคาหุ้นที่พุ่งสูงจากความต้องการชิป AI
Cerebras วางตำแหน่งตัวเองให้เป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Nvidia ในตลาดชิป AI โดยชูจุดเด่นเรื่องขนาดชิปที่ใหญ่โตและประสิทธิภาพสูง ทำให้ลดความซับซ้อนในการเชื่อมต่อระบบและลดการใช้พลังงาน ระบบ CS-3 ของบริษัทสามารถฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ได้เร็วกว่าการใช้ GPU หลายพันตัวของ Nvidia นอกจากนี้ Cerebras ยังพัฒนาซอฟต์แวร์ SwarmX ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถスケลได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องจัดการคลัสเตอร์ขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม การ IPO ครั้งนี้ยังคงเป็นความลับ ดังนั้นรายละเอียดเช่นจำนวนหุ้นที่เสนอขาย ราคาเป้าหมาย หรือธนาคารจัดการการเสนอขายจึงยังไม่เปิดเผย บริษัทมีสำนักงานใหญ่ในซันนีเวล สหรัฐอเมริกา และมีพนักงานกว่า 1,000 คนทั่วโลก Cerebras ยังคงเผชิญความท้าทายในการแข่งขันกับยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia, AMD และ Intel ที่มี ecosystem ซอฟต์แวร์ที่แข็งแกร่งกว่า แต่เทคโนโลยี wafer-scale ของบริษัทถือเป็นนวัตกรรมที่อาจเปลี่ยนเกมในอุตสาหกรรม AI ได้
การเคลื่อนไหวของ Cerebras ครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในอนาคตของตลาด AI ซึ่งคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในด้านการประมิน AI ขนาดใหญ่และการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ หาก IPO สำเร็จ มูลค่า 40 พันล้านดอลลาร์จะทำให้ Cerebras กลายเป็นหนึ่งในบริษัท AI ที่มีมูลค่าสูงสุดในการเข้าตลาดหุ้นครั้งแรก
(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)