ผู้บริหารหลักด้านปัญญาประดิษฐ์ของอาลีบาบาลาออก พร้อมพาคณะทำงานสำคัญไปด้วย
ในวงการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังแข่งขันดุเดือด จียงต้าเฉิง (Jiang Dacheng) ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายวิจัย AI ของสถาบัน DAMO Academy ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยชั้นนำของอาลีบาบา ได้ประกาศลาออกจากบริษัทเมื่อเร็วๆ นี้ โดยเขาได้ก่อตั้งบริษัทสตาร์ทอัพใหม่ชื่อ Baichuan Intelligence และที่น่าตกใจคือ ได้พาคณะทำงานหลักจำนวน 6 คนจากทีมเดิมไปด้วยกัน การจากไปครั้งนี้ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับอาลีบาบา ซึ่งกำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง Baidu, Tencent และ ByteDance ในตลาดจีนและระดับโลก
จียงต้าเฉิง ถือเป็นบุคลากรสำคัญระดับแนวหน้าของอาลีบาบา เขาเข้าร่วมบริษัทตั้งแต่ปี 2017 และขึ้นแท่นเป็นหัวหน้าฝ่าย AI Lab ของ DAMO Academy ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยที่อาลีบาบาลงทุนมหาศาลเพื่อพัฒนานวัตกรรมด้าน AI โดยเฉพาะโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models: LLMs) ผลงานเด่นของเขารวมถึงการนำทีมพัฒนาโมเดล Tongyi Qianwen (หรือ Qwen) ซึ่งเป็นโมเดล AI สนทนาที่อาลีบาบาเปิดตัวเพื่อแข่งขันกับ ChatGPT ของ OpenAI โมเดลดังกล่าวได้รับการยกย่องในด้านประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเวอร์ชัน Qwen-72B ที่มีพารามิเตอร์ถึง 72 พันล้านตัว และสามารถใช้งานได้หลากหลายทั้งในภาษาจีนและภาษาอังกฤษ การจากไปของจียงต้าเฉิงจึงไม่ใช่แค่การสูญเสียผู้นำ แต่ยังกระทบต่อโครงการหลักของบริษัทด้วย
คณะทำงานที่ตามจียงต้าเฉิงไปประกอบด้วยนักวิจัยชั้นนำ 6 คน ซึ่งแต่ละคนมีบทบาทสำคัญในทีม AI Lab โดยเฉพาะบุคคลสำคัญอย่าง หวังเซียวหย่ง (Wang Xiaoyong) หัวหน้าฝ่ายพัฒนาโมเดล Qwen, หลี่เซียวตง (Li Xiaodong) ผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกโมเดลภาษา, และคนอื่นๆ ที่มีส่วนร่วมในโครงการ Tongyi Qianwen ทั้งหมด ทั้ง 6 คนนี้ลาออกพร้อมกันในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ส่งสัญญาณถึงการย้ายไปร่วมงานกับ Baichuan Intelligence บริษัทใหม่ที่จียงต้าเฉิงก่อตั้งเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา Baichuan Intelligence มุ่งเน้นการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่เช่นกัน โดยเพิ่งเปิดตัว Baichuan-13B ซึ่งเป็นโมเดลโอเพ่นซอร์สที่มีพารามิเตอร์ 13 พันล้านตัว และได้รับความสนใจอย่างมากในชุมชนนักพัฒนา AI จีน
การจากไปของทีมนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการแข่งขัน AI ที่รุนแรงในจีน อาลีบาบากำลังเผชิญแรงกดดันจากรัฐบาลจีนที่ส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยี AI ด้วยนโยบาย "AI+ " เพื่อให้จีนก้าวขึ้นเป็นผู้นำโลก บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Baidu เปิดตัว Ernie Bot, Tencent กับ Hunyuan และ ByteDance กับ Doubao ล้วนทุ่มทุนมหาศาลเพื่อพัฒนาโมเดลของตนเอง อาลีบาบาจึงเร่งปรับโครงสร้างองค์กร โดยแยกหน่วยงาน Cloud Intelligence Group ออกมาเป็นบริษัทลูกเพื่อโฟกัสด้าน AI และคลาวด์ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่การสูญเสียบุคลากรหลักเช่นนี้ อาจทำให้ความพยายามดังกล่าวสะดุด
แหล่งข่าวจากวงในระบุว่า จียงต้าเฉิงได้รับการสนับสนุนทุนจากนักลงทุนรายใหญ่ในจีน ซึ่งช่วยให้ Baichuan Intelligence สามารถแข่งขันได้อย่างรวดเร็ว บริษัทใหม่นี้ไม่เพียงดึงดูดทีมจากอาลีบาบาเท่านั้น แต่ยังประกาศแผนเปิดโมเดลใหม่ในอนาคตอันใกล้ สะท้อนถึงแนวโน้ม “การย้ายถิ่นฐานบุคลากร” (Talent Mobility) ในอุตสาหกรรม AI ที่นักวิจัยชั้นนำมักก่อตั้งสตาร์ทอัพของตนเองเพื่อควบคุมทิศทางงานวิจัยได้มากกว่า อาลีบาบาเองก็เคยเผชิญปัญหาคล้ายกันในอดีต เช่น การจากไปของผู้บริหารคนอื่นๆ สู่คู่แข่ง
สำหรับอาลีบาบา การสูญเสียครั้งนี้ยิ่งทวีความรุนแรงเพราะ DAMO Academy เป็นหัวใจสำคัญของนวัตกรรม AI บริษัทได้ลงทุนกว่า 10,000 ล้านหยวน (ประมาณ 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปีงบประมาณล่าสุดเพื่อวิจัย AI โดยมุ่งเป้าไปที่โมเดล Qwen 2.0 ซึ่งคาดว่าจะแข่งขันกับโมเดลชั้นนำระดับโลกได้ อย่างไรก็ตาม ทีมที่เหลืออยู่ยังคงแข็งแกร่ง ด้วยบุคลากรนับพันคนใน DAMO Academy แต่การจากไปของผู้นำและทีมหลักอาจส่งผลต่อขวัญกำลังใจและความต่อเนื่องของโครงการ
เหตุการณ์นี้ยังสะท้อนภาพรวมของอุตสาหกรรม AI ในจีน ที่รัฐบาลสนับสนุนการพัฒนาโมเดลท้องถิ่นเพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีตะวันตก ท่ามกลางข้อจำกัดด้านชิปกราฟิกจากสหรัฐฯ จีนจึงหันไปใช้ชิปท้องถิ่นอย่าง Huawei Ascend เพื่อฝึกโมเดลขนาดใหญ่ Baichuan Intelligence เองก็ใช้แนวทางนี้ในการพัฒนาโมเดลของตน ซึ่งอาจกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของอาลีบาบาในอนาคต
สรุปแล้ว การลาออกของจียงต้าเฉิงและทีมงาน ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับอาลีบาบาในการปรับกลยุทธ์ AI ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น บริษัทจำเป็นต้องเสริมสร้างทีมใหม่ ดึงดูดบุคลากรชั้นนำ และรักษาความเป็นผู้นำในด้านโมเดลภาษา เพื่อไม่ให้เสียเปรียบคู่แข่ง อนาคตของวงการ AI จีนจึงน่าจับตาอย่างยิ่ง
(จำนวนคำประมาณ 728 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)