มหาวิทยาลัยโคลัมเบียเปิดตัวเครื่องมือติดตามข้อตกลงและคดีความด้านปัญญาประดิษฐ์ระหว่างบริษัทสื่อและผู้พัฒนาเอไอ
มหาวิทยาลัยโคลัมเบียในสหรัฐอเมริกา ได้เปิดตัวเครื่องมือติดตามข้อมูล (tracker) ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมสื่อและปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยสถาบันไนต์เพื่อสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกครั้งแรก (Knight First Amendment Institute) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้มหาวิทยาลัย ได้พัฒนาเครื่องมือนี้ขึ้นเพื่อติดตามข้อตกลงด้านลิขสิทธิ์เนื้อหาและคดีความที่เกี่ยวข้องระหว่างบริษัทสื่อมวลชนกับบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีเอไอ เครื่องมือดังกล่าวครอบคลุมข้อมูลตั้งแต่การเปิดตัว ChatGPT ในช่วงปลายปี 2566 เป็นต้นมา โดยมุ่งเน้นการบันทึกข้อตกลงที่ประกาศอย่างเป็นทางการและคดีความที่ยื่นฟ้องในศาล
เครื่องมือติดตามนี้ถูกออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มแบบโต้ตอบ (interactive) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลได้อย่างสะดวก โดยสามารถกรองข้อมูลตามชื่อบริษัท วันที่ประกาศ หรือประเภทของข้อตกลงและคดีความ ข้อมูลทั้งหมดได้รับการอัปเดตอย่างสม่ำเสมอเพื่อสะท้อนสถานการณ์ล่าสุดในอุตสาหกรรม ทำให้เป็นแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือสำหรับนักวิเคราะห์ นักข่าว และผู้ประกอบการที่สนใจในพลวัตการเปลี่ยนแปลงของความสัมพันธ์ระหว่างสื่อดั้งเดิมกับเทคโนโลยีเอไอ
ข้อตกลงลิขสิทธิ์เนื้อหาที่สำคัญ
เครื่องมือติดตามได้รวบรวมข้อตกลงลิขสิทธิ์เนื้อหาที่มีมูลค่าสูงระหว่างบริษัทสื่อชั้นนำกับผู้พัฒนาเอไอรายใหญ่ โดยตัวอย่างที่เด่นชัด ได้แก่ ข้อตกลงระหว่าง News Corp ซึ่งเป็นบริษัทเจ้าของ Wall Street Journal และ New York Post กับ OpenAI และ Google โดยข้อตกลงนี้มีมูลค่าประมาณ 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และช่วยให้โมเดลเอไอของทั้งสองบริษัทสามารถเข้าถึงเนื้อหาจากสำนักพิมพ์เหล่านี้ได้ นอกจากนี้ Dotdash Meredith ซึ่งบริหารเว็บไซต์ข่าวกว่า 40 แห่ง ได้ทำข้อตกลงกับ Amazon เพื่อให้เนื้อหาของตนถูกนำไปใช้ฝึกโมเดลเอไอเช่นกัน
ข้อตกลงอื่นๆ ที่น่าสนใจรวมถึง Associated Press (AP) ที่ร่วมมือกับ OpenAI, Anthropic, و Perplexity โดยมูลค่าสูงถึง 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งช่วยให้บริษัทเอไอเหล่านี้สามารถใช้เนื้อหาข่าวของ AP ในการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (large language models) Paramount Global เจ้าของ CBS News ได้ลงนามข้อตกลงกับ OpenAI มูลค่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีเช่นกัน ขณะที่ Time Magazine ทำข้อตกลงกับ OpenAI และ Microsoft มูลค่าประมาณ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
บริษัทสื่ออื่นๆ เช่น Axel Springer เจ้าของ Politico และ Business Insider ได้ทำข้อตกลงกับ OpenAI และ Google ขนาดหลายร้อยล้านดอลลาร์ ข้อตกลงระหว่าง News Corp กับ NewsBreak รวมถึงการลงทุน 100 ล้านดอลลาร์จาก OpenAI ใน Rockset (ซึ่งต่อมา Google เข้าซื้อ) ก็ถูกบันทึกไว้เช่นกัน นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยและหน่วยงานไม่แสวงหากำไรอย่าง The Associated Press Foundation ได้รับการสนับสนุนจาก Knight Foundation เพื่อพัฒนาโมเดลเอไอที่เน้นความถูกต้องของข้อเท็จจริง
