บอทถอดเสื้อผ้า, ดีปเฟค, และคลังข้อมูลอัตโนมัติ: AI ขับเคลื่อนระบบนิเวศการละเมิดที่สร้างรายได้บน Telegram อย่างไร

ปัญญาประดิษฐ์ขับเคลื่อนระบบนิเวศการละเมิดที่สร้างรายได้บนเทเลแกรม

ในแพลตฟอร์มเทเลแกรม ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะพื้นที่เสรีภาพในการแสดงออกที่กว้างขวาง ได้เกิดระบบนิเวศการละเมิดทางเพศที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยอาศัยบอทและช่องสัญญาณที่ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยในการสร้างภาพอนาจารที่ไม่ได้รับความยินยอม ช่องทางเหล่านี้ไม่เพียงแต่เผยแพร่เนื้อหาที่สร้างขึ้นใหม่ แต่ยังรวมถึงการเก็บรักษาและแจกจ่ายเนื้อหาที่ละเมิดในรูปแบบอัตโนมัติ สร้างรายได้มหาศาลผ่านกลไกการชำระเงินที่หลากหลาย

บอทnudifying หรือบอทที่ใช้ “ถอดเสื้อผ้า” ด้วย AI เป็นหัวใจหลักของระบบนี้ บอทเหล่านี้รับภาพถ่ายผู้หญิงที่สวมเสื้อผ้าปกติ แล้วใช้โมเดล AI เช่น Stable Diffusion ที่ปรับแต่งเฉพาะทางเพื่อสร้างภาพเปลือยกายที่สมจริง โดยผู้ใช้เพียงอัปโหลดภาพและชำระค่าบริการก็สามารถรับผลลัพธ์ได้ภายในไม่กี่วินาที ตัวอย่างเช่น บอท @nudifybot และ @undressbot ได้รับความนิยมสูง โดยมีผู้ใช้หลายหมื่นคนต่อวัน ช่องสัญญาณที่เกี่ยวข้อง เช่น “Nudify AI” มีสมาชิกกว่า 100,000 คน และเรียกเก็บค่าบริการตั้งแต่ 10-50 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ผ่าน Telegram Stars หรือการโอนเงินคริปโตเคอร์เรนซี

เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังคือโมเดลการเรียนรู้ของเครื่องที่ฝึกฝนด้วยชุดข้อมูลขนาดใหญ่ของภาพเปลือย ชุดข้อมูลเหล่านี้มักมาจากแหล่งที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น ภาพจาก OnlyFans ที่ถูกขโมยหรือเนื้อหา CSAM (Child Sexual Abuse Material) แม้เจ้าของช่องจะอ้างว่าจำกัดเฉพาะผู้ใหญ่ แต่การตรวจสอบพบว่ามีภาพเด็กและเยาวชนถูกนำมาใช้เช่นกัน การสร้างภาพเหล่านี้ไม่เพียงละเมิดความเป็นส่วนตัว แต่ยังเสริมสร้างวัฒนธรรมการคุกคามทางเพศออนไลน์

นอกจากนี้ ยังมีช่อง deepfake ที่ใช้ AI สร้างวิดีโอโป๊สับเปลี่ยนใบหน้า ช่องเช่น “Deepfake Porn” มีสมาชิกกว่า 50,000 คน โดยอัปเดตเนื้อหาใหม่ทุกวัน เนื้อหาเหล่านี้มักใช้ใบหน้าของบุคคลดัง เช่น นักแสดงหรือ influencer โดยไม่ได้รับอนุญาต โมเดลที่ใช้คือ DeepFaceLab หรือ Roop ซึ่งปรับปรุงให้ทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ Telegram ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ดูแลช่องเรียกเก็บค่าดูเนื้อหาก่อน โดยบางช่องมีรายได้เดือนละหลายพันดอลลาร์

ระบบอัตโนมัติในการเก็บรักษาเนื้อหาเป็นอีกฟันเฟืองสำคัญ ช่อง “Leaked OnlyFans Archive” และ “Celeb Nudes Mega” ใช้บอทสไลด์และ AI เพื่อดึงข้อมูลจากเว็บมืด Reddit และ Discord โดยอัตโนมัติ จากนั้นจัดหมวดหมู่และแจกจ่ายให้สมาชิกแบบสมัครสมาชิก ช่องเหล่านี้มีไฟล์นับล้านกิกะไบต์ โดยสมาชิกต้องจ่าย 20-100 ดอลลาร์สหรัฐเพื่อเข้าถึง บอทจัดการการชำระเงิน การแจกจ่าย และแม้กระทั่งการลบเนื้อหาที่ถูกแจ้งลบ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ

กลไกการสร้างรายได้บน Telegram ช่วยให้ระบบนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว Telegram Stars ระบบเงินในแอปที่เปิดตัวเมื่อเร็วๆ นี้ ช่วยให้ผู้ขายแปลงเป็นเงินจริงได้ง่าย ขณะที่ช่องส่วนใหญ่ใช้บอทชำระเงินเชื่อมต่อกับ USDT (Tether) หรือ TON (The Open Network) ซึ่งเป็นคริปโตของ Telegram เอง การวิเคราะห์กระเป๋าเงินที่เกี่ยวข้องพบธุรกรรมมูลค่ากว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ช่องยอดนิยมอย่าง “AI Undress” มีรายได้เฉลี่ย 10,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน

ปัญหานี้รุนแรงเพราะ Telegram มีนโยบายป้องกันที่อ่อนแอ แม้จะมีฟีเจอร์รายงาน แต่บอทและช่องเหล่านี้มักย้ายที่อยู่บ่อยครั้ง โดยใช้ลิงก์เชิญใหม่หรือชื่อช่องที่เปลี่ยนแปลง ผู้ดูแลช่องส่วนใหญ่ใช้ VPN และเซิร์ฟเวอร์ในประเทศที่กฎหมายหละหลวม เช่น รัสเซียหรือประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การตรวจสอบโดยนักวิจัยพบว่าช่องกว่า 200 ช่องในหัวข้อนี้ โดยมีสมาชิกรวมกว่า 5 ล้านคน

ผลกระทบต่อเหยื่อไม่อาจประเมินได้ ภาพ nudified ที่สร้างขึ้นสามารถแพร่กระจายไปยังโซเชียลมีเดียอื่นๆ ทำให้เหยื่อเผชิญการกลั่นแกล้งต่อเนื่อง นอกจากนี้ ระบบนี้ยังส่งเสริมการผลิตเนื้อหา CSAM ใหม่ โดย AI สามารถสร้างภาพเด็กจากภาพจริงได้อย่างน่ากลัว ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์เตือนว่านี่คือจุดเริ่มต้นของ “ตลาดมืด AI” ที่อาจขยายไปยังแพลตฟอร์มอื่น

Telegram ออกมาแถลงว่ากำลังปรับปรุงระบบตรวจจับ AI-generated content และร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย แต่จนถึงปัจจุบัน การลบช่องเกิดขึ้นน้อยกว่าที่ควร ระบบนิเวศนี้แสดงให้เห็นถึงพลังอันตรายของ AI เมื่อขาดการกำกับดูแลที่เข้มงวด ในขณะที่เทคโนโลยีพัฒนา ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต้องเร่งดำเนินการเพื่อหยุดยั้งการละเมิดที่ขับเคลื่อนด้วย AI นี้

(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)