หน่วยงานกำกับดูแลการเงินออสเตรเลียเตือนธนาคารเรื่องการส่งรายงานกิจกรรมน่าสงสัยที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์จำนวนมหาศาล
คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และการลงทุนแห่งออสเตรเลีย (Australian Securities and Investments Commission: ASIC) ได้ออกคำเตือนอย่างเป็นทางการต่อสถาบันการเงิน โดยเฉพาะธนาคารต่างๆ เกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการสร้างรายงานกิจกรรมน่าสงสัย (Suspicious Matter Reports: SMRs) ที่ส่งไปยังหน่วยงานต่อต้านการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินต่อการก่อการร้ายแห่งออสเตรเลีย (AUSTRAC) นายโจ ลองโก (Joe Longo) ประธาน ASIC ระบุว่าการกระทำดังกล่าวกำลังสร้างปัญหาความเสี่ยง โดยธนาคารส่งรายงานคุณภาพต่ำจำนวนมากเกินไป ซึ่งเป็นผลมาจากการพึ่งพาเครื่องมือ AI มากเกินควร ส่งผลให้ระบบของ AUSTRAC ตกอยู่ในภาวะอุดตันและสูญเสียทรัพยากรในการตรวจสอบอย่างมีประสิทธิภาพ
ในช่วงปีที่ผ่านมา จำนวนรายงาน SMRs ที่ยื่นต่อ AUSTRAC เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยสูงถึง 26 ล้านรายงาน เพิ่มขึ้นกว่า 20% จากปีก่อนหน้า แนวโน้มนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการนำเทคโนโลยี AI มาใช้อย่างแพร่หลายในภาคการเงิน เพื่อช่วยคัดกรองและตรวจจับธุรกรรมที่น่าสงสัยตามกฎหมายป้องกันการฟอกเงินและต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินต่อการก่อการร้าย (Anti-Money Laundering and Counter-Terrorism Financing: AML/CTF) อย่างไรก็ตาม ประธาน ASIC ชี้ให้เห็นว่าธนาคารจำนวนมากกำลังใช้ AI สร้างรายงานแบบตารางสำเร็จรูป (templated) ซึ่งมีคุณภาพต่ำ ขาดรายละเอียดเชิงลึกและการวิเคราะห์ที่จำเป็น ส่งผลให้รายงานเหล่านี้แทบไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ในการตรวจสอบอาชญากรรมการเงินจริงๆ
นายลองโก ได้กล่าวสุนทรพจน์ในงานสัมมนาเรื่อง “Banking on the Future” ซึ่งจัดโดยสภาธุรกิจการเงินและคลังแห่งออสเตรเลีย (FCA) เมื่อเร็วๆ นี้ โดยเน้นย้ำว่า “โปรดอย่าสร้างภาระให้ AUSTRAC ด้วยรายงาน SMRs ที่คุณภาพต่ำ แบบตารางสำเร็จรูปที่สร้างโดย AI” เขาเปรียบเทียบการใช้ AI ว่าเป็นดาบสองคม ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับความเสี่ยงได้ หากใช้อย่างถูกต้อง แต่หากนำมาใช้แบบลวกๆ โดยปราศจากการกำกับดูแลจากมนุษย์ จะยิ่งทำให้ระบบป้องกันการฟอกเงินของออสเตรเลียอ่อนแอลง นอกจากนี้ เขายังเตือนว่าการยื่นรายงานจำนวนมากที่ไร้สาระจะทำให้เจ้าหน้าที่ของ AUSTRAC ต้องเสียเวลาในการกรองข้อมูลที่ไม่มีคุณค่า ส่งผลกระทบต่อการตรวจสอบคดีที่แท้จริง
ตามกฎหมาย AML/CTF ของออสเตรเลีย สถาบันการเงินมีหน้าที่ต้องยื่นรายงาน SMRs ภายใน 24 ชั่วโมง หากตรวจพบธุรกรรมหรือกิจกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน การหลีกเลี่ยงภาษี หรือกิจกรรมผิดกฎหมายอื่นๆ การเพิ่มขึ้นของรายงานดังกล่าวสะท้อนถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่ ASIC มองว่าธนาคารควรใช้ AI เฉพาะในขั้นตอนการคัดกรองเบื้องต้น (screening) เท่านั้น จากนั้นต้องมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาทบทวนและเพิ่มข้อมูลเชิงคุณภาพ เช่น บริบทของธุรกรรม ลักษณะพฤติกรรมของลูกค้า และหลักฐานสนับสนุน เพื่อให้รายงานมีความน่าเชื่อถือและเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน
ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ โดย AUSTRAC ได้รับทราบถึงแนวโน้มการใช้ AI ในการยื่นรายงานมานาน และเคยออกแนวปฏิบัติ (guidance) เพื่อกำหนดมาตรฐานคุณภาพของ SMRs ไว้ชัดเจน เช่น รายงานต้องมีข้อมูลเฉพาะเจาะจง ไม่ใช่แค่ข้อความทั่วไปที่สร้างโดยอัตโนมัติ นายลองโก ยังยกตัวอย่างว่าบางธนาคารใช้ AI สร้างรายงานจำนวนนับล้าน โดยอาศัยข้อมูลธุรกรรมขนาดใหญ่ (big data) แต่ขาดการวิเคราะห์เชิงลึก ทำให้ AUSTRAC ต้องเผชิญกับ “น้ำท่วม” ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจนำไปสู่การตรวจจับผู้กระทำผิดที่แท้จริงได้ช้าลง
ASIC ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลหลักทรัพย์และการลงทุน จึงเรียกร้องให้ธนาคารปรับปรุงกระบวนการภายใน โดยเน้นการฝึกอบรมบุคลากรให้เข้าใจการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ รวมถึงการพัฒนาระบบที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและการตัดสินใจของมนุษย์ นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ธนาคารทบทวนนโยบาย AML/CTF เพื่อให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติของ AUSTRAC อย่างเคร่งครัด หากธนาคารละเลยคำเตือนนี้ อาจเสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบและลงโทษจากหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งอาจรวมถึงค่าปรับจำนวนสูงหรือการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจ
แนวโน้มการใช้ AI ในภาคการเงินของออสเตรเลียกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (regulatory compliance) แต่คำเตือนจาก ASIC ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งชี้ว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้ต้องคำนึงถึงคุณภาพและประสิทธิผลเป็นหลัก ไม่ใช่แค่ปริมาณ การปรับตัวของธนาคารในเรื่องนี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสมดุลระหว่างนวัตกรรมและการป้องกันความเสี่ยงทางการเงินในอนาคต
(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)