การต่อต้านจากชุมชนท้องถิ่นขัดขวางโครงการศูนย์ข้อมูล AI มูลค่ากว่า 98 พันล้านดอลลาร์ ใน 11 รัฐของสหรัฐอเมริกา
ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาลท้องถิ่น และกลุ่มนักเคลื่อนไหวทั่วสหรัฐอเมริกา ได้แสดงการต่อต้านอย่างเข้มข้นต่อโครงการศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขนาดใหญ่ ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 98 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.4 ล้านล้านบาท โดยโครงการเหล่านี้ถูกยกเลิกหรือล่าช้าอย่างมีนัยสำคัญในทั้งหมด 11 รัฐ การวิเคราะห์ข้อมูลจาก The Decoder พบว่า การต่อต้านดังกล่าวเกิดขึ้นจากปัญหาหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้พลังงานมหาศาล การใช้น้ำจำนวนมาก เสียงรบกวน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และข้อตกลงสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่มอบให้แก่ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี
รัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งเป็นศูนย์กลางหลักของอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูลในสหรัฐอเมริกา ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุด โดยมีโครงการที่ถูกขัดขวางถึง 27 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 37 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โครงการเหล่านี้ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขต Loudoun County และ Prince William County ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศูนย์ข้อมูลอยู่แล้วหนาแน่น ตัวอย่างที่โดดเด่นคือ โครงการของ Amazon Web Services (AWS) ที่มีกำลังไฟฟ้าถึง 1 กิกะวัตต์ (GW) ซึ่งถูกสภาของ Loudoun County ปฏิเสธในเดือนพฤศจิกายน 2567 โดยให้เหตุผลว่าการใช้พลังงานที่สูงเกินไปจะส่งผลกระทบต่อโครงข่ายไฟฟ้าท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังมีโครงการของ Microsoft และ Google ที่ถูกชะลอตัวลงเนื่องจากการต่อต้านจากชาวบ้านที่กังวลเรื่องเสียงดังจากระบบระบายความร้อนและมลพิษทางอากาศ
ในรัฐโอไฮโอ โครงการของ Meta Platforms มูลค่า 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐใน New Albany ถูกยกเลิกหลังจากเกิดการต่อต้านจากชุมชนท้องถิ่นที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าเพื่อรองรับศูนย์ข้อมูล นอกจากนี้ รัฐยังมีโครงการอื่นๆ ของ Google และ PowerHouse Data Centers ที่ถูกคณะกรรมาธิการท้องถิ่นปฏิเสธเนื่องจากปัญหาการใช้พลังงานและน้ำประปา โครงการเหล่านี้คาดว่าจะใช้ไฟฟ้ามากพอที่จะเทียบเท่ากับการใช้ไฟฟ้าของประชากรทั้งเมืองใหญ่หลายแห่ง
รัฐอิลลินอยส์เผชิญกับการต่อต้านที่รุนแรงเช่นกัน โดยเฉพาะในพื้นที่ชิคาโกและชานเมือง โครงการของ Google มูลค่า 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐถูกชะลอลงหลังจากคณะกรรมการวางผังเมืองออกคำสั่งห้ามก่อสร้างชั่วคราวในเดือนกันยายน 2567 ชาวบ้านประท้วงเรื่องการใช้พลังงานที่อาจนำไปสู่การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ และการใช้น้ำจำนวนมหาศาลที่อาจทำให้เกิดวิกฤตน้ำในพื้นที่เกษตรกรรม รัฐนิวเจอร์ซีย์และรัฐอื่นๆ อย่างนอร์ทแคโรไลนา เพนซิลเวเนีย โอคลาโฮมา อุตาห์ มอนแทนา และเทนเนสซี ก็มีกรณีคล้ายคลึงกัน โดยโครงการของ Microsoft ใน Elk Grove Village ถูกยกเลิกเนื่องจากปัญหาโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าและเสียงรบกวน
สาเหตุหลักของการต่อต้านมาจากความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของศูนย์ข้อมูล AI แต่ละแห่งอาจใช้ไฟฟ้าถึง 100 เมกะวัตต์ (MW) หรือมากกว่านั้น ซึ่งเทียบเท่ากับการใช้ไฟฟ้าของประชากร 80,000 คน การวิเคราะห์ระบุว่า หากโครงการทั้งหมดเกิดขึ้นจริง จะต้องใช้พลังงานเพิ่มอีกกว่า 28 กิกะวัตต์ ซึ่งเท่ากับกำลังการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน 28 แห่งขนาด 1,000 MW ชุมชนท้องถิ่นกังวลว่าสิ่งนี้จะนำไปสู่การขยายโครงข่ายไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ส่งผลกระทบต่อเป้าหมายลดคาร์บอนของสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ การใช้น้ำสำหรับระบบทำความเย็นอาจสูงถึง 1 ล้านแกลลอนต่อวันต่อศูนย์ข้อมูล ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในพื้นที่แห้งแล้ง
ข้อตกลงสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่รัฐบาลมอบให้แก่บริษัทเทคโนโลยี เช่น การยกเว้นภาษีทรัพย์สินนาน 15-30 ปี ยังเป็นจุดถกเถียง โดยชุมชนมองว่าเป็นการสูญเสียรายได้ภาษีที่ควรนำไปพัฒนาสาธารณูปโภคแทน ในรัฐเวอร์จิเนีย รัฐบาลได้ให้สิทธิประโยชน์มูลค่ากว่า 12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐแก่โครงการศูนย์ข้อมูลในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่การต่อต้านล่าสุดทำให้หลายโครงการต้องถอนตัว
บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft, Amazon, Google และ Meta ยังคงผลักดันโครงการใหม่ๆ แต่พบว่าการต่อต้านจากท้องถิ่นเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้ชุมชนและแหล่งผลิตไฟฟ้า นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า แนวโน้มนี้จะทำให้การพัฒนาศูนย์ข้อมูล AI ช้าลง ส่งผลกระทบต่อแผนการขยายโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรม AI ในสหรัฐอเมริกา แม้บริษัทเหล่านี้จะพยายามแก้ไขด้วยเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เช่น การใช้พลังงานหมุนเวียนหรือระบบทำความเย็นแบบอากาศ แต่การต่อต้านยังคงเข้มข้น เนื่องจากชุมชนต้องการการรับประกันที่ชัดเจนเรื่องผลกระทบระยะยาว
การวิเคราะห์ข้อมูลนี้มาจากการรวบรวมประกาศจากรัฐบาลท้องถิ่น บันทึกการประชุมสภา และรายงานข่าว โดย The Decoder ได้ตรวจสอบโครงการที่ถูกยกเลิกหรือล่าช้าอย่างเป็นทางการเท่านั้น โครงการที่ยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจาอาจเผชิญชะตากรรมคล้ายกันในอนาคต การต่อต้านนี้สะท้อนถึงความขัดแย้งระหว่างการเติบโตของเทคโนโลยี AI กับความยั่งยืนของชุมชนท้องถิ่น ซึ่งอาจกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมในช่วงหลายปีข้างหน้า
(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)