กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิกำลังใช้ AI ของ Google และ Adobe เพื่อสร้างวิดีโอ

กระทรวงความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ใช้ปัญญาประดิษฐ์จาก Google และ Adobe สร้างวิดีโอฝึกอบรม

กระทรวงความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (Department of Homeland Security: DHS) กำลังนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จาก Google และ Adobe มาใช้ในการสร้างวิดีโอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับวัตถุประสงค์ด้านการฝึกอบรมและการจำลองสถานการณ์ ซึ่งถือเป็นการประยุกต์ใช้เครื่องมือ generative AI ในหน่วยงานรัฐบาลที่สำคัญแห่งหนึ่ง

ตามเอกสารที่เปิดเผยโดย MIT Technology Review กระทรวง DHS ได้ทำสัญญากับ Google Cloud เพื่อเข้าถึงโมเดล Veo ซึ่งเป็นเครื่องมือสร้างวิดีโอด้วย AI ของ Google Veo สามารถสร้างคลิปวิดีโอสั้นๆ ความยาวสูงสุด 1 นาที จากคำสั่งข้อความ (text prompts) โดยมีความละเอียดสูงถึง 1080p และรองรับอัตราส่วนภาพที่หลากหลาย เช่น 16:9 หรือ 9:16 นอกจากนี้ Veo ยังสามารถสร้างเสียงประกอบและเอฟเฟกต์พิเศษได้ ทำให้เหมาะสำหรับการผลิตเนื้อหาที่ซับซ้อนโดยไม่ต้องใช้ทีมงานภาพยนตร์ขนาดใหญ่

ในส่วนของ Adobe กระทรวง DHS ได้ลงนามในข้อตกลงกับ Adobe Firefly ซึ่งเป็นโมเดล generative AI สำหรับสร้างภาพและวิดีโอ Firefly ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างวิดีโอจากข้อความหรือภาพต้นแบบ โดยเน้นความปลอดภัยในการใช้งานเชิงพาณิชย์ เนื่องจากได้รับการฝึกฝนจากข้อมูลที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ทั้งสองเครื่องมือนี้ถูกนำมาใช้ผ่านแพลตฟอร์ม Google Vertex AI และ Adobe Firefly Services ซึ่งช่วยให้หน่วยงานรัฐสามารถผสานรวม AI เข้ากับ workflow การทำงานได้อย่างราบรื่น

การนำ AI มาใช้ครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้โครงการของ Science and Technology Directorate (S&T) ของ DHS ซึ่งมุ่งพัฒนาเครื่องมือสำหรับเจ้าหน้าที่ชายแดนและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย โครงการดังกล่าวเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2024 โดยมีชื่อว่า “Virtual Reality Training Platform” แต่ได้ขยายขอบเขตมาสู่ generative video AI เพื่อลดต้นทุนและเวลาในการผลิตเนื้อหาฝึกอบรม

ตัวอย่างการใช้งานที่ชัดเจนคือการสร้างวิดีโอจำลองสถานการณ์การลักลอบเข้าเมือง การก่อการร้าย หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยเจ้าหน้าที่สามารถป้อนคำสั่งเช่น “เจ้าหน้าที่ชายแดนกำลังตรวจสอบยานพาหนะที่ต้องสงสัยในทะเลทรายตอนกลางคืน” และ AI จะสร้างวิดีโอที่สมจริงพร้อมรายละเอียด เช่น แสงเงา การเคลื่อนไหวของตัวละคร และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงตามเวลา นอกจากนี้ ยังสามารถปรับแต่งตามความต้องการเฉพาะ เช่น เพิ่มองค์ประกอบทางวัฒนธรรมหรือสถานการณ์สมมติที่หลากหลาย

เอกสารที่รั่วไหลออกมาเผยให้เห็นว่ากระทรวง DHS ได้ทำสัญญามูลค่าหลายล้านดอลลาร์กับทั้ง Google และ Adobe โดยสัญญากับ Google มีมูลค่าประมาณ 2 ล้านดอลลาร์สำหรับการเข้าถึง Veo ผ่าน Vertex AI ในช่วง 12 เดือน ขณะที่สัญญากับ Adobe มุ่งเน้นการพัฒนาโมเดลเฉพาะสำหรับการฝึกอบรมด้านความมั่นคง

ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ชี้ว่าการนำเครื่องมือเหล่านี้มาใช้ช่วยลดต้นทุนการผลิตวิดีโอได้ถึง 90% จากเดิมที่ต้องใช้ทีมงานมืออาชีพหลายสิบคนและเวลาหลายสัปดาห์ ปัจจุบัน การสร้างวิดีโอคลิปเดียวสามารถทำได้ภายในไม่กี่นาที อย่างไรก็ตาม มีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงของ deepfakes หรือเนื้อหาที่ถูกสร้างขึ้นอย่างสมจริงซึ่งอาจนำไปสู่การใช้งานที่ไม่เหมาะสม

DHS ยืนยันว่าการใช้งานทั้งหมดอยู่ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่เข้มงวด โดยมี watermark ดิจิทัลฝังอยู่ในวิดีโอที่สร้างโดย AI เพื่อระบุแหล่งที่มา และมีการตรวจสอบคุณภาพโดยมนุษย์ก่อนนำไปใช้จริง นอกจากนี้ หน่วยงานยังได้พัฒนาแนวทางปฏิบัติ (guidelines) สำหรับ prompt engineering เพื่อให้แน่ใจว่าผลลัพธ์สอดคล้องกับมาตรฐานด้านความมั่นคงและจริยธรรม

การริเริ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ AI ของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ Executive Order 14110 ซึ่งส่งเสริมการนำ AI มาใช้ในภาครัฐ โดย DHS เป็นหน่วยงานนำร่องในการทดสอบเทคโนโลยี generative AI สำหรับภารกิจที่สำคัญ คาดว่าภายในสิ้นปี 2026 โครงการจะขยายไปสู่หน่วยงานอื่นๆ เช่น FEMA (Federal Emergency Management Agency) สำหรับการจำลองภัยพิบัติ

แม้จะมีประโยชน์ชัดเจน แต่ผู้วิจารณ์จากองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน เช่น ACLU (American Civil Liberties Union) เตือนถึงความเสี่ยงที่ AI อาจเสริมสร้างอคติทางเชื้อชาติหรือวัฒนธรรม โดยเฉพาะในการจำลองสถานการณ์ชายแดน ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับผู้อพยพจากละตินอเมริกา DHS ตอบโต้โดยระบุว่ามีการตรวจสอบอคติในโมเดลและใช้ข้อมูลที่หลากหลายในการฝึกฝน

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยข้อมูล เนื่องจาก prompt บางส่วนอาจประกอบด้วยข้อมูลลับ DHS จึงใช้ระบบการจัดการข้อมูลที่เข้ารหัสและจำกัดการเข้าถึงเฉพาะบุคลากรที่ได้รับอนุมัติ

ในภาพรวม การนำ Veo และ Firefly มาใช้โดย DHS แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI-driven training ในหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ แต่同时ต้องมีการกำกับดูแลที่รัดกุมเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)