กูเกิลถอยจาก ai ในเบราว์เซอร์ ขณะอุตสาหกรรมเดิมพันเครื่องมือเขียนโค้ด

กูเกิลถอยหลังจากฟีเจอร์ AI ในเบราว์เซอร์ ขณะที่อุตสาหกรรมหันไปลงทุนเครื่องมือช่วยเขียนโค้ด

กูเกิลกำลังปรับยุทธศาสตร์ โดยลดความสำคัญของฟีเจอร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในเบราว์เซอร์ Chrome หลังจากเคยประกาศแผนงานอย่างยิ่งใหญ่ในงาน Google I/O เมื่อต้นปีนี้ ล่าสุด มีหลักฐานจากโค้ดคอมมิทและเอกสารภายในที่บ่งชี้ว่า ฟีเจอร์ AI หลายรายการถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด หรือยกเลิกไปแล้ว

ฟีเจอร์ที่เคยถูกนำเสนอ ได้แก่ ตัวช่วยจัดระเบียบแท็บด้วย AI (AI Tab Organizer) ซึ่งจะช่วยรวมแท็บที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกันโดยอัตโนมัติ ตัวสร้างธีมส่วนตัว (Custom Theme Generator) ที่ใช้ AI สร้างธีมเบราว์เซอร์ตามภาพที่ผู้ใช้เลือก และตัวช่วยค้นหาประวัติการท่องเว็บ (History Search Helper) ที่ช่วยค้นหาเว็บไซต์เก่าๆ จากคำอธิบายสั้นๆ แทนการพิมพ์ URL หรือคำค้นที่ซับซ้อน ฟีเจอร์เหล่านี้ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ที่จะทำให้ Chrome กลายเป็นเบราว์เซอร์ที่ “เข้าใจผู้ใช้” มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบโค้ดใน repository ของ Chromium (โครงสร้างพื้นฐานของ Chrome) พบว่าโค้ดที่เกี่ยวข้องกับฟีเจอร์เหล่านี้ถูกนำออกหรือถูกทำเครื่องหมายว่า deprecated นอกจากนี้ เอกสารภายในที่รั่วไหลยังยืนยันว่าทีมพัฒนา Chrome กำลังมุ่งเน้นไปที่ฟีเจอร์พื้นฐานอื่นๆ เช่น การปรับปรุงความเร็วและความปลอดภัย แทนที่จะเสี่ยงกับนวัตกรรม AI ที่ยังไม่เสถียร

การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม AI ที่กำลังหันเหไปสู่เครื่องมือช่วยพัฒนาซอฟต์แวร์ (Developer Tools) มากขึ้น แทนการพัฒนา AI สำหรับผู้ใช้ทั่วไป Startups อย่าง Cursor กำลังได้รับความนิยมสูง โดยเป็นตัวแก้ไขโค้ดที่ใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดแบบเรียลไทม์ ทำให้โปรแกรมเมอร์ทำงานได้เร็วขึ้นหลายเท่า GitHub Copilot จาก Microsoft ก็ยังครองตลาดเครื่องมือ AI สำหรับการเขียนโค้ด โดยมีผู้ใช้หลายล้านรายทั่วโลก

แม้แต่ผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Anthropic ก็กำลังเปิดตัวโมเดล Claude ที่ปรับแต่งสำหรับงานเขียนโค้ดโดยเฉพาะ ขณะที่ OpenAI กับโมเดล GPT-4o กำลังถูกนำไปใช้ในเครื่องมือพัฒนาเช่นเดียวกัน แนวโน้มนี้สะท้อนจากข้อมูลสถิติที่แสดงให้เห็นว่า การค้นหาและดาวน์โหลดเครื่องมือ AI Coding พุ่งสูงขึ้นกว่า 300% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ในขณะที่ความสนใจใน AI สำหรับเบราว์เซอร์ทั่วไปกลับซบเซาลง

สำหรับกูเกิลเอง บริษัทกำลังโฟกัส Gemini โมเดล AI หลักไปที่ผลิตภัณฑ์แกนกลาง เช่น การค้นหาใน Google Search การช่วยงานใน Workspace และ Android แทนที่จะกระจายทรัพยากรไปยังเบราว์เซอร์ที่อาจไม่สร้างรายได้โดยตรง การตัดสินใจนี้น่าจะมาจากบทเรียนในอดีต เช่น Gemini Nano ที่ถูกเลื่อนใน Android เนื่องจากปัญหาความเสถียร และการแข่งขันที่รุนแรงจากคู่แข่ง

นักวิเคราะห์เห็นด้วยว่าการถอยหลังครั้งนี้เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด เนื่องจากเบราว์เซอร์เป็นสินค้าที่ผู้ใช้คาดหวังความเสถียรสูง หากฟีเจอร์ AI ล้มเหลว อาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของ Chrome ที่ครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 65% ทั่วโลก ในทางตรงกันข้าม เครื่องมือช่วยเขียนโค้ดมุ่งเป้าไปที่กลุ่มโปรแกรมเมอร์ซึ่งยินดีทดลองเทคโนโลยีใหม่ และยอมจ่ายเงินเพื่อประสิทธิภาพที่สูงขึ้น

อนาคตของ AI ในเบราว์เซอร์ยังไม่สิ้นสุด โดย Microsoft Edge ได้นำ AI เช่น Bing Chat มาใช้เรียบร้อยแล้ว และกำลังขยายฟีเจอร์ Copilot ในเบราว์เซอร์ Brave ก็มี Leo AI ที่ช่วยสรุปเว็บเพจ ขณะที่ Arc Browser จาก The Browser Company กำลังทดสอบ AI สำหรับการนำทางอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม กูเกิลดูเหมือนจะเลือกทางเดินที่ระมัดระวังมากกว่า โดยรอให้เทคโนโลยี AI ในเบราว์เซอร์สุกงอมก่อน

การเปลี่ยนแปลงนี้อาจบ่งบอกถึงจุดเปลี่ยนในอุตสาหกรรม ที่ AI กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำหรับมืออาชีพมากกว่าผู้ใช้ทั่วไป บริษัทต่างๆ กำลังลงทุนมหาศาลในโมเดลขนาดใหญ่ที่เชี่ยวชาญด้านโค้ด เช่น Devin จาก Cognition Labs ที่สามารถพัฒนาแอปทั้งตัวได้คนเดียว สิ่งนี้จะเร่งให้เกิดการปฏิวัติในวงการพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่สำหรับผู้ใช้เบราว์เซอร์ทั่วไป อาจต้องรอคอยนวัตกรรมที่แท้จริงอีกสักพัก

(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)