อุปกรณ์ AI ชิ้นแรกของ OpenAI จะไม่เปิดตัวจนถึงปี 2027 หลังบริษัทเลิกใช้แบรนด์ "io"

อุปกรณ์ AI แรกของ OpenAI ล่าช้าถึงปี 2570 หลังบริษัทตัดสินใจยกเลิกแบรนด์ “io”

OpenAI บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ชั้นนำ ได้ประกาศปรับแผนการเปิดตัวอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ AI สำหรับผู้บริโภคครั้งแรก โดยเลื่อนกำหนดการออกสู่ตลาดไปจนถึงปี 2570 พร้อมทั้งตัดสินใจยกเลิกชื่อแบรนด์ “io” ที่เคยถูกคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ข้อมูลนี้มาจากรายงานของ The Information ซึ่งได้รับการยืนยันบางส่วนจากตัวแทนของ OpenAI ทำให้เกิดความสนใจอย่างมากในวงการเทคโนโลยี เนื่องจากเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความท้าทายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ที่ผสานรวมกับ AI ในระดับสูง

พื้นหลังของโครงการอุปกรณ์ AI

โครงการพัฒนาอุปกรณ์ AI นี้เริ่มเป็นข่าวลือมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2567 โดยมีรายงานว่าอุปกรณ์ดังกล่าวจะเป็นรูปแบบใหม่ที่ไม่มีหน้าจอ (screenless) คล้ายกับกระดุมหรืออุปกรณ์สวมใส่ที่สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้ผ่านเสียงและ AI โดยตรง OpenAI ได้ร่วมมือกับ LoveFrom สตาร์ทอัพด้านการออกแบบของ Jony Ive อดีตหัวหน้าทีมออกแบบผลิตภัณฑ์ของ Apple ซึ่ง Altman ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ OpenAI ได้ลงทุนส่วนตัวกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในการซื้อกิจการ LoveFrom เพื่อเร่งการพัฒนา

ชื่อ “io” ถูกกล่าวถึงครั้งแรกในรายงานของ The Information เมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 โดยสื่อหลายแห่งคาดการณ์ว่านี่คือชื่อทางการค้า แต่ล่าสุด OpenAI ได้แจ้งกับ The Information ว่าบริษัทกำลัง “เดินจากไป” จากชื่อนี้ (walking away from io) ซึ่งบ่งชี้ถึงการปรับทิศทางกลยุทธ์ครั้งใหญ่ สาเหตุหลักมาจากความซับซ้อนในการพัฒนาฮาร์ดแวร์ที่ต้องรองรับโมเดล AI ขนาดใหญ่ เช่น GPT-4o หรือโมเดลรุ่นถัดไป

สาเหตุของความล่าช้าและการยกเลิกแบรนด์

ตามรายงาน ความล่าช้าถึงปี 2570 เกิดจากอุปสรรคหลายประการในห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) และการพัฒนาเทคโนโลยี โดยเฉพาะชิปประมวลผล AI ที่ต้องมีประสิทธิภาพสูงแต่ประหยัดพลังงาน OpenAI ยังเผชิญปัญหาการผลิตจำนวนมาก (mass production) ซึ่งต่างจากซอฟต์แวร์ที่เป็นจุดแข็งของบริษัท นอกจากนี้ การไม่มีชื่อแบรนด์ “io” อาจช่วยให้ OpenAI มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการกำหนดเอกลักษณ์ผลิตภัณฑ์ โดยหลีกเลี่ยงการผูกมัดกับชื่อที่อาจไม่เหมาะสมในอนาคต

Sam Altman ได้แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับฮาร์ดแวร์ AI มาอย่างต่อเนื่อง โดยในพอดแคสต์และการสัมภาษณ์ต่างๆ เขาเคยกล่าวว่าอุปกรณ์ AI ในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตมนุษย์ คล้ายกับสมาร์ทโฟนในยุคแรก Altman เชื่อว่าอุปกรณ์ที่ผสาน AI เข้ากับฮาร์ดแวร์จะช่วยแก้ปัญหาการพึ่งพาแอปพลิเคชันและหน้าจอ ทำให้การโต้ตอบเป็นธรรมชาติมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความล่าช้าครั้งนี้สะท้อนถึงความเป็นจริงของอุตสาหกรรมที่การพัฒนาฮาร์ดแวร์ต้องใช้เวลานานกว่าซอฟต์แวร์หลายเท่า

ความร่วมมือกับ Jony Ive และแผนการในอนาคต

ความร่วมมือระหว่าง OpenAI กับ LoveFrom ถือเป็นจุดเด่นของโครงการนี้ Jony Ive ผู้มีผลงานออกแบบ iPhone, iPad และ MacBook ได้นำทีมออกแบบกว่า 120 คนมาร่วมพัฒนา โดยมุ่งเน้นรูปแบบที่เรียบง่าย สวยงาม และใช้งานง่าย Ive เองเคยวิจารณ์ว่าอุปกรณ์สมัยใหม่มีหน้าจอมากเกินไป ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด screenless device ของ OpenAI

แม้จะเลื่อนกำหนดการ แต่ OpenAI ยังคงมุ่งมั่นกับโครงการนี้ โดยมีแผนลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ รายงานระบุว่าบริษัทกำลังเจรจากับผู้ผลิตชิปชั้นนำ เช่น TSMC เพื่อรองรับการผลิตในอนาคต นอกจากนี้ OpenAI ยังคงพัฒนาซอฟต์แวร์ควบคู่ไปด้วย เช่น โมเดลเสียงและ multimodal AI ที่จะเป็นหัวใจของอุปกรณ์

ผลกระทบต่อตลาดและคู่แข่ง

การเลื่อนเปิดตัวของ OpenAI สร้างโอกาสให้คู่แข่ง เช่น Apple ที่เพิ่งเปิดตัว Apple Intelligence, Google กับ Gemini hardware หรือ Humane และ Rabbit ที่เปิดตัว AI pin แล้ว แต่เผชิญปัญหาการใช้งานจริง ตลาดอุปกรณ์ AI คาดว่าจะเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยนักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley ประเมินมูลค่าตลาดฮาร์ดแวร์ AI ที่ 2 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2570

อย่างไรก็ตาม ความล่าช้าของ OpenAI อาจเป็นข้อได้เปรียบในระยะยาว เนื่องจากบริษัทมีข้อมูลผู้ใช้มหาศาลจาก ChatGPT กว่า 200 ล้านรายต่อสัปดาห์ ซึ่งจะช่วยฝึกโมเดล AI ให้เหมาะสมกับฮาร์ดแวร์ นักลงทุนมองว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาว โดย Altman เคยกล่าวว่าฮาร์ดแวร์คือกุญแจสู่ AGI (Artificial General Intelligence)

สรุปสถานการณ์ปัจจุบัน

OpenAI กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากผู้เล่นซอฟต์แวร์สู่ฮาร์ดแวร์เต็มรูปแบบ การยกเลิก “io” และเลื่อนกำหนดการถึงปี 2570 แสดงให้เห็นถึงความระมัดระวังในการพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมคาดว่าอุปกรณ์นี้จะเป็นตัวเปลี่ยนเกม หากประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับการแก้ไขปัญหาห่วงโซ่อุปทานและการยอมรับจากผู้บริโภค

OpenAI ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม แต่ยืนยันว่าจะอัปเดตข้อมูลในอนาคตอันใกล้ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการนำ AI สู่ชีวิตประจำวัน แม้จะต้องเผชิญอุปสรรคมากมาย

(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)