เครื่องมือช้อปปิ้ง AI ของ Amazon แสดงรายการสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ขาย

亚马逊ใช้เครื่องมือช้อปปิ้งด้วยเอไอ แนะนำสินค้าจากผู้ขายที่ยังไม่ได้รับอนุญาต

亚马逊 ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ระดับโลก กำลังเผชิญข้อถกเถียงเกี่ยวกับเครื่องมือช่วยช้อปปิ้งด้วยปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ล่าสุดของตนชื่อว่า “Rufus” ซึ่งถูกค้นพบว่ามีการแนะนำสินค้าจากผู้ขายที่ยังไม่ได้ให้อนุญาตอย่างชัดเจน โดยผู้ขายเหล่านี้ได้เลือกปฏิเสธการใช้ข้อมูลสินค้าและข้อเสนอของตนในการขับเคลื่อนเอไอ generative แล้ว

Rufus เป็นผู้ช่วยช้อปปิ้งด้วยเอไอที่เปิดตัวในสหรัฐอเมริกาเมื่อต้นปีนี้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยผู้บริโภคค้นหาสินค้า ถามคำถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และรับคำแนะนำส่วนบุคคลผ่านการสนทนาแบบแชท ผู้ใช้สามารถเข้าถึง Rufus ได้ผ่านแอป Amazon Shopping บนอุปกรณ์ iOS และ Android โดยเครื่องมือนี้ใช้ข้อมูลจาก Amazon เช่น รีวิวสินค้า คำถามจากลูกค้า และข้อมูลสินค้าอื่นๆ เพื่อสร้างคำตอบที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ผู้ขายหลายรายได้รายงานปัญหาบนแพลตฟอร์ม Reddit โดยระบุว่าสินค้าของตนปรากฏในการตอบสนองของ Rufus แม้ว่าพวกเขาจะปิดการตั้งค่าที่ชื่อว่า “Use my product and offer information to power generative AI” ซึ่งเป็นตัวเลือก opt-in ที่จำเป็นตามนโยบายของ Amazon ผู้ขายต้องเลือกยอมรับอย่างชัดเจนจึงจะอนุญาตให้ใช้ข้อมูลของตนในคุณสมบัติเอไอ generative ได้

ทีมงานของ The Decoder ได้ทำการตรวจสอบโดยเลือกผู้ขายที่ปิดการตั้งค่านี้แล้ว และทดสอบการค้นหาผ่าน Rufus พบว่าสินค้าจากผู้ขายดังกล่าวยังคงถูกแนะนำอย่างสม่ำเสมอ ตัวอย่างเช่น:

  • ผู้ขาย “The Comfy Camel Co.” ซึ่งเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและผิวหนัง ได้ปิดการตั้งค่าเอไอตั้งแต่เดือนเมษายน แต่เมื่อถาม Rufus เกี่ยวกับ “best hair oil” สินค้าอย่าง “Wild Hair Growth Oil” และ “Hair Growth Oil” ของผู้ขายนี้ก็ปรากฏในการตอบสนอง โดย Rufus ระบุว่าเป็น “top choice” พร้อมลิงก์ไปยังหน้าสินค้า

  • ผู้ขาย “Yuesheng Toys” ขายของเล่นเด็ก ได้ปิดการตั้งค่าเช่นกัน แต่ Rufus แนะนำ “Interactive Musical Toy Piano” ของผู้ขายนี้เมื่อถูกถามถึงของเล่นดนตรีสำหรับเด็กเล็ก โดยยกย่องว่าเป็นตัวเลือกยอดนิยม

  • ผู้ขาย “WEMATE” ซึ่งจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า ได้ปิด opt-in แต่ Rufus ยังแนะนำ “Cordless Vacuum Cleaner” เมื่อค้นหาเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย โดยจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในตัวเลือกชั้นนำ

การทดสอบนี้ทำขึ้นในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม โดยใช้คำถามที่หลากหลายเพื่อหลีกเลี่ยงการ bias จากการค้นหาเฉพาะเจาะจง พบว่าปัญหานี้เกิดขึ้นซ้ำๆ กับผู้ขายหลายรายที่ยืนยันว่ายังคงปิดการตั้งค่าเอไอไว้

ตามหน้าช่วยเหลือของ Amazon สำหรับผู้ขาย (Seller Central) การใช้ข้อมูลสินค้าใน Rufus และคุณสมบัติเอไอ generative อื่นๆ เป็นตัวเลือกที่ผู้ขายต้องเลือกยอมรับ หากไม่เลือก ข้อมูลดังกล่าวจะไม่ถูกนำมาใช้ นโยบายนี้มีผลตั้งแต่เดือนมีนาคม โดย Amazon อธิบายว่า “Generative AI features are powered by Amazon Bedrock, and may use your product and offer information to generate responses.” ผู้ขายสามารถจัดการการตั้งค่านี้ได้ที่ Inventory > Manage Inventory > Manage your generative AI participation

ปัญหานี้อาจขัดแย้งกับข้อกำหนดการใช้งาน (Terms of Service) ของ Amazon ซึ่งระบุว่าผู้ขายต้องปฏิบัติตามนโยบาย หาก Amazon ละเมิดนโยบายของตนเองเอง อาจนำไปสู่การตรวจสอบทางกฎหมายหรือการร้องเรียนจากผู้ขาย นอกจากนี้ ยังอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ขาย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบนิเวศ Amazon เนื่องจากผู้ขายกว่า 2 ล้านรายพึ่งพาแพลตฟอร์มนี้ในการทำธุรกิจ

The Decoder ได้ติดต่อ Amazon เพื่อขอความเห็น โดยส่งคำถามเกี่ยวกับกรณีตัวอย่างและนโยบาย opt-in แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับการตอบกลับอย่างเป็นทางการ Amazon อาจกำลังตรวจสอบปัญหานี้อยู่ เนื่องจากมีรายงานจากผู้ขายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บน Reddit ชุมชนเช่น r/FulfillmentByAmazon และ r/AmazonSeller

ปัญหานี้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในการจัดการเอไอ generative ในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่ Amazon กำลังเร่งพัฒนาเอไอเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง Google Shopping และ ChatGPT plugins แต่การขยายตัวอย่างรวดเร็วอาจนำไปสู่ช่องโหว่ด้านข้อมูลและการปฏิบัติตามนโยบาย ผู้ขายควรตรวจสอบการตั้งค่าเอไอของตนอย่างสม่ำเสมอ และติดตามการอัปเดตจาก Amazon เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่คาดคิด

การใช้เอไอในช้อปปิ้งออนไลน์กำลังกลายเป็นมาตรฐาน แต่ความโปร่งใสและการเคารพสิทธิผู้ขายจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความยั่งยืนของระบบ ผู้บริโภคเองก็ควรตระหนักว่าคำแนะนำจากเอไออาจไม่สะท้อนถึงการยินยอมของผู้ขายเสมอไป

(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)