สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ครองตำแหน่งนำด้านการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในองค์กรด้วยอัตรา 64% ทิ้งสหรัฐอเมริกาและยุโรปไว้ห่างไกล มิคโรซอฟท์ระบุ
กรุงเทพฯ – ตามรายงานล่าสุดจากมิคโรซอฟท์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกในด้านการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในสถานที่ทำงาน โดยมีอัตราการใช้งาน AI สูงถึง 64% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกและหลายประเทศพัฒนาแล้วอย่างมาก ข้อมูลนี้มาจากรายงาน Work Trend Index Special Report on AI at Work ของมิคโรซอฟท์ ซึ่งสำรวจความคิดเห็นจากผู้ทำงานกว่า 31,000 คนใน 31 ประเทศทั่วโลก
รายงานดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า UAE ไม่เพียงแค่นำหน้าในภูมิภาคตะวันออกกลางเท่านั้น แต่ยังแซงหน้าประเทศมหาอำนาจทางเทคโนโลยีอย่างสหรัฐอเมริกาและประเทศในยุโรปหลายแห่ง โดยอัตราการใช้งาน AI ในสหรัฐฯ อยู่ที่ 48% สหราชอาณาจักร 45% เยอรมนี 41% และฝรั่งเศส 37% ในขณะที่ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 35-40% สิงคโปร์และอินเดีย ซึ่งติดอันดับรองลงมา มีอัตรา 60% และ 58% ตามลำดับ สถิติเหล่านี้สะท้อนถึงความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของ UAE ในการบูรณาการเทคโนโลยี AI เข้ากับกระบวนการทำงานประจำวัน
มิคโรซอฟท์ระบุว่า ความสำเร็จของ UAE มาจากนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านกลยุทธ์ UAE Centennial 2021 ซึ่งตั้งเป้าหมายให้ประเทศก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมระดับโลกภายในปี 2071 นอกจากนี้ การลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการฝึกอบรมบุคลากรยังเป็นปัจจัยสำคัญ รัฐบาล UAE ได้จัดตั้งหน่วยงานอย่าง Ministry of Artificial Intelligence เพื่อกำกับดูแลและส่งเสริมการนำ AI มาใช้ในทุกภาคส่วน ตั้งแต่ภาครัฐไปจนถึงเอกชน
ในรายงาน Work Trend Index มิคโรซอฟท์ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากการใช้งาน Microsoft 365 Copilot ซึ่งเป็นเครื่องมือ AI ผู้ช่วยที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พบว่าพนักงานใน UAE ใช้งาน Copilot อย่างกว้างขวาง โดย 75% ขององค์กรใน UAE กำลังทดลองหรือนำ AI มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ เทียบกับตัวเลขทั่วโลกที่ต่ำกว่า สถิติเหล่านี้มาจากข้อมูล telemetry จริงจากการใช้งานผลิตภัณฑ์ของมิคโรซอฟท์ ซึ่งยืนยันถึงการนำ AI ไปปฏิบัติจริงในองค์กร UAE
ดร. อาริฟ อัล ชูบานี รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมและผู้จัดการทั่วไปประจำตะวันออกกลางของมิคโรซอฟท์ กล่าวในแถลงการณ์ว่า “UAE กำลังกำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับการทำงานในยุค AI พนักงานที่นี่ไม่เพียงแค่ใช้งาน AI แต่ยังปรับตัวและสร้างสรรค์กับเทคโนโลยีนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม การนำของ UAE มาจากวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของผู้นำประเทศและการสนับสนุนจากภาคเอกชน” คำกล่าวนี้เน้นย้ำถึงบทบาทของผู้นำองค์กรใน UAE ที่มอง AI เป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ
รายงานยังเปิดเผยถึงแนวโน้มที่น่าสนใจอื่นๆ เช่น พนักงานใน UAE รู้สึกมั่นใจในทักษะ AI ของตนเองมากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก โดย 82% เชื่อว่าตนเองมีทักษะเพียงพอในการใช้งาน AI เทียบกับ 70% ทั่วโลก นอกจากนี้ องค์กรใน UAE กำลังลงทุนในโปรแกรมฝึกอบรม AI อย่างเข้มข้น เพื่อเตรียมพนักงานรับมือกับการเปลี่ยนแปลง สิ่งนี้ช่วยลดช่องว่างทักษะ (skills gap) และเพิ่มผลิตภาพการทำงาน โดย Copilot ช่วยลดเวลาในการทำงาน routine tasks ลงได้ถึง 30%
เมื่อเปรียบเทียบกับสหรัฐอเมริกาและยุโรป ซึ่งเป็นตลาดหลักของเทคโนโลยี AI พบว่าปัญหาหลักคือกฎระเบียบที่เข้มงวดและความลังเลในการนำ AI มาใช้ ในสหรัฐฯ แม้จะมีอัตรา 48% แต่ยังเผชิญกับความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวและจริยธรรม AI ในยุโรป โดยเฉพาะเยอรมนีและฝรั่งเศส อัตราการนำมาใช้ต่ำกว่าด้วยเหตุผลคล้ายกัน รวมถึงการบังคับใช้ EU AI Act ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งอาจยับยั้งการทดลองใช้งาน ในทางตรงกันข้าม UAE มีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยมากกว่า โดยมีกฎระเบียบที่ยืดหยุ่นแต่เน้นความปลอดภัย
มิคโรซอฟท์ยังชี้ให้เห็นถึงผลกระทบทางธุรกิจ โดยองค์กรใน UAE ที่นำ AI มาใช้มีอัตราการเติบโตของรายได้สูงขึ้น 20-30% และอัตราการรักษาพนักงาน (retention) ที่ดีกว่า เนื่องจากพนักงานรู้สึกมีส่วนร่วมมากขึ้น สถิติเหล่านี้มาจากการสำรวจผู้บริหารกว่า 5,000 คนทั่วโลก ซึ่ง 85% ของผู้บริหารใน UAE เชื่อว่า AI จะเปลี่ยนแปลงงานของตนในอีก 1-2 ปีข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม รายงานเตือนถึงความท้าทาย เช่น ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยข้อมูลและการพึ่งพา AI มากเกินไป มิคโรซอฟท์แนะนำให้องค์กรพัฒนากลยุทธ์ AI governance ที่แข็งแกร่ง เพื่อให้มั่นใจว่าการนำมาใช้เป็นไปอย่างยั่งยืน ใน UAE หน่วยงานรัฐได้ริเริ่มโครงการเช่น Dubai AI Strategy 2031 เพื่อจัดการประเด็นเหล่านี้
สรุปแล้ว การนำของ UAE ในด้าน AI adoption ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ การลงทุน และวัฒนธรรมนวัตกรรมที่ฝังรากลึก สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นโอกาสสำหรับธุรกิจทั่วโลกในการเรียนรู้จากโมเดล UAE เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI โดยมิคโรซอฟท์คาดการณ์ว่าประเทศชั้นนำเหล่านี้จะเป็นต้นแบบสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต
(จำนวนคำประมาณ 750 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)