โมเดล ai ที่ฝึกด้วยสายโทรศัพท์จากเรือนจำ ตอนนี้ตรวจหาอาชญากรรมที่วางแผนไว้ในสายโทรเหล่านั้น

โมเดล AI ที่ฝึกฝนจากสายโทรศัพท์ในเรือนจำถูกนำมาใช้เฝ้าระวังผู้ต้องขังแล้ว

ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในระบบยุติธรรมทางอาญา บริษัท Securus Technologies ผู้ให้บริการระบบโทรศัพท์ในเรือนจำของสหรัฐอเมริกา ได้เปิดตัวเครื่องมือเฝ้าระวังด้วย AI ชื่อ Securus Guard ที่ฝึกฝนจากข้อมูลการสนทนาทางโทรศัพท์ของผู้ต้องขังนับล้านชั่วโมง โดยระบบนี้ถูกนำไปติดตั้งในเรือนจำกว่า 900 แห่งใน 30 รัฐ ตั้งแต่ปลายปี 2567 เป็นต้นมา

Securus Guard เป็นโมเดล AI ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตรวจจับพฤติกรรมเสี่ยงภัย เช่น การวางแผนหลบหนี การข่มขู่ การค้าของเถื่อน หรือการก่อความรุนแรง โดยอาศัยการวิเคราะห์เสียงพูดและรูปแบบการสนทนา ระบบนี้ถูกฝึกฝนจากข้อมูลการโทรศัพท์ที่บันทึกไว้ล่วงหน้า โดย Securus ได้รวบรวมข้อมูลสนทนาจากผู้ต้องขังกว่า 1 ล้านชั่วโมง ซึ่งถูกทำให้เป็นข้อมูลนิรนาม (anonymized) ก่อนนำไปใช้ฝึกโมเดล แม้จะไม่ระบุชื่อบุคคล แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนกังวลว่าข้อมูลดังกล่าวอาจเชื่อมโยงกลับไปยังบุคคลได้ง่าย เนื่องจากบริบทเฉพาะของเรือนจำ เช่น ชื่อเรือนจำหรือชื่อผู้ต้องขังที่อาจหลุดรอดการปกปิด

กระบวนการทำงานของ Securus Guard เริ่มจากการบันทึกทุกสายโทรศัพท์ของผู้ต้องขัง ซึ่งผู้ต้องขังทราบดีว่าการสนทนาจะถูกบันทึก แต่พวกเขาไม่ทราบว่าระบบ AI จะวิเคราะห์แบบเรียลไทม์เพื่อแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ทันทีหากตรวจพบความเสี่ยง ตัวอย่างเช่น ระบบสามารถระบุคำพูดที่บ่งชี้ถึง “การขนส่งยาเสพติด” หรือ “แผนการทำร้ายเจ้าหน้าที่” ได้ โดยใช้เทคนิคการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) และการวิเคราะห์น้ำเสียงทางอารมณ์ (sentiment analysis) ซึ่งช่วยให้ตรวจจับได้แม้คำพูดที่ใช้รหัสลับหรือภาษาแสลงที่ผู้ต้องขังมักใช้หลีกเลี่ยงการตรวจสอบแบบดั้งเดิม

ตามข้อมูลจาก Securus ระบบนี้ช่วยลดเหตุการณ์รุนแรงในเรือนจำได้กว่า 20% ในช่วงทดสอบ โดยเจ้าหน้าที่เรือนจำในรัฐเท็กซัสรายงานว่าสามารถป้องกันการหลบหนีได้หลายครั้งจากการแจ้งเตือนของ AI นอกจากนี้ Securus ยังอ้างว่าความแม่นยำของระบบสูงถึง 95% ในการจำแนกประเภทความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญอิสระ เช่น จาก Electronic Frontier Foundation (EFF) ชี้ว่าข้อมูลเหล่านี้มาจากการทดสอบภายในของบริษัทเอง และยังขาดการตรวจสอบจากบุคคลที่สาม

