วิดีโอสงครามที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ขณะที่ภาพถ่ายดาวเทียมจริงถูกลดการเข้าถึงจากสาธารณะ
ในยุคที่สงครามยูเครน-รัสเซียดำเนินต่อเนื่อง ข้อมูลและภาพวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับสมรภูมิรบแพร่กระจายบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิดีโอที่อ้างว่าเป็นภาพการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนต่อเรือรบรัสเซียในทะเลดำ ซึ่งกลายเป็นไวรัลบน TikTok และแพลตฟอร์มอื่นๆ วิดีโอเหล่านี้แสดงภาพเครื่องบินไร้คนขับที่พุ่งเข้าหาเรือรบขนาดใหญ่ พร้อมกับเสียงระเบิดและควันไฟหนาทึบ ทำให้ผู้ชมหลายล้านคนหลงเชื่อว่าเป็นภาพจริงจากแนวหน้า
อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ เช่น Henrik Ahrborg จาก InVID Verification ชี้ให้เห็นว่าวิดีโอเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นโดยปัญญาประดิษฐ์ โดยใช้เครื่องมืออย่าง Google Veo ซึ่งสามารถผลิตวิดีโอคุณภาพสูงได้ภายในไม่กี่นาที ร่องรอยของการสร้างด้วย AI รวมถึงการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของควันไฟ การสะท้อนแสงที่ไม่สมจริง และรายละเอียดทางกายภาพที่คลาดเคลื่อน เช่น ท่อไอเสียของเครื่องบินที่ไม่สอดคล้องกับหลักฟิสิกส์ นอกจากนี้ ยังพบข้อความซ่อนเร้นในวิดีโอที่ระบุว่าเป็นผลงานของ AI เช่น “This is an AI-generated video” ซึ่งปรากฏเมื่อหยุดภาพที่เฟรมเฉพาะ
ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่กรณีโดดเดี่ยว วิดีโอปลอมที่สร้างโดย AI ยังรวมถึงภาพการรุกคืบของกองทัพรัสเซียในคาร์คิฟ การโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซีย และแม้กระทั่งภาพการใช้โดรนโจมตีรถถังรัสเซีย โดยบางชิ้นถูกแชร์โดยบัญชีที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายรัสเซีย เช่น TG Lyubovnik Nashikh ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 100,000 คน วิดีโอเหล่านี้มักมาพร้อมแคปชั่นที่ยืนยันความจริงจัง เช่น “ภาพจากแนวหน้า” หรือ “โดรนยูเครนทำลายเรือรัสเซีย” ทำให้เกิดการแพร่กระจายอย่างกว้างขวางก่อนที่จะถูกตรวจสอบ
ในขณะเดียวกัน แหล่งข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมจริงที่เคยเป็นเครื่องมือสำคัญในการยืนยันข้อเท็จจริงกำลังหายไปจากสายตาสาธารณะ บริษัท Maxar Technologies ซึ่งเคยเผยแพร่ภาพดาวเทียมความละเอียดสูงของพื้นที่สงครามยูเครนอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่การบุกคืบของรัสเซียในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 ได้ประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ว่าจะไม่เปิดเผยภาพถ่ายสาธารณะอีกต่อไป โดยให้เหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ ตามคำร้องขอจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา รองประธานอาวุโสของ Maxar อย่าง Josh Risi กล่าวว่า “เราต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากหน่วยงานรัฐบาล” ส่งผลให้ภาพถ่ายล่าสุดที่เผยแพร่สาธารณะหยุดนิ่งที่เดือนเมษายน 2024
