เงินทุนปัญญาประดิษฐ์ยังคงไหลเวียนไม่ขาดสาย DeepSeek วางแผนระดมทุนสร้างสถิติใหม่ Core Automation พุ่งมูลค่าทะลุ 4 เท่าในเวลาไม่กี่สัปดาห์
ในวงการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กระแสการลงทุนยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง แม้ตลาดหุ้นทั่วโลกจะเผชิญความผันผวนจากปัจจัยเศรษฐกิจ แต่เงินทุนจำนวนมหาศาลยังคงมุ่งเข้าสู่สตาร์ทอัพ AI โดยล่าสุด DeepSeek สตาร์ทอัพจากจีน กำลังเตรียมระดมทุนรอบใหม่ในระดับที่อาจสร้างสถิติสูงสุด ขณะที่ Core Automation บริษัทจากสหรัฐอเมริกา เพิ่งเพิ่มมูลค่าบริษัทสูงถึง 4 เท่าในระยะเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ สถานการณ์เหล่านี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของเทคโนโลยี AI ที่กำลังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลก
DeepSeek ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพจีนที่โดดเด่นในด้านการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่แบบเปิด (Open-Source Large Language Models) กำลังเจรจาระดมทุนรอบ Series C ในมูลค่าที่อาจสูงถึง 1-2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคาดว่ามูลค่าบริษัทหลังระดมทุนจะทะลุ 20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นการระดมทุนที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของสตาร์ทอัพ AI จีน ข้อมูลจากแหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า การเจรจานี้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนชั้นนำหลายราย รวมถึงกองทุนจากจีนและนานาชาติ โดย High-Flyer ซึ่งเป็นนักลงทุนเดิม จะยังคงมีบทบาทสำคัญในการนำรอบนี้
DeepSeek ก่อตั้งโดย Liang Wenfeng อดีตนักวิจัยจาก High-Flyer Quant Investment ที่มีชื่อเสียงด้านการใช้ AI ในด้านการเงิน บริษัทนี้ได้รับการยอมรับจากโมเดล DeepSeek-V3 และล่าสุดคือ DeepSeek-R1 ซึ่งมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับโมเดล o1 ของ OpenAI ในด้านการให้เหตุผล (Reasoning) โดยโมเดลเหล่านี้ถูกพัฒนาด้วยต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่ง โดย DeepSeek-V3 ใช้ทรัพยากรในการฝึกฝนเพียง 2.788 ล้านชั่วโมง GPU เทียบกับ 16.8 ล้านชั่วโมงของ Llama 3.1 405B ของ Meta นอกจากนี้ DeepSeek ยังปล่อยโมเดลแบบเปิดให้ใช้งานฟรี สร้างฐานผู้ใช้งานจำนวนมากและเร่งการเติบโตของบริษัท
การระดมทุนรอบนี้จะช่วยให้ DeepSeek ขยายโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ และพัฒนาโมเดลรุ่นถัดไป โดยเฉพาะในด้านการให้เหตุผลขั้นสูงและการใช้งานเชิงพาณิชย์ บริษัทมีรายได้จากบริการ API และการพัฒนาโมเดลเฉพาะทางให้ลูกค้าธุรกิจ ซึ่งช่วยลดการพึ่งพานักลงทุนเพียงอย่างเดียว นักวิเคราะห์มองว่าความสำเร็จของ DeepSeek เป็นตัวอย่างของสตาร์ทอัพจีนที่สามารถแข่งขันกับยักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ ได้ ด้วยกลยุทธ์ต้นทุนต่ำและการเข้าถึงทรัพยากร GPU ในประเทศ
ในขณะเดียวกัน Core Automation สตาร์ทอัพสหรัฐฯ ที่เชี่ยวชาญด้านระบบอัตโนมัติหลัก (Core Automation) สำหรับกระบวนการทางธุรกิจ ก็สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเพิ่มมูลค่าบริษัท 4 เท่าในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ จากเดิมที่อยู่ที่ประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สู่ระดับ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากระดมทุนได้กว่า 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐในรอบล่าสุด นำโดยนักลงทุนอย่าง Altimeter Capital และผู้ร่วมทุนอื่นๆ
Core Automation มุ่งเน้นการพัฒนาแพลตฟอร์ม AI ที่ช่วยอัตโนมัติกระบวนการหลักขององค์กร เช่น การจัดการเอกสาร การตรวจสอบข้อมูล และการตัดสินใจทางธุรกิจ โดยใช้เทคโนโลยี Agentic AI ซึ่งสามารถทำงานเชิงรุกและปรับตัวได้ตามสถานการณ์จริง บริษัทก่อตั้งในปี 2023 โดยทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์จากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ และได้รับการสนับสนุนจากลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ในภาคการเงินและการผลิต
การเติบโตอย่างรวดเร็วของ Core Automation มาจากความต้องการของธุรกิจที่ต้องการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ท้าทาย แพลตฟอร์มของบริษัทช่วยลดเวลาการทำงานซ้ำๆ ลงได้ถึง 80% และลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์อย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนมองเห็นโอกาสในตลาด Core Automation ซึ่งมีขนาดใหญ่และเติบโตสูง โดยคาดว่าตลาดระบบอัตโนมัติด้วย AI จะขยายตัวหลายเท่าภายใน 5 ปีข้างหน้า
สถานการณ์ทั้งสองกรณีนี้ชี้ให้เห็นว่า เงินทุน AI ไม่ได้ชะลอตัวลงแม้เผชิญแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยสูงและการแข่งขันด้านชิป GPU ที่รุนแรง นักลงทุนยังคงมอง AI เป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่สร้างผลตอบแทนสูง โดยเฉพาะโมเดลที่เน้นการใช้งานจริงและต้นทุนต่ำ ข้อมูลจากแหล่งติดตามการลงทุนระบุว่า ยอดระดมทุน AI ในปีนี้ยังคงสูงกว่า 50 พันล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก แม้จะต่ำกว่าปีที่แล้วเล็กน้อย แต่คุณภาพดีขึ้นด้วยการโฟกัสที่บริษัทที่มีผลิตภัณฑ์พร้อมใช้งาน
DeepSeek และ Core Automation แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายในระบบนิเวศ AI ทั้งจากจีนที่เน้นโมเดลเปิดต้นทุนต่ำ และจากสหรัฐฯ ที่มุ่งระบบอัตโนมัติสำหรับธุรกิจ สิ่งนี้ช่วยกระตุ้นการแข่งขัน สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ และลดช่องว่างระหว่างทฤษฎีกับการใช้งานจริง อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงมี เช่น การจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและการพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ซึ่งบริษัทเหล่านี้ต้องเผชิญในอนาคต
โดยรวมแล้ว กระแสเงินทุนที่ไหลเข้าอย่างต่อเนื่องยืนยันสถานะของ AI ในฐานะอุตสาหกรรมหลักของเศรษฐกิจดิจิทัล สตาร์ทอัพที่สามารถพิสูจน์ศักยภาพได้จะได้รับการสนับสนุนอย่างมหาศาล สร้างโอกาสให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทุกภาคส่วน
(จำนวนคำประมาณ 728 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)