สตาร์ทอัพ ai จีนกลุ่มแรกมีรายงานเลิกใช้โครงสร้างนอกชายฝั่ง จดทะเบียนตรงในจีน

สตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์จีนกลุ่มแรกเริ่มเลิกใช้โครงสร้างนอกชายฝั่ง สู่การจดทะเบียนโดยตรงในจีนแผ่นดินใหญ่

ในช่วงล่าสุด สตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของจีนกลุ่มแรกเริ่มเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การจดทะเบียนบริษัท โดยเลิกใช้โครงสร้างนอกชายฝั่ง (offshore structures) เช่น หมู่เกาะเคย์แมน (Cayman Islands) หรือหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน (British Virgin Islands) และหันมาจดทะเบียนโดยตรงในจีนแผ่นดินใหญ่แทน สัญญาณนี้สะท้อนถึงการปรับตัวตามนโยบายรัฐบาลจีนที่ส่งเสริมให้บริษัทเทคโนโลยี AI พัฒนาในประเทศ เพื่อเข้าถึงการสนับสนุนจากรัฐอย่างเต็มรูปแบบ

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ MiniMax ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพ AI ชั้นนำของจีน โดยเพิ่งจดทะเบียนบริษัทในนครเซี่ยงไฮ้เมื่อเดือนตุลาคม 2567 ตามรายงานจากสื่อท้องถิ่นอย่าง Jiemian News MiniMax ก่อตั้งขึ้นในปี 2565 โดยทีมผู้ก่อตั้งจาก Alibaba และ ByteDance ได้รับเงินทุนรวมกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากนักลงทุนชั้นนำ เช่น Alibaba, Tencent, Hillhouse Capital และ HongShan Capital ผลิตภัณฑ์หลักอย่างโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (large language model) เช่น Hailuo AI และแชทบอท Talkie ได้รับความนิยมสูง โดย Talkie กลายเป็นแอปพลิเคชัน AI ชั้นนำในสหรัฐอเมริกาและยุโรป

นอกจากนี้ Zhipu AI สตาร์ทอัพ AI อีกแห่งจากปักกิ่ง ก็ยื่นจดทะเบียนในกรุงปักกิ่งเช่นกัน Zhipu ก่อตั้งโดยอดีตนักวิจัยจาก Tsinghua University และ Microsoft Asia Research ได้รับเงินทุนรวมกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากนักลงทุนอย่าง Beijing Municipal Government Investment และ ZhenFund บริษัทนี้พัฒนาโมเดล GLM-4 ซึ่งมีประสิทธิภาพเทียบเท่าโมเดลชั้นนำของ OpenAI และ Anthropic Zhipu ยังขยายธุรกิจไปยังภาครัฐ โดยพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับหน่วยงานรัฐบาลและองค์กรขนาดใหญ่

ก่อนหน้านี้ สตาร์ทอัพเทคโนโลยีจีน โดยเฉพาะในวงการ AI มักเลือกจดทะเบียนนอกชายฝั่ง เพื่ออำนวยความสะดวกในการระดมทุนจากนักลงทุนต่างชาติและ venture capital (VC) ระดับโลก โครงสร้างดังกล่าวช่วยลดข้อจำกัดทางกฎระเบียบ ลดภาษี และเพิ่มความยืดหยุ่นในการควบคุมผู้ถือหุ้น อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้ออกนโยบายใหม่เพื่อดึงดูดบริษัทเหล่านี้ให้กลับมาจดทะเบียนในประเทศ โดยเฉพาะในเขตเศรษฐกิจพิเศษ เช่น เซี่ยงไฮ้และปักกิ่ง

สาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงนี้มาจากนโยบายสนับสนุน AI แห่งชาติของจีน ซึ่งมุ่งสร้าง “self-reliance” หรือการพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยี ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน โดยเฉพาะมาตรการควบคุมการส่งออกชิปเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง รัฐบาลจีนจึงทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพ AI ตัวอย่างเช่น กองทุน AI ขนาดใหญ่จากรัฐบาลกรุงปักกิ่งมูลค่า 1.38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเซี่ยงไฮ้มีกองทุนสนับสนุน AI มูลค่า 4.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และนครเซินเจิ้นจัดสรรงบ 47 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการพัฒนา AI จนถึงปี 2573 นอกจากนี้ ยังมีเงินอุดหนุนด้านการคำนวณประมวลผล (computing power) ค่าใช้จ่ายเซิร์ฟเวอร์ และการจัดซื้อชิปประสิทธิภาพสูง

การจดทะเบียนในจีนแผ่นดินใหญ่ช่วยให้สตาร์ทอัพเข้าถึงทรัพยากรเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น เช่น สิทธิ์ในการใช้โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์คอมพิวติ้งของรัฐ การรับสมัครบุคลากรชั้นนำ และการเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานในประเทศ นอกจากนี้ ยังช่วยลดความเสี่ยงจากกฎระเบียวนอกชายฝั่งที่อาจถูกกดดันจากนโยบายต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การจดทะเบียนในจีนมาพร้อมกับการกำกับดูแลที่เข้มงวดมากขึ้น เช่น การตรวจสอบข้อมูล ความมั่นคง และการปฏิบัติตามกฎหมายไซเบอร์ซีเคียวริตี้

แนวโน้มนี้คาดว่าจะแพร่กระจายไปยังสตาร์ทอัพ AI อื่นๆ เช่น Moonshot AI และ Baichuan Intelligence ซึ่งยังคงใช้โครงสร้างนอกชายฝั่งอยู่ รายงานจาก The Information ระบุว่า สตาร์ทอัพเหล่านี้กำลังพิจารณาการจดทะเบียนในเซี่ยงไฮ้หรือปักกิ่งเช่นกัน เพื่อรับประโยชน์จากนโยบายรัฐ จีนกำลังเร่งสร้างระบบนิเวศ AI ที่แข็งแกร่ง โดยมีเป้าหมายให้กลายเป็นผู้นำโลกภายในปี 2573 ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดังกล่าว

การเคลื่อนไหวของ MiniMax และ Zhipu AI ถือเป็นสัญญาณบวกต่ออุตสาหกรรม AI จีน แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในนโยบายรัฐและศักยภาพของตลาดในประเทศ สตาร์ทอัพเหล่านี้ไม่เพียงแข่งขันกับผู้เล่นระดับโลกอย่าง OpenAI แต่ยังขยายอิทธิพลไปยังตลาดนานาชาติ โดย Talkie ของ MