บริษัทแปลภาษา AI DeepL ปลดพนักงานราว 250 คน เพื่อปรับโครงสร้างใหม่เป็นองค์กร "AI-native"

บริษัท DeepL ผู้พัฒนาเครื่องมือแปลภาษาด้วยปัญญาประดิษฐ์ ลดพนักงานจำนวนประมาณ 250 ตำแหน่ง เพื่อปรับโครงสร้างองค์กรให้เป็นองค์กรพื้นฐาน AI

บริษัท DeepL ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีการแปลภาษาด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากเมืองโคโลญ เยอรมนี ได้ประกาศลดกำลังพลจำนวนราว 250 ตำแหน่ง โดยคิดเป็นสัดส่วนประมาณหนึ่งในสามของพนักงานทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนรวมกว่า 750 คน การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อปรับโครงสร้างองค์กรให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การเป็นองค์กรพื้นฐาน AI (AI-native organization) ที่เน้นความคล่องตัวและการพัฒนานวัตกรรมอย่างรวดเร็ว

Jochen Hummel ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ DeepL ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อเร็วๆ นี้ โดยระบุว่า “เรากำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของปัญญาประดิษฐ์ที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานขององค์กรทุกแห่ง DeepL กำลังปรับตัวเพื่อเป็นผู้นำในยุคนี้ โดยการลดขนาดองค์กรให้เล็กลงและคล่องตัวมากขึ้น เพื่อเร่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ AI ใหม่ๆ และนำเสนอคุณค่าที่เหนือกว่าสำหรับลูกค้า” การปรับโครงสร้างครั้งนี้มุ่งเน้นการรวมทีมงานให้มีประสิทธิภาพ ลดชั้นการบริหาร และมุ่งทุนไปยังการวิจัยและพัฒนา (R&D) ด้าน AI โดยตรง

DeepL ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 โดยทีมวิจัยจาก Linguee ซึ่งเป็นบริษัทแม่ที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเครื่องมือแปลภาษาออนไลน์ ด้วยเทคโนโลยี Neural Machine Translation (NMT) ที่ใช้เครือข่ายประสาทเทียมลึก (Deep Neural Networks) DeepL ได้รับการยอมรับในวงกว้างว่าเป็นเครื่องมือแปลภาษาที่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุด รองรับการแปลระหว่าง 32 ภาษา และมีผู้ใช้งานทั่วโลกนับล้านราย รวมถึงองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ เช่น BMW, Zapier และมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ

ก่อนหน้านี้ DeepL เพิ่งระดมทุนรอบ Series C ได้ 300 ล้านยูโร (ประมาณ 11,000 ล้านบาท) ในเดือนพฤษภาคม 2567 โดยมี Index Ventures และ Voracious Ventures เป็นผู้นำการลงทุน ทำให้มูลค่าบริษัทพุ่งสูงถึง 2 พันล้านยูโร (ประมาณ 73,000 ล้านบาท) เงินทุนดังกล่าวถูกนำไปใช้ในการขยายทีมวิศวกร AI และพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ เช่น DeepL Write ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยเขียนและแก้ไขข้อความด้วย AI รวมถึงการผสานรวมกับ Large Language Models (LLMs) เพื่อยกระดับความแม่นยำในการแปลเอกสารทางธุรกิจและข้อความทางเทคนิค

อย่างไรก็ตาม แม้จะประสบความสำเร็จทางการเงิน แต่ DeepL ต้องเผชิญกับความท้าทายจากคู่แข่งอย่าง Google Translate, Microsoft Translator และผู้เล่นใหม่ในตลาด AI เช่น OpenAI’s ChatGPT ที่เริ่มขยายสู่การแปลภาษา CEO Hummel เน้นย้ำว่า การลดพนักงานไม่ใช่การตอบสนองต่อปัญหาทางการเงิน แต่เป็นกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อให้องค์กรสามารถแข่งขันในยุค AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทีมงานที่เหลือจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาโปรดักต์หลัก เช่น DeepL Pro สำหรับลูกค้าธุรกิจ และ DeepL API สำหรับนักพัฒนา

การเลิกจ้างครั้งนี้ครอบคลุมหลายแผนก รวมถึงฝ่ายผลิตภัณฑ์ (Product), วิศวกรรม (Engineering), การตลาด (Marketing) และฝ่ายสนับสนุน (Operations) โดยพนักงานที่ได้รับผลกระทบจะได้รับค่าชดเชยตามมาตรฐานเยอรมัน เช่น ค่าเลิกจ้าง 12 เดือน เบี้ยเลี้ยงหางาน และบริการให้คำปรึกษาด้านอาชีพ DeepL ยังยืนยันว่า การปรับโครงสร้างจะไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการให้บริการ โดยลูกค้าจะยังคงใช้งานเครื่องมือแปลได้ตามปกติ และทีม R&D จะเร่งพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ เช่น การแปลแบบเรียลไทม์สำหรับวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ และการรองรับภาษาเพิ่มเติม

ในบริบทของอุตสาหกรรม AI การปรับโครงสร้างของ DeepL สะท้อนแนวโน้มที่กว้างขึ้น โดยบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่ง เช่น Google, Amazon และ Meta ได้ลดพนักงานจำนวนมากเพื่อมุ่งเน้นไปที่ AI โดยเฉพาะ ตัวอย่างเช่น Google ลดพนักงานกว่า 12,000 คนในปีที่แล้วเพื่อลงทุนใน AI Hummel กล่าวเพิ่มเติมว่า “การเป็นองค์กรพื้นฐาน AI หมายถึงการที่ทุกกระบวนการภายในบริษัทขับเคลื่อนด้วย AI ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการตัดสินใจทางธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้ DeepL สามารถนำเสนอนวัตกรรมที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”

นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมมองว่า การเคลื่อนไหวนี้อาจเป็นสัญญาณบวกสำหรับ DeepL ในระยะยาว เนื่องจากตลาดการแปลภาษาด้วย AI คาดว่าจะเติบโตถึง 12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 โดย DeepL มีโอกาสครองส่วนแบ่งตลาดด้วยความแม่นยำที่เหนือกว่า อย่างไรก็ตาม การลดพนักงานจำนวนมากอาจส่งผลต่อขวัญกำลังใจของทีมงานที่เหลือ และเสี่ยงต่อการสูญเสียบุคลากรที่มีความสามารถไปยังคู่แข่ง

DeepL ยังคงมุ่งมั่นในการขยายธุรกิจ โดยเพิ่งเปิดตัว DeepL สำหรับ Microsoft 365 และ Adobe เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าธุรกิจ การปรับโครงสร้างครั้งนี้คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นปี 2567 โดยบริษัทจะประกาศแผนการพัฒนา AI ใหม่ๆ ในงานประชุมนักลงทุนครั้งถัดไป

(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)