ข้อตกลงเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นการอนุญาตให้ใช้เนื้อหาบนเว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ และบริการข่าว เพื่อฝึกโมเดลเอไอ โดยบริษัทเอไอจะจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้บริษัทสื่อ ซึ่งช่วยสร้างรายได้ใหม่ให้กับอุตสาหกรรมสื่อที่กำลังเผชิญความท้าทายจากยอดโฆษณาที่ลดลง
คดีความที่กำลังดำเนินอยู่
นอกจากข้อตกลงที่ประสบความสำเร็จแล้ว เครื่องมือติดตามยังบันทึกคดีความหลายคดีที่บริษัทสื่อยื่นฟ้องผู้พัฒนาเอไอ โดยอ้างว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์จากการใช้เนื้อหาโดยไม่ได้รับอนุญาต คดีที่โด่งดังที่สุดคือ New York Times ฟ้อง OpenAI และ Microsoft ในเดือนธันวาคม 2566 โดยอ้างว่าบริษัทเหล่านี้คัดลอกบทความนับล้านชิ้นเพื่อฝึกโมเดล GPT โดยไม่จ่ายค่าตอบแทน
คดีอื่นๆ รวมถึง Chicago Tribune, Denver Post และ Alden Global Capital (ซึ่งเป็นเจ้าของสื่อกว่า 200 แห่ง) ฟ้อง Perplexity ในเดือนมิถุนายน 2567 โดยกล่าวหาว่าบริษัทนี้ละเมิดลิขสิทธิ์บทความข่าว The Intercept ได้ยื่นฟ้อง Microsoft ในเดือนมิถุนายน 2567 หลังจากพบว่าผลการค้นหาจาก Bing Chat สร้างสรรค์เนื้อหาที่คล้ายคลึงกับบทความต้นฉบับของตนเกินไป Raw Story และ AlterNet ฟ้อง OpenAI ในเดือนกรกฎาคม 2567 ขณะที่ Willamette Week ฟ้อง Anthropic ในเดือนสิงหาคม 2567
คดีเหล่านี้ส่วนใหญ่ตั้งข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ โดยบริษัทสื่ออ้างว่าโมเดลเอไอสามารถ “จดจำ” และสร้างสรรค์เนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากโฆษณาและการสมัครสมาชิกของสื่อดั้งเดิม
ความสำคัญของเครื่องมือติดตามนี้
เครื่องมือติดตามจากสถาบันไนต์เพื่อสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกครั้งแรก มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความกระจายข้อมูลที่โปร่งใสเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่กำลังพัฒนาระหว่างบริษัทสื่อกับผู้พัฒนาเอไอ ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมสื่ออย่างรวดเร็ว ในขณะที่ข้อตกลงลิขสิทธิ์ช่วยสร้างรายได้ใหม่ คดีความเหล่านี้สะท้อนความขัดแย้งเรื่องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและการใช้งานเนื้อหาในยุคเอไอ
ผู้พัฒนาเครื่องมือระบุว่า ข้อมูลนี้จะช่วยให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าใจแนวโน้ม เช่น การเจรจาลิขสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้น หรือคดีความที่อาจกำหนดกฎเกณฑ์ทางกฎหมายในอนาคต โดยเครื่องมือนี้สามารถเข้าถึงได้ฟรีผ่านเว็บไซต์ของสถาบัน และจะได้รับการอัปเดตอย่างต่อเนื่องตามพัฒนาการใหม่ๆ
การเปิดตัวเครื่องมือนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการพัฒนาเอไอที่รวดเร็ว โดยบริษัทสื่อกำลังหาวิธีปรับตัวเพื่ออยู่รอดในยุคที่โมเดลภาษาขนาดใหญ่สามารถสร้างสรรค์เนื้อหาข่าวได้เอง ซึ่งเครื่องมือติดตามนี้จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการติดตามพลวัตดังกล่าว
(จำนวนคำประมาณ 728 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)