ไมโครซอฟต์ จ้างนักวิจัย AI ชั้นนำจาก Allen Institute for AI เข้าทีม Superintelligence ของซุไลมาน

ไมโครซอฟต์ดึงนักวิจัยปัญญาประดิษฐ์ชั้นนำจากสถาบัน Allen Institute for AI เข้าร่วมทีม Superintelligence ของสุไลมาน

ไมโครซอฟต์ได้ประกาศรับสมัครนักวิจัยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชั้นนำ 4 คนจากสถาบัน Allen Institute for AI (AI2) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรชั้นนำด้านการวิจัย AI เข้าร่วมทีม Microsoft AI (MAI) ที่เพิ่งก่อตั้งใหม่ภายใต้การนำของมุสตาฟา ซุไลมาน (Mustafa Suleyman) ผู้ก่อตั้งร่วมของ DeepMind และอดีตผู้บริหาร Inflection AI ทีมนี้มีภารกิจหลักในการพัฒนา “superintelligence” หรือปัญญาประดิษฐ์ที่มีระดับสติปัญญาสูงกว่ามนุษย์ ซึ่งถือเป็นการย้ายย้ายครั้งสำคัญในสงครามแย่งชิงบุคลากร AI ระดับโลก

นักวิจัยทั้ง 4 คนที่ย้ายมาร่วมทีม ได้แก่:

  • ซูวอน มิน (Sewon Min) หัวหน้าฝ่าย Mosaic ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่แบบเปิด (open language models) ของ AI2 เธอเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินและปรับปรุงโมเดลภาษาใหญ่ (LLMs) โดยมีผลงานเด่น เช่น การพัฒนาโมเดล OLMo และการวิจัยที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพของโมเดล AI ในด้านการใช้เหตุผลและการตอบคำถาม

  • เซียง เร็น (Xiang Ren) หัวหน้าฝ่าย Semantic Scholar ซึ่งเป็นเครื่องมือค้นหาวรรณกรรมทางวิชาการที่ขับเคลื่อนด้วย AI และเป็นหนึ่งในโครงการหลักของ AI2 เขามีความเชี่ยวชาญด้านการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) และการสกัดข้อมูลจากเอกสารวิชาการ

  • รีด พไรซานต์ (Reid Pryzant) ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับแต่งโมเดลภาษาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยเฉพาะในด้านการลดอคติและเพิ่มความแม่นยำในการตอบสนอง

  • โรเบิร์ต แอล. โลแกน ที่ 4 (Robert L. Logan IV) ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัย AI ที่มุ่งเน้นการพัฒนาโมเดลเปิดและการประยุกต์ใช้ในงานวิจัยทางวิชาการ

การย้ายครั้งนี้ได้รับการยืนยันจาก AI2 ผ่านโพสต์บนเว็บไซต์และ LinkedIn ขององค์กร โดยระบุว่าเป็น “ข่าวเศร้าแต่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ” (bittersweet news) เนื่องจากนักวิจัยเหล่านี้เป็นกำลังสำคัญในการผลักดันงานวิจัยแบบเปิด (open science) ของ AI2 ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนา AI ที่โปร่งใสและเข้าถึงได้ฟรี โดยไม่แสวงหาผลกำไรเชิงพาณิชย์

AI2 ก่อตั้งโดยพอล อัลเลน (Paul Allen) ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟต์ ในปี 2014 เพื่อส่งเสริมการวิจัย AI ที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ องค์กรนี้มีผลงานโดดเด่นหลายชิ้น เช่น โครงการ MosaicML ซึ่งถูก Databricks ซื้อกิจการในปี 2023 ด้วยมูลค่ากว่า 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และโมเดล OLMo ซึ่งเป็นโมเดลภาษาเปิดตัวแรกที่เผยแพร่ข้อมูลฝึกอบรมทั้งหมด (weights, training data, code) เพื่อให้ชุมชนนักวิจัยสามารถตรวจสอบและพัฒนาต่อได้ นอกจากนี้ Semantic Scholar ยังช่วยนักวิจัยทั่วโลกเข้าถึงวรรณกรรมทางวิชาการนับล้านรายการผ่านเทคโนโลยี AI

การดึงตัวนักวิจัยจาก AI2 นี้สะท้อนกลยุทธ์ของไมโครซอฟต์ในการเร่งสร้างทีม AI ชั้นนำ หลังจากมุสตาฟา ซุไลมานเข้าร่วมบริษัทในเดือนมิถุนายน 2024 โดยนำทีม Inflection AI มาร่วมด้วย สุไลมานรับผิดชอบหน่วยธุรกิจ AI สำหรับผู้บริโภค (consumer AI division) ซึ่งรวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่าง Copilot และการแข่งขันกับ OpenAI, Google DeepMind และ Anthropic เขาเคยประกาศในโพสต์บน LinkedIn ว่า ทีม MAI จะมุ่งสู่ “การสร้าง superintelligence” โดยตรง ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ทะเยอทะยานและอาจเปลี่ยนแปลงอนาคตของมนุษยชาติ

การย้ายบุคลากรครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรม AI ไมโครซอฟต์ซึ่งเคยเป็นนักลงทุนหลักใน OpenAI ได้ปรับโครงสร้างทีมหลังเกิดความขัดแย้งกับแซม อัลต์แมน (Sam Altman) ในเดือนพฤศจิกายน 2023 ทำให้ต้องเร่งสร้างทีมในบ้านมากขึ้น การดึงนักวิจัยจาก AI2 ซึ่งมีชื่อเสียงด้านงานวิจัยคุณภาพสูงและแบบเปิด ถือเป็นชัยชนะเชิงกลยุทธ์ เนื่องจากบุคลากรเหล่านี้ไม่เพียงนำความเชี่ยวชาญด้านโมเดลเปิดมาด้วย แต่ยังช่วยเสริมจุดแข็งของไมโครซอฟต์ในด้านการพัฒนา AI ที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือ

อย่างไรก็ตาม การสูญเสียนักวิจัยหลักอาจกระทบต่อ AI2 ในระยะสั้น แม้ประธานาธิบดีของ AI2 คืออูลี วอล์ค (Ollie Walker) จะยืนยันว่าองค์กรยังคงมุ่งมั่นกับพันธกิจเดิม โดยมีทีมงานกว่า 200 คนที่ยังคงผลักดันโครงการอย่าง Dolma (ชุดข้อมูลฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่) และ StarCoder2 (โมเดลสำหรับการเขียนโค้ด)

การเคลื่อนไหวนี้อาจเป็นสัญญาณของเทรนด์ใหญ่ในวงการ AI ที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เร่งสะสมบุคลากรชั้นนำจากสถาบันวิจัยไม่แสวงกำไร เพื่อเร่งนวัตกรรมและครองส่วนแบ่งตลาด ไมโครซอฟต์คาดหวังว่าทีมของสุไลมานจะสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ประโยชน์จากทรัพยากรขนาดมหาศาลและข้อมูลจาก Azure cloud

(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)