ปัญหาหลักที่เกิดขึ้นคืออัตราความผิดพลาดหรือ false positive ซึ่งอาจนำไปสู่ผลกระทบร้ายแรงต่อผู้ต้องขัง ผู้ต้องขังหลายรายเล่าว่า พวกเขาถูกแยกขังเดี่ยวหรือถูกปฏิเสธสิทธิ์ เช่น การเยี่ยมญาติ เพียงเพราะระบบตีความผิด เช่น คำว่า “ship” ที่อาจหมายถึงการขนส่งยา แต่ในบริบทจริงคือการพูดถึงการส่งของขวัญจากครอบครัว ตัวอย่างกรณีจริงจากเรือนจำในรัฐฟลอริดา ผู้ต้องขังถูกแยกขัง 30 วันเพราะ AI ตรวจพบ “รหัสสัญญาณ” ในบทสนทนากับภรรยา ซึ่งต่อมาพบว่าเป็นการพูดถึงเรื่องส่วนตัวเท่านั้น

ด้านกฎหมายและจริยธรรม นักกิจกรรมสิทธิผู้ต้องขังอย่าง Weldon Angelos ประธานกลุ่ม Unite the People ยืนยันว่าระบบนี้ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและเพิ่มความเหลื่อมล้ำในระบบเรือนจำ ซึ่งผู้ต้องขังส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อยและผู้มีรายได้ต่ำ Securus อ้างว่าปฏิบัติตามกฎหมายรัฐบาลกลาง เช่น Communications Assistance for Law Enforcement Act (CALEA) แต่ ACLU (American Civil Liberties Union) กำลังยื่นฟ้องหลายคดีเพื่อท้าทายการใช้ AI โดยไม่ได้รับความยินยอมที่แท้จริงจากผู้ต้องขัง

นอกจากนี้ Securus Guard ยังเชื่อมโยงกับระบบอื่นๆ ของบริษัท เช่น เครื่องตรวจจับความโกหกด้วย AI (voice stress analysis) ที่เคยถูกวิจารณ์ว่าขาดความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ การรวมระบบเหล่านี้เข้าด้วยกันทำให้เกิด “การเฝ้าระวังแบบครบวงจร” ซึ่งอาจนำไปสู่การตัดสินใจอัตโนมัติโดยมนุษย์แทรกแซงน้อยลง ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI อย่าง Jay Stanley จาก ACLU เตือนว่า “การฝึกโมเดลจากข้อมูลเรือนจำอาจทำให้เกิดอคติ (bias) ต่อกลุ่มเฉพาะ เช่น ผู้พูดภาษาสเปนหรือแอฟริกันอเมริกัน เนื่องจากข้อมูลฝึกไม่สมดุล”

Securus วางแผนขยายระบบไปยังเรือนจำรัฐบาลกลางและเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ เช่น การตรวจจับการวางแผนก่อจลาจลแบบเรียลไทม์ แต่บริษัทปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคของโมเดล เช่น สถาปัตยกรรมหรือข้อมูลฝึกที่ใช้ ซึ่งทำให้เกิดคำถามถึงความโปร่งใส ในขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลอย่าง Federal Communications Commission (FCC) กำลังตรวจสอบการกำหนดราคาบริการโทรศัพท์เรือนจำที่แพงหูฉี่ของ Securus แต่ยังไม่มีการควบคุม AI โดยตรง

การนำ AI มาใช้ในเรือนจำสะท้อนแนวโน้มกว้างขึ้นในการใช้เทคโนโลยีเฝ้าระวังในระบบยุติธรรม ซึ่งอาจเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย แต่ต้องแลกกับสิทธิผู้ต้องขัง หากไม่มีการกำกับดูแลที่เข้มงวด ระบบดังกล่าวอาจกลายเป็นเครื่องมือกดขี่มากกว่าการป้องกันอาชญากรรม

(จำนวนคำประมาณ 728 คำ)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)