ผู้ผลิตชิปจีนครองส่วนแบ่งตลาดตัวเร่ง AI ในจีนถึง 41%
ผู้ผลิตชิปในประเทศจีนกำลังขยายอิทธิพลในตลาดตัวเร่งปัญญาประดิษฐ์ (AI accelerator) ภายในจีนอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลล่าสุดจากบริษัทวิจัยตลาด TrendForce ระบุว่า ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2024 ผู้จำหน่ายในประเทศจีนสามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้ถึง 41% ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจาก 30% ในไตรมาสที่ 1 และ 20% ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2023 ความก้าวหน้าดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางข้อจำกัดด้านการส่งออกชิปขั้นสูงจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งผลกระทบต่อซัพพลายเออร์ต่างชาติ โดยเฉพาะ Nvidia ผู้ครองตลาดระดับโลก
ตลาดตัวเร่ง AI ในจีนเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสที่ 2 ปี 2024 มีการจัดส่งชิปรวมทั้งสิ้นประมาณ 880,000 หน่วย เพิ่มขึ้น 70% จากไตรมาสก่อนหน้า แม้ผู้ผลิตจีนจะครองส่วนแบ่งเพิ่มขึ้น แต่ Nvidia ยังคงเป็นผู้นำในตลาดจีนด้วยส่วนแบ่ง 59% อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งของ Nvidia ลดลงจาก 70% ในไตรมาสที่ 1 และ 80% ในไตรมาสที่ 4 ปี 2023 ซึ่งสะท้อนถึงการปรับตัวของตลาดต่อมาตรการควบคุมการส่งออกจากสหรัฐฯ ที่เข้มงวดยิ่งขึ้น
ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของผู้ผลิตจีน
การเติบโตของผู้ผลิตชิปจีนได้รับแรงหนุนหลักจากนโยบายสนับสนุนของรัฐบาลจีนและความต้องการตัวเร่ง AI ที่เพิ่มสูงขึ้นในประเทศ ตัวเร่ง AI เหล่านี้ถูกนำมาใช้ในศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ (data centers) และแพลตฟอร์มคลาวด์ เพื่อรองรับการฝึกอบรมและการอนุมานโมเดล AI โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (large language models) กำลังได้รับความนิยม
บริษัทชั้นนำในจีนที่โดดเด่น ได้แก่ Huawei ด้วยซีรีส์ Ascend ซึ่งเป็นตัวเร่ง AI ที่ได้รับการพัฒนาอย่างเข้มข้น Cambricon Technology ผู้เชี่ยวชาญด้านชิป AI โดยเฉพาะ Moore Threads กับชิปตัวเร่งกราฟิกสำหรับ AI และ Biren Technology ที่เน้นชิปประสิทธิภาพสูง ในไตรมาสที่ 2 ผู้ผลิตเหล่านี้ร่วมกันจัดส่งชิปกว่า 360,000 หน่วย เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจากไตรมาสก่อนหน้า โดย Huawei เป็นผู้นำเดี่ยวด้วยส่วนแบ่งสูงสุดในกลุ่มผู้ผลิตในประเทศ รองลงมาคือ Cambricon และ Biren
TrendForce วิเคราะห์ว่าการเติบโตดังกล่าวเกิดจากการปรับตัวของผู้ผลิตจีนที่สามารถผลิตชิปด้วยกระบวนการ 7 นาโนเมตรและต่ำกว่า โดยใช้เทคโนโลยีจาก TSMC ในอดีตก่อนหน้านี้ ก่อนที่ข้อจำกัดจะเข้มงวดขึ้น นอกจากนี้ ผู้ผลิตเหล่านี้ยังได้รับการสนับสนุนด้านซอฟต์แวร์ เช่น ระบบนิเวศ CANN ของ Huawei ที่ช่วยให้ผู้พัฒนา AI สามารถใช้งานชิปเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ CUDA ของ Nvidia
ผลกระทบต่อ Nvidia และตลาดโลก
แม้ Nvidia จะสูญเสียส่วนแบ่งในจีน แต่บริษัทยังคงครองตลาดตัวเร่ง AI ระดับโลก โดยในไตรมาสที่ 2 มีส่วนแบ่งกว่า 90% ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดการส่งออกชิป H100 และ H20 ทำให้ Nvidia ต้องปรับกลยุทธ์ โดย H20 ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่ปรับลดประสิทธิภาพเพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบสหรัฐฯ กลายเป็นชิปหลักที่จัดส่งในจีน โดยมีประสิทธิภาพใกล้เคียง H100 แต่ใช้หน่วยความจำน้อยกว่า
ในทางตรงกันข้าม ผู้ผลิตจีนมุ่งเน้นการพัฒนาชิปที่เหมาะสมกับความต้องการในประเทศ เช่น Ascend 910B ของ Huawei ซึ่งมีประสิทธิภาพในการฝึกโมเดล AI สูง และได้รับการรับรองจากผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ในจีนอย่าง Alibaba Cloud และ Tencent Cloud การแข่งขันนี้ไม่เพียงช่วยลดการพึ่งพาต่างชาติ แต่ยังกระตุ้นนวัตกรรมในระบบนิเวศ AI ของจีน
โอกาสและความท้าทายข้างหน้า
TrendForce คาดการณ์ว่าตลาดตัวเร่ง AI ในจีนจะยังคงเติบโต โดยผู้ผลิตในประเทศมีโอกาสขยายส่วนแบ่งเป็น 50% ภายในสิ้นปี 2024 หากสามารถแก้ไขปัญหาด้านซอฟต์แวร์และประสิทธิภาพให้เทียบเท่าผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกได้ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงมี โดยเฉพาะการขาดแคลนอุปกรณ์การผลิตขั้นสูง (advanced lithography tools) จาก ASML และข้อจำกัดด้านพลังงานในศูนย์ข้อมูล
นอกจากนี้ การพัฒนาโมเดล AI แบบเปิด (open-source models) ในจีน เช่น DeepSeek และ Qwen กำลังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับชิปในประเทศ โดยลดการพึ่งพาโมเดลจากตะวันตก ผู้ผลิตจีนจึงไม่เพียงแข่งขันด้านฮาร์ดแวร์ แต่ยังสร้าง ecosystem ที่สมบูรณ์เพื่อรองรับการใช้งานจริง
สรุปแนวโน้มตลาด
การครองส่วนแบ่ง 41% ของผู้ผลิตชิปจีนในตลาดตัวเร่ง AI สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวต่อแรงกดดันจากภายนอกและนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมของรัฐบาล ความสำเร็จนี้ไม่เพียงเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ตลาดในจีน แต่ยังส่งสัญญาณถึงการเกิดขึ้นของผู้เล่นใหม่ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก ผู้ประกอบการธุรกิจที่สนใจลงทุนใน AI ควรติดตามการพัฒนานี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกในอนาคตอันใกล้
(จำนวนคำ: 728)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)