การเติบโต 80 เท่าของ Anthropic ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานของตัวเอง และนำไปสู่การใช้ศูนย์ข้อมูลของมัสก์
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา Anthropic ผู้พัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ Claude ได้เผชิญกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของปริมาณการใช้งาน API ที่เพิ่มขึ้นถึง 80 เท่า การขยายตัวดังกล่าวเกินกว่าพยากรณ์ของบริษัทเอง ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานเดิมไม่สามารถรองรับได้อีกต่อไป Anthropic จึงต้องหันไปพึ่งพาศูนย์ข้อมูลของ xAI ซึ่งเป็นบริษัทของ Elon Musk โดยใช้คลัสเตอร์ Colossus ที่มีขนาดมหาศาลในเมือง Memphis รัฐเทนเนสซี
การเติบโตที่คาดไม่ถึงและปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน
Anthropic ก่อตั้งขึ้นในปี 2021 โดยอดีตพนักงาน OpenAI และได้รับการสนับสนุนจาก Amazon และ Google ด้วยเงินลงทุนรวมกว่า 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนาโมเดล AI ที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ โดย Claude 3.5 Sonnet เป็นโมเดลหลักที่ได้รับความนิยมสูงสุด ปริมาณการใช้งาน API พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะหลังจากการเปิดตัว Claude 3.5 Sonnet ในเดือนมิถุนายน ซึ่งมีประสิทธิภาพเหนือกว่าโมเดลอื่นๆ ในหลายด้าน
ตามรายงานภายในของ Anthropic ที่เปิดเผยโดย The Information การเติบโต 80 เท่านี้เกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ ทำให้บริษัทต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้าน GPU อย่างรุนแรง Anthropic พึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานของ AWS และ Google Cloud เป็นหลัก เนื่องจากข้อตกลงการลงทุนที่ผูกมัดกับผู้ให้บริการเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการคาดการณ์การเติบโตไว้ล่วงหน้า แต่ปริมาณจริงเกินคาดหลายเท่า ส่งผลให้ลูกค้าพบกับข้อจำกัดอัตราการใช้งาน (rate limits) และเวลารอคอยที่ยาวนาน
Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic กล่าวในงานประชุมว่า บริษัทกำลังเผชิญกับ “supply-demand imbalance” ในตลาด GPU โดยทั่วไป Anthropic พยายามขยายกำลังการผลิตผ่านข้อตกลงกับ AWS และ Google แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการที่พุ่งสูง
การเจรจากับ xAI และข้อตกลง Colossus
เพื่อแก้ปัญหานี้ Anthropic ได้เจรจากับ xAI บริษัท AI ของ Elon Musk ซึ่งกำลังสร้างคลัสเตอร์ GPU ที่ใหญ่ที่สุดในโลกชื่อ Colossus คลัสเตอร์นี้ตั้งอยู่ในโรงงานเก่าของ Electrolux ใน Memphis มีกำลังการประมวลผลเริ่มต้น 100,000 ตัวของ Nvidia H100 และกำลังขยายเป็น 200,000 ตัวภายในสิ้นปี โดยใช้พลังงานจาก Tesla Megapack กว่า 150 ชุด เพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าสูงถึง 150 เมกะวัตต์
ข้อตกลงระหว่าง Anthropic และ xAI อนุญาตให้ Anthropic ได้รับคลัสเตอร์ GPU ที่แยกเฉพาะ (dedicated cluster) ขนาดหลายหมื่นตัว โดยไม่ต้องแบ่งปันกับผู้ใช้รายอื่น นอกจากนี้ xAI ยังรับผิดชอบด้านการดำเนินงาน การบำรุงรักษา และการเชื่อมต่อเครือข่าย ทำให้ Anthropic สามารถมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาโมเดลได้เต็มที่ ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งระหว่าง Sam Altman ของ OpenAI กับ Elon Musk แต่ Amodei ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง
xAI เริ่มติดตั้ง Colossus ในเวลาเพียง 122 วัน ซึ่งเร็วกว่าที่คาดไว้ และกำลังขยายเพิ่มอีก 50,000 ตัวของ H100 ในอีก 90 วันข้างหน้า การใช้โรงงานใน Memphis ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนที่ดินและพลังงาน ซึ่งเป็นอุปสรรคหลักในการสร้างศูนย์ข้อมูล AI ขนาดใหญ่
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม AI และกลยุทธ์ของ Anthropic
ข้อตกลงนี้สะท้อนถึงแนวโน้มในอุตสาหกรรม AI ที่บริษัทต่างๆ ต้องหาพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อรองรับการเติบโต Anthropic ซึ่งเคยปฏิเสธข้อเสนอลงทุนจาก Microsoft เพื่อรักษาความเป็นกลาง กำลังกระจายความเสี่ยงโดยใช้ผู้ให้บริการหลายราย รวมถึงข้อตกลงล่าสุดกับ Google มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์สำหรับการใช้ TPUs
อย่างไรก็ตาม การพึ่งพา xAI อาจนำมาซึ่งความท้าทาย เช่น การแข่งขันระหว่าง Grok ของ xAI กับ Claude หรือปัญหาด้านการควบคุมข้อมูล Anthropic ยังคงยึดมั่นในหลักการ “Constitutional AI” เพื่อให้แน่ใจว่าโมเดลของตนปลอดภัย
ในแง่ตลาด การเติบโตของ Claude ทำให้รายได้ API ของ Anthropic พุ่งสูง โดย Claude 3.5 Sonnet มีราคาถูกกว่า GPT-4o แต่ประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน ส่งผลให้ Anthropic แย่งส่วนแบ่งตลาดจาก OpenAI ได้สำเร็จ
มุมมองอนาคตและบทเรียน
การเติบโต 80 เท่าของ Anthropic เป็นตัวอย่างของความท้าทายในยุค AI ที่การขยายโครงสร้างพื้นฐานไม่ทันกับความต้องการ การหันไปใช้ Colossus ของ xAI แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของบริษัท และอาจเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การแข่งขัน โดยเฉพาะเมื่อ xAI วางแผนขยายคลัสเตอร์ให้ใหญ่ที่สุดในโลกต่อไป
Anthropic กำลังวางแผนเปิดตัว Claude 3.5 Haiku ซึ่งเร็วกว่า Sonnet 2-3 เท่า เพื่อรองรับการใช้งานเพิ่มขึ้น ขณะที่บริษัทอื่นๆ อย่าง Meta และ Microsoft ก็กำลังสร้างคลัสเตอร์ขนาดใหญ่เช่นกัน แนวโน้มนี้บ่งชี้ว่าอนาคตของ AI จะขึ้นอยู่กับการเข้าถึง GPU และพลังงานในระดับอุตสาหกรรม
(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)