ทรัมป์ลงนามคำสั่งผู้บริหารขู่ว่าจะตัดงบประมาณหากรัฐมีกฎควบคุม ai

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งบริหาร (Executive Order) เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2568 ซึ่งกำหนดให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางพิจารณาตัดงบประมาณสนับสนุนรัฐต่างๆ ที่ออกกฎระเบียบเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งอาจก่อให้เกิดภาระเกินควรต่อการพัฒนาและนวัตกรรมด้าน AI คำสั่งดังกล่าวมีชื่อว่า “Removing Barriers to American Leadership in Artificial Intelligence” โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการเป็นผู้นำของสหรัฐอเมริกาในด้านเทคโนโลยี AI โดยปราศจากการแทรกแซงจากกฎระเบียบของรัฐที่อาจขัดขวางการแข่งขันระดับโลก

คำสั่งบริหารนี้กำหนดให้สำนักงานบริหารและงบประมาณแห่งสภาคองเกรส (Office of Management and Budget: OMB) ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐบาลกลาง ตรวจสอบกฎหมายและระเบียบของรัฐต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายที่กำหนดให้บริษัทต้องทำการทดสอบความปลอดภัย การตรวจสอบ หรือการรับรองก่อนนำ AI ไปใช้งาน คำสั่งระบุชัดเจนว่ารัฐบาลกลางจะระงับหรือลดการให้เงินช่วยเหลือ สิทธิประโยชน์ หรือการสนับสนุนทางการเงินอื่นๆ แก่รัฐที่ออกกฎระเบียบดังกล่าว หากพบว่ากฎเหล่านั้น “ก่อให้เกิดภาระเกินควรต่อการพัฒนา AI หรือลดทอนความสามารถในการแข่งขันของสหรัฐอเมริกา”

ตัวอย่างกฎหมายของรัฐที่ถูกมองว่าเป็นเป้าหมายหลัก ได้แก่ ร่างกฎหมายความปลอดภัย AI ในรัฐแคลิฟอร์เนีย (California AI Safety Bill: AB 2013) ซึ่งกำหนดให้บริษัทขนาดใหญ่ที่พัฒนาโมเดล AI ขนาดยักษ์ (Frontier AI Models) ต้องส่งรายงานการทดสอบความเสี่ยงด้านความปลอดภัยต่อหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐก่อนการเปิดตัว นอกจากนี้ยังมีกฎหมายในรัฐนิวยอร์กและรัฐอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งมุ่งควบคุมความเสี่ยงจาก AI เช่น การสร้างภาพลึก (Deepfakes) หรือระบบ AI ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย

คำสั่งบริหารนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกว้างใหญ่ของประธานาธิบดีทรัมป์ในการส่งเสริมการพัฒนา AI โดยไม่ถูกจำกัดด้วยกฎระเบียบที่เข้มงวด ซึ่งตรงข้ามกับนโยบายของรัฐบาลไบเดนก่อนหน้านี้ที่เคยออกคำสั่งบริหารเกี่ยวกับความปลอดภัย AI ในเดือนตุลาคม 2566 รัฐบาลทรัมป์มองว่ากฎระเบียบของรัฐเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างภาระให้กับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐฯ เช่น OpenAI, Google และ Anthropic เท่านั้น แต่ยังทำให้สหรัฐฯ สูญเสียความได้เปรียบในการแข่งขันกับจีนและประเทศอื่นๆ ที่มีกฎระเบียบผ่อนคลายกว่า

ตามคำสั่ง OMB จะต้องจัดทำรายงานภายใน 90 วัน โดยระบุรัฐ กฎหมาย และระเบียบที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว พร้อมทั้งเสนอแนะมาตรการในการระงับเงินทุน เช่น การตัดเงินช่วยเหลือด้านโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา หรือสาธารณสุขที่รัฐเหล่านั้นได้รับจากรัฐบาลกลาง นอกจากนี้ คำสั่งยังกำหนดให้หน่วยงานรัฐบาลกลางหลีกเลี่ยงการบังคับใช้กฎระเบียบ AI ใหม่ๆ เว้นแต่จำเป็นต่อความมั่นคงแห่งชาติ และส่งเสริมการพัฒนา AI ในภาคเอกชนให้เต็มศักยภาพ

ในแถลงการณ์ของทำเนียบขาว ระบุว่า “สหรัฐอเมริกาจะไม่ยอมให้กฎระเบียบที่ไร้เหตุผลมาขัดขวางการเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี เราจะปกป้องนวัตกรรม AI เพื่อให้ประชาชนอเมริกันได้รับประโยชน์สูงสุด” ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวเพิ่มเติมในการลงนามคำสั่งนี้ว่า “AI คืออนาคตของอเมริกา และเราจะไม่ปล่อยให้รัฐต่างๆ มาทำลายโอกาสนั้นด้วยกฎเกณฑ์ที่ล้าสมัย”

ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ มีหลากหลาย กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เช่น ห้องสมุดอนุสรณ์ห้องปฏิบัติการอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Frontier Foundation: EFF) และสมาคมผู้พัฒนา AI ได้แสดงการสนับสนุน โดยมองว่านี่คือการกำจัดอุปสรรคต่อนวัตกรรม อย่างไรก็ตาม ผู้พิทักษ์สิทธิ์และนักกฎหมายบางส่วนแสดงความกังวลว่าคำสั่งนี้อาจละเมิดหลักอธิปไตยของรัฐตามรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ซึ่งให้อำนาจรัฐในการออกกฎหมายท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังอาจนำไปสู่การฟ้องร้องทางกฎหมายจากรัฐที่ได้รับผลกระทบ เช่น รัฐแคลิฟอร์เนียซึ่งมีอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขนาดใหญ่และเคยเป็นผู้นำในการกำหนดมาตรฐาน AI

ในบริบทกว้างขึ้น คำสั่งบริหารนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทิศทางนโยบาย AI ของสหรัฐฯ จากแนวทาง “กำกับดูแลเพื่อความปลอดภัย” สู่ “ส่งเสริมนวัตกรรมโดยไม่ถูกจำกัด” ซึ่งสอดคล้องกับคำมั่นสัญญาในการหาเสียงของทรัมป์ที่เน้นการลดกฎระเบียบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าคำสั่งนี้อาจส่งผลกระทบต่อเงินทุนรัฐบาลกลางหลายพันล้านดอลลาร์ที่ไหลไปยังรัฐต่างๆ และอาจจุดชนวนความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกลางกับรัฐเดโมแครตที่ปกครองรัฐใหญ่ๆ

อย่างไรก็ตาม คำสั่งนี้ยังคงเปิดช่องให้รัฐออกกฎระเบียบที่ “สมเหตุสมผล” เช่น การควบคุม Deepfakes ในด้านการเลือกตั้ง หากไม่ก่อให้เกิดภาระต่อการพัฒนา AI โดยรวม OMB จะเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายผ่านกระบวนการตรวจสอบที่โปร่งใส

การลงนามคำสั่งบริหารนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการกำหนดทิศทางอนาคตของ AI ในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีนี้กำลังเปลี่ยนแปลงทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจและสังคม รัฐบาลทรัมป์หวังว่าจะช่วยให้สหรัฐฯ รักษาความเป็นผู้นำเหนือคู่แข่งระดับโลก ขณะที่ต้องเผชิญกับความท้าทายในการรักษาสมดุลระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัย

(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)