แผน AI ของทรัมป์อาจส่งผลกระทบต่อฐานเสียงของตัวเอง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งบริหารเมื่อเร็ว ๆ นี้ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของสหรัฐอเมริกา โดยยกเลิกนโยบายของประธานาธิบดีโจ ไบเดนก่อนหน้านี้ คำสั่งบริหารดังกล่าวมุ่งเน้นการลดอุปสรรคทางกฎระเบียบ เพื่อเร่งการสร้างศูนย์ข้อมูล AI ขนาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการรักษาความเป็นผู้นำด้าน AI ของชาติ แต่ในขณะเดียวกัน แผนนี้กลับอาจสร้างผลกระทบเชิงลบต่อฐานเสียงหลักของทรัมป์เอง นั่นคือชาวชนบทในสหรัฐอเมริกา
คำสั่งบริหารของทรัมป์ชื่อว่า “Removing Barriers to American Leadership in Artificial Intelligence” ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 23 มกราคม โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อฟื้นฟูการแข่งขันด้าน AI ของสหรัฐฯ ให้เหนือกว่าคู่แข่งอย่างจีน คำสั่งนี้ยกเลิกคำสั่งบริหารของไบเดนเมื่อปี 2566 ที่กำหนดกรอบการกำกับดูแล AI ให้ปลอดภัยและเชื่อถือได้ นอกจากนี้ ยังสั่งให้หน่วยงานรัฐบาลกลางทบทวนกฎระเบียบที่ขัดขวางการพัฒนา AI โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับศูนย์ข้อมูล
หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการลดข้อจำกัดในการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI ซึ่งต้องการพื้นที่กว้างขวางและพลังงานจำนวนมหาศาล ศูนย์ข้อมูลเหล่านี้คาดว่าจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับการฝึกโมเดล AI ขนาดใหญ่ เช่น GPT-4 หรือโมเดลที่ใหญ่กว่า รายงานจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ชี้ว่า การบริโภคไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูล AI ทั่วโลกอาจเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในปี 2573 โดยสหรัฐฯ จะเป็นผู้บริโภคหลัก คำสั่งของทรัมป์ยังส่งเสริมการอนุมัติโครงการโครงสร้างพื้นฐานพลังงานใหม่ ๆ อย่างรวดเร็ว เพื่อสนับสนุนการเติบโตดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ความต้องการพลังงานที่พุ่งสูงของ AI กำลังกลายเป็นปัญหาสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท ซึ่งเป็นฐานเสียงหลักของทรัมป์ในการเลือกตั้งปี 2567 ชาวชนบทเหล่านี้ส่วนใหญ่สนับสนุนทรัมป์ เนื่องจากนโยบายลดราคาพลังงานและต่อต้านกฎระเบียบที่เข้มงวด แต่พื้นที่ชนบทมีข้อได้เปรียบด้านที่ดินราคาถูกและกว้างขวาง ทำให้บริษัทเทคโนโลยีอย่าง OpenAI, Google และ Microsoft วางแผนสร้างศูนย์ข้อมูลจำนวนมากที่นั่น ตัวอย่างเช่น ในรัฐนอร์ทแคโรไลนาและเท็กซัส ซึ่งเป็นพื้นที่ชนบทที่ทรัมป์ชนะแบบถล่มทลาย
ปัญหาคือ โครงข่ายไฟฟ้าในชนบทส่วนใหญ่ไม่พร้อมรับมือกับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน ศูนย์ข้อมูล AI หนึ่งแห่งอาจใช้ไฟฟ้ามากเท่ากับเมืองขนาดกลาง ราว 100,000-500,000 ครัวเรือน รายงานจาก Grid Strategies ระบุว่า การขยายศูนย์ข้อมูล AI อาจทำให้ค่าไฟฟ้าของผู้อยู่อาศัยในชนบทเพิ่มขึ้น 10-20% ภายในไม่กี่ปี เนื่องจากบริษัทพลังงานต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ซึ่งต้นทุนจะถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภค นอกจากนี้ ยังเสี่ยงต่อการเกิดไฟดับบ่อยครั้ง หากกริดไฟฟ้าไม่สามารถรองรับได้
ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานเตือนว่า สถานการณ์นี้อาจคล้ายกับการขุดคริปโตเคอร์เรนซีในช่วงปี 2564-2565 ซึ่งทำให้เกิดไฟดับและค่าไฟพุ่งในพื้นที่ชนบท เช่น ในเท็กซัส Robin Prager ผู้บริหารจาก Electricity Consumers Resource Council กล่าวว่า “การขยายศูนย์ข้อมูล AI โดยไม่มีการวางแผนกริดไฟฟ้าที่ดี จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อครัวเรือนชนบทที่พึ่งพาไฟฟ้าจากระบบท้องถิ่น”
ยิ่งไปกว่านั้น คำสั่งของทรัมป์ขัดแย้งกับคำมั่นสัญญาในการหาเสียง โดยทรัมป์เคยสัญญาว่าจะลดราคาพลังงานสำหรับชาวอเมริกันทุกคน โดยเฉพาะฐานเสียงชนบทที่เผชิญปัญหาค่าไฟสูงจากนโยบายพลังงานหมุนเวียนของไบเดน แต่การส่งเสริม AI โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบด้านพลังงาน อาจทำให้เกิดความไม่พอใจในกลุ่มผู้สนับสนุนเหล่านี้ รายงานจาก The Decoder วิเคราะห์ว่า พื้นที่ชนบทในรัฐสำคัญอย่างเพนซิลเวเนีย จอร์เจีย และวิสคอนซิน ซึ่งทรัมป์ชนะแบบฉิวเฉียด อาจได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากกำลังกลายเป็นจุดศูนย์กลางศูนย์ข้อมูล AI
นอกจากนี้ คำสั่งบริหารยังสั่งให้กระทรวงพลังงานและคณะกรรมการกำกับดูแลพลังงานรัฐบาลกลาง (FERC) เร่งอนุมัติโครงการส่งไฟฟ้าใหม่ ๆ และพิจารณาการยกเว้นกฎระเบียบเพื่อรองรับ AI แต่ผู้เชี่ยวชาญอย่าง Ari Peskoe จาก Harvard Law School ชี้ว่า การลดกฎระเบียบอาจนำไปสู่การขาดสมดุลระหว่างผลประโยชน์ของบริษัทเทคโนโลยีกับผู้บริโภคทั่วไป โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่โครงสร้างพื้นฐานล้าหลัง
ในภาพรวม แผน AI ของทรัมป์สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ในการทำให้อเมริกาเป็นมหาอำนาจ AI แต่การมุ่งเน้นที่การลดกฎระเบียบโดยขาดการวางแผนพลังงานที่ยั่งยืน อาจสร้างความขัดแย้งภายในฐานเสียงของเขาเอง ชาวชนบทที่เคยได้รับประโยชน์จากนโยบาย “America First” อาจต้องเผชิญกับค่าไฟที่สูงขึ้นและไฟดับที่ถี่ขึ้น ซึ่งตรงข้ามกับคำมั่นสัญญาที่ทรัมป์ให้ไว้ สถานการณ์นี้ยังเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนโยบายเทคโนโลยีที่ต้องคำนึงถึงผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น
(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)