ล้านคนใช้แชทบอท AI ให้คำปรึกษาการเงินแล้ว แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนถึงขีดจำกัดที่ชัดเจน
ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น ผู้คนนับล้านหันมาใช้แชทบอท AI เช่น ChatGPT เพื่อขอคำปรึกษาด้านการเงิน โดยเฉพาะคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน การวางแผนเกษียณอายุ และการจัดการหนี้สิน จากการสำรวจล่าสุดของ CFA Institute พบว่า 1 ใน 5 ของนักลงทุนรายย่อยในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และแคนาดา ได้ใช้ AI แบบสร้างสรรค์ (generative AI) เพื่อขอคำแนะนำทางการเงิน โดยมีถึง 37% ที่วางแผนจะใช้บ่อยขึ้นในอนาคต
ความนิยมนี้เกิดจากความสะดวกและเข้าถึงได้ง่าย ผู้ใช้สามารถถามคำถามได้ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่ต้องนัดหมายหรือเสียค่าใช้จ่ายสูงเหมือนที่ปรึกษาการเงินมืออาชีพ จากข้อมูลของ Finder.com ในปี 2024 พบว่า 20% ของชาวอเมริกันใช้ AI ช่วยเรื่องการเงิน เช่น การสร้างงบประมาณ (budgeting) การลงทุนในหุ้น และการซื้อประกัน โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่ เช่น Gen Z และ Millennials เป็นผู้ใช้หลัก เนื่องจากพวกเขาคุ้นเคยกับเทคโนโลยีและมองว่า AI เป็นเครื่องมือที่รวดเร็วและฟรี
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายรายออกมาเตือนถึงขีดจำกัดและความเสี่ยงที่ชัดเจนของการใช้ AI ในด้านนี้ Dr. David Krause ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมศาสตร์การเงินจากมหาวิทยาลัย Northwestern ระบุว่า “AI ยังไม่สามารถให้คำแนะนำที่ปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ส่วนบุคคลได้อย่างแท้จริง” AI อาศัยข้อมูลการฝึกฝนจากอินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจมีข้อมูลล้าสมัย ไม่ถูกต้อง หรือมีอคติ (bias) ส่งผลให้เกิด “hallucination” หรือการสร้างข้อมูลเท็จที่ดูน่าเชื่อถือ
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ การทดสอบของ CFA Institute พบว่า ChatGPT ให้คำแนะนำด้านภาษีที่ผิดพลาด เช่น แนะนำให้หักลดหย่อนที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายสหรัฐฯ หรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยที่ล้าสมัย นอกจากนี้ AI ยังขาด “fiduciary duty” หรือหน้าที่รับผิดชอบสูงสุดต่อลูกค้า ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ที่ปรึกษาการเงินที่ได้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตาม ในสหรัฐฯ กฎระเบียบของ SEC (Securities and Exchange Commission) ยังไม่ครอบคลุม AI ในฐานะที่ปรึกษาการเงิน ทำให้ผู้ใช้เสี่ยงต่อการสูญเสียเงินทุนโดยไม่มีการคุ้มครอง
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังชี้ถึงปัญหาอื่นๆ เช่น การขาดบริบทส่วนบุคคล AI ไม่สามารถพิจารณาปัจจัยอย่างอายุ สุขภาพ เป้าหมายชีวิต หรือสถานการณ์เศรษฐกิจเฉพาะบุคคลได้อย่างละเอียด Prof. Meir Statman จาก Santa Clara University กล่าวว่า “AI เหมาะสำหรับการให้ข้อมูลพื้นฐานหรือไอเดียเบื้องต้น แต่ไม่ควรใช้แทนการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ” การศึกษาจาก University of Chicago Booth School of Business พบว่า คำแนะนำจาก AI มัก偏向ไปทางการลงทุนเสี่ยงสูง โดยไม่คำนึงถึงความอดทนต่อความเสี่ยง (risk tolerance) ของผู้ใช้
ในยุโรป สถานการณ์คล้ายกัน โดย European Securities and Markets Authority (ESMA) กำลังติดตามการใช้ AI ในบริการทางการเงิน และเตือนว่าอาจนำไปสู่ “mis-selling” หรือการขายสินทางการเงินที่ไม่เหมาะสม ผู้บริโภคควรตระหนักว่า AI เรียนรู้จากข้อมูลสาธารณะ ซึ่งอาจสะท้อนอคติทางเพศ เชื้อชาติ หรือภูมิภาค เช่น การแนะนำสินทรัพย์ที่เหมาะกับกลุ่มประชากรเฉพาะโดยไม่ตั้งใจ
เพื่อลดความเสี่ยง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ใช้ AI เป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้น เช่น สำหรับการคำนวณดอกเบี้ยทบต้น (compound interest) หรือเปรียบเทียบกองทุนรวม แต่ต้องตรวจสอบข้อมูลกับแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์ของหน่วยงานกำกับดูแล หรือปรึกษาที่ปรึกษาการเงินที่ได้รับการรับรอง เช่น Certified Financial Planner (CFP) นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลส่วนตัวที่ละเอียดอ่อนกับ AI เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวและการโจมตีทางไซเบอร์
แม้ AI จะปฏิวัติวงการการเงินด้วยเครื่องมืออย่าง robo-advisors ที่จัดการพอร์ตลงทุนอัตโนมัติ แต่ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า มนุษย์ยังจำเป็นสำหรับการตัดสินใจที่ซับซ้อน การสำรวจของ PwC คาดการณ์ว่าภายในปี 2027 AI จะมีส่วนในบริการทางการเงินถึง 25% แต่จะทำงานร่วมกับมนุษย์ ไม่ใช่แทนที่ ในท้ายที่สุด ผู้ใช้ต้องรับผิดชอบผลลัพธ์จากการตัดสินใจ โดยอาศัย AI อย่างมีสติและไม่ประมาท
(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)