คอมพิวต์ AI ทั่วโลกทะลุ 15 ล้านหน่วยเทียบเท่า H100 ตามการประเมินของ Epoch AI
Epoch AI องค์กรวิจัยอิสระที่เชี่ยวชาญด้านการติดตามแนวโน้มคอมพิวต์สำหรับการฝึกโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เผยแพร่ข้อมูลล่าสุดที่แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของกำลังประมวลผล AI ทั่วโลก โดยประเมินว่ากำลังคอมพิวต์ทั้งหมดสำหรับการฝึกโมเดล AI ใหญ่ ๆ ทั่วโลกในช่วงกลางปี 2567 (mid-2024) อยู่ที่ประมาณ 15 ล้านหน่วยเทียบเท่า H100 ซึ่งเป็นหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) รุ่นท็อปของ Nvidia
ตัวเลขนี้สะท้อนถึงการขยายตัวแบบทวีคูณ โดย Epoch AI ใช้แนวทางในการประเมินที่อาศัยข้อมูลสาธารณะ เช่น การประกาศของบริษัทผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ (hyperscalers) การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และข้อมูลการใช้งาน GPU จากผู้ให้บริการรายอื่น ๆ นอกจากนี้ ยังรวมถึงการปรับค่าประสิทธิภาพของ GPU รุ่นต่าง ๆ ให้เทียบเท่ากับ H100 ซึ่งเป็นมาตรฐาน FLOPs (Floating Point Operations per Second) สำหรับการคำนวณ AI โดย H100 มีประสิทธิภาพสูงถึง 4 พีตะฟลอปส์ (petaFLOPs) ต่อตัวในโหมด FP8 สำหรับการฝึกโมเดล
แนวโน้มการเติบโตของคอมพิวต์ AI ทั่วโลกนั้นชัดเจนมาก โดย Epoch AI พบว่ากำลังคอมพิวต์เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณทุก 6 เดือน โดยตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา การเติบโตนี้เร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการลงทุนมหาศาลของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เช่น Microsoft, Google, Meta และ Amazon ที่กำลังสร้างคลัสเตอร์ GPU ขนาดยักษ์เพื่อรองรับการพัฒนาโมเดล AI ขนาดใหญ่
จากการวิเคราะห์ข้อมูล Epoch AI แบ่งกำลังคอมพิวต์ออกเป็นส่วนหลัก ๆ ได้ดังนี้:
- Hyperscalers สหรัฐฯ เป็นผู้นำเดี่ยว โดย Microsoft/Azure ถือครองส่วนแบ่งสูงสุด รองลงมาคือ Google Cloud, Amazon Web Services (AWS) และ Meta พวกนี้รวมกันคิดเป็นสัดส่วนกว่า 70% ของกำลังคอมพิวต์ทั้งหมด
- ผู้ให้บริการคลาวด์รายอื่น เช่น CoreWeave, Lambda และ Together AI ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ CoreWeave ที่ได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนรายใหญ่
- บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ เช่น OpenAI, xAI, Anthropic และ Tesla ที่มีคลัสเตอร์ส่วนตัวขนาดใหญ่ โดย xAI กำลังสร้าง “Colossus” คลัสเตอร์ 100,000 H100 ใน Memphis ซึ่งจะเป็นหนึ่งในคลัสเตอร์ใหญ่ที่สุดในโลก
- จีน กำลังไล่ตามอย่างใกล้ชิด โดยมีกำลังคอมพิวต์ประมาณ 1.5 ล้านหน่วยเทียบเท่า H100 คิดเป็นสัดส่วน 10% ของทั้งหมด บริษัทอย่าง ByteDance (TikTok), Alibaba, Tencent และ Baidu เป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก แม้จะเผชิญข้อจำกัดด้านชิปขั้นสูงจากมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ แต่จีนก็พัฒนาชิปทางเลือกอย่าง Huawei Ascend ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Epoch AI ยังได้จัดอันดับคลัสเตอร์ AI ขนาดใหญ่ 10 อันดับแรก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของ hyperscalers สหรัฐฯ โดยคลัสเตอร์ชั้นนำมีขนาดตั้งแต่ 10,000 ถึงกว่า 100,000 GPU คลัสเตอร์เหล่านี้ส่วนใหญ่ใช้ GPU รุ่น Hopper (H100/H200) ของ Nvidia และกำลังเปลี่ยนไปใช้ Blackwell (B100/B200) ในอนาคตอันใกล้
กราฟแนวโน้มที่ Epoch AI นำเสนอแสดงให้เห็นการเติบโตแบบยกกำลังสอง (exponential) โดยตั้งแต่ปี 2562 กำลังคอมพิวต์เพิ่มขึ้นกว่า 1,000 เท่า หากแนวโน้มนี้ยังคงต่อเนื่อง คาดว่าภายในสิ้นปี 2568 (end-2025) กำลังคอมพิวต์อาจทะลุ 100 ล้านหน่วยเทียบเท่า H100 ซึ่งจะเป็นการเติบโตอีกกว่า 6 เท่าจากปัจจุบัน
การประเมินนี้มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรม AI เนื่องจากกำลังคอมพิวต์เป็นปัจจัยหลักในการพัฒนาโมเดล AI ขนาดใหญ่ เช่น GPT-4 หรือ Llama ที่ต้องการทรัพยากรจำนวนมหาศาล Epoch AI เน้นย้ำว่าข้อมูลเหล่านี้มาจากแหล่งสาธารณะเท่านั้น และอาจมีกำลังคอมพิวต์ที่ไม่เปิดเผยอีกมาก โดยเฉพาะจากรัฐบาลและบริษัทเอกชนขนาดใหญ่
นอกจากนี้ Epoch AI ยังติดตามแนวโน้มอื่น ๆ เช่น การเพิ่มขึ้นของการใช้พลังงาน โดยคาดว่าคลัสเตอร์ AI ขนาดใหญ่จะกินไฟหลายกิกะวัตต์ต่อแห่ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและสิ่งแวดล้อมทั่วโลก การแข่งขันด้านคอมพิวต์นี้ไม่เพียงขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ โดยสหรัฐฯ ยังคงครองความเป็นผู้นำ แต่จีนกำลังลดช่องว่างลงอย่างต่อเนื่อง
Epoch AI อัปเดตข้อมูลนี้อย่างสม่ำเสมอผ่านแดชบอร์ดออนไลน์ที่ให้ผู้สนใจสามารถติดตามแบบเรียลไทม์ได้ ซึ่งช่วยให้นักวิเคราะห์ นักลงทุน และผู้กำหนดนโยบายเข้าใจพลวัตของอุตสาหกรรม AI ได้ดียิ่งขึ้น ในที่สุด การเติบโตของคอมพิวต์ AI นี้จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของปัญญาประดิษฐ์และการประยุกต์ใช้ในธุรกิจทั่วโลก
(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)