ซอฟต์แบงก์ขอสินเชื่อรวม 40 พันล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อสนับสนุนการลงทุนใน OpenAI
ซอฟต์แบงก์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (SoftBank Group Corp.) บริษัทโฮลดิ้งยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น กำลังเจรจาขอสินเชื่อรวมมูลค่า 40 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นสินเชื่อรวม (syndicated loan) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อนำไปใช้ในการลงทุนขนาดมหาศาลใน OpenAI ผู้พัฒนาแชทบอทชื่อดัง ChatGPT โดยมี Mizuho Financial Group ธนาคารญี่ปุ่นชั้นนำเป็นผู้จัดอันดับนำ (lead arranger)
การเจรจานี้ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวหลายรายที่ใกล้ชิดกับเรื่อง โดยธนาคารหลายแห่งจากญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และยุโรป ได้รับเชิญให้เข้าร่วมในฐานะผู้ให้สินเชื่อร่วม (underwriters) สินเชื่อดังกล่าวมีกำหนดชำระเงินต้นภายใน 3 ปี และมีอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว โดยคาดว่าจะปิดดีลได้ในช่วงฤดูร้อนปีนี้ หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน
วัตถุประสงค์หลักของเงินกู้ครั้งนี้คือ เพื่อให้ซอฟต์แบงก์สามารถลงทุน 40 พันล้านดอลลาร์ใน OpenAI โดยตรง โดย OpenAI จะนำเงินส่วนใหญ่ไปใช้ในการซื้อคืนหุ้น (share buyback) จากพนักงานและนักลงทุนเดิม ซึ่งจะช่วยเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของซอฟต์แบงก์ในบริษัทให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบัน ซอฟต์แบงก์ถือหุ้นใน OpenAI อยู่ที่ประมาณ 1% จากการลงทุนก่อนหน้านี้มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2023 หากดีลนี้สำเร็จ สัดส่วนดังกล่าวจะพุ่งสูงขึ้นหลายเท่า และอาจทำให้ซอฟต์แบงก์มีอิทธิพลเชิงกลยุทธ์ต่อ OpenAI มากยิ่งขึ้น
OpenAI ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2015 โดย Sam Altman และกลุ่มผู้ร่วมก่อตั้ง ได้รับการประเมินมูลค่าบริษัทสูงถึง 157 พันล้านดอลลาร์ จากการเจรจาลงทุนล่าสุดในเดือนมีนาคม โดยมี Microsoft เป็นนักลงทุนหลักที่ทุ่มเงินไปแล้วกว่า 13 พันล้านดอลลาร์ตั้งแต่ปี 2019 ทำให้ Microsoft ถือหุ้นราว 49% และมีสิทธิ์พิเศษในการใช้งานเทคโนโลยีของ OpenAI การลงทุนของซอฟต์แบงก์ครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นการแข่งขันโดยตรงกับ Microsoft เพื่อแย่งชิงความเป็นผู้นำในตลาดปัญญาประดิษฐ์ (AI) generative
Masayoshi Son ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของซอฟต์แบงก์ ผู้มีชื่อเสียงในฐานะนักลงทุน visionary ได้แสดงความสนใจอย่างมากต่อ OpenAI โดยเคยพยายามเจรจาลงทุนมูลค่า 10 พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว แต่ไม่สำเร็จ หลังจากนั้น ซอฟต์แบงก์ได้ลงทุนในบริษัท AI อื่นๆ เช่น Tempus AI และ Stable Diffusion เพื่อเสริมสร้างพอร์ตโฟลิโอด้าน AI การขอสินเชื่อครั้งนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ของ Son ที่ต้องการเร่งขยายการลงทุนใน AI ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า ซอฟต์แบงก์ยังไม่ได้ตกลงเงื่อนไขขั้นสุดท้ายกับธนาคารต่างๆ และอาจมีการปรับขนาดสินเชื่อให้เล็กลง หากสภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย สินเชื่อขนาดใหญ่นี้มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากซอฟต์แบงก์มีหนี้สินรวมกว่า 200 พันล้านดอลลาร์อยู่แล้ว และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นในปัจจุบันอาจกดดันกระแสเงินสด นอกจากนี้ OpenAI เองก็เผชิญแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายด้านการประมวลผลที่พุ่งสูง โดยรายงานระบุว่าบริษัทขาดทุนสุทธิ 5 พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว
ธนาคาร Mizuho ซึ่งเป็นผู้จัดอันดับนำ มีบทบาทสำคัญในการดึงดูดธนาคารอื่นๆ เข้าร่วม โดยมีธนาคารญี่ปุ่นอย่าง Sumitomo Mitsui Banking Corp. และ MUFG Bank รวมถึงธนาคารสหรัฐและยุโรป เช่น JPMorgan Chase และ Bank of America ที่อาจเข้ามาเพื่อกระจายความเสี่ยง สินเชื่อ syndicated แบบนี้มักใช้ในดีลขนาดใหญ่ เพื่อให้ธนาคารแต่ละแห่งรับผิดชอบเฉพาะส่วนหนึ่งของยอดกู้
การเคลื่อนไหวของซอฟต์แบงก์เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความตื่นตัวในอุตสาหกรรม AI โดย OpenAI กำลังขยายโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อรองรับโมเดล GPT ถัดไป หากซอฟต์แบงก์สามารถปิดดีลได้ จะเป็นการยกระดับสถานะของบริษัทในฐานะผู้เล่นหลักใน ecosystem AI และช่วยลดการพึ่งพา Microsoft ในอนาคต
ทั้งซอฟต์แบงก์และ OpenAI ไม่ได้ให้ความเห็นอย่างเป็นทางการต่อเรื่องนี้ ขณะที่ Mizuho ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็น อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวมั่นใจว่าการเจรจากำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น และอาจกลายเป็นหนึ่งในดีลทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในปี 2024
(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)