ไม่เพียง Maxar เท่านั้น บริษัท Planet Labs ซึ่งให้บริการภาพถ่ายดาวเทียมรายวัน ก็ได้จำกัดการเข้าถึงภาพถ่ายความละเอียดสูง โดยเปลี่ยนไปใช้ระบบสมัครสมาชิกแบบเสียค่าใช้จ่ายสำหรับลูกค้าธุรกิจและรัฐบาล ขณะที่ภาพฟรีสำหรับสื่อมวลชนและสาธารณะถูกจำกัดไว้เพียงความละเอียดต่ำ สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลเรื่องการรั่วไหลของข้อมูลทางทหาร โดยเฉพาะหลังจากที่รัสเซียใช้ภาพถ่ายดาวเทียมสาธารณะในการวางแผนการโจมตีเป้าหมายในยูเครน
การหายไปของภาพถ่ายดาวเทียมจริงสร้างสุญญากาศข้อมูลที่ถูกเติมเต็มด้วยเนื้อหาปลอมจาก AI ผู้เชี่ยวชาญอย่าง Janis Wong จาก Oxford Internet Institute ชี้ว่า “เมื่อแหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือถูกลดบทบาท สิ่งที่เหลือคือข้อมูลที่ถูก操控ได้ง่าย” สถานการณ์นี้ทำให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงยากลำบากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในสงครามข้อมูลที่ทั้งสองฝ่ายใช้ AI ในการสร้างโฆษณาชวนเชื่อ เช่น รัสเซียใช้ AI สร้างวิดีโอปลอมเพื่อลดขวัญกำลังใจฝ่ายยูเครน ขณะที่ยูเครนใช้เครื่องมืออย่าง Midjourney สร้างภาพกราฟิกเพื่อระดมทุน
ตัวอย่างเด่นคือวิดีโอที่อ้างว่าเป็นการโจมตีเรือรบรัสเซีย Moskva ในปี 2022 ซึ่งต่อมาถูกพิสูจน์ว่าเป็น AI โดย Google Veo และวิดีโอการบุกคืบในโปครอฟสค์ที่แสดงรถถัง T-90M ของรัสเซียถูกทำลาย ซึ่งมีข้อบกพร่องด้านฟิสิกส์ เช่น ควันที่เคลื่อนไหวช้าเกินไป นอกจากนี้ ยังพบวิดีโอที่ใช้เสียงจากเกม Arma 3 ผสมกับภาพ AI เพื่อเพิ่มความสมจริง
ผลกระทบต่อสาธารณะชัดเจนจากยอดวิวที่พุ่งสูง เช่น วิดีโอ TikTok หนึ่งชิ้นมียอดวิว 2.8 ล้านครั้ง และถูกแชร์ต่อบน X (Twitter) โดยมีผู้ชมอีกหลายแสนคน สิ่งนี้ทำให้เกิดความสับสนในหมู่ผู้ติดตามข่าวสาร ซึ่งยากที่จะแยกแยะระหว่างจริงและปลอม โดยเฉพาะเมื่อ AI พัฒนาอย่างรวดเร็ว เช่น โมเดล Sora ของ OpenAI ที่สามารถสร้างวิดีโอ 1 นาทีคุณภาพสูงได้
เพื่อรับมือ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ใช้เครื่องมือตรวจสอบ เช่น Hive Moderation หรือ InVID ที่วิเคราะห์ลักษณะ AI และตรวจสอบ reverse image search แต่แม้กระทั่งเครื่องมือเหล่านี้ก็เริ่มตามไม่ทันความก้าวหน้าของเทคโนโลยี นอกจากนี้ สื่อควรยึดหลักการตรวจสอบหลายแหล่งก่อนเผยแพร่
สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความท้าทายใหม่ในยุคสงครามไฮบริด ที่ข้อมูลกลายเป็นอาวุธหลัก การจำกัดข้อมูลจริงจากแหล่งที่น่าเชื่อถือยิ่งเร่งให้ AI ปลอมครองพื้นที่ ทำให้ประชาชนตกอยู่ในกับดักข้อมูลเท็จ สุดท้ายแล้ว ผู้บริโภคข่าวสารต้องพัฒนาทักษะการตรวจสอบด้วยตนเอง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของสงครามข้อมูลนี้
(จำนวนคำประมาณ 728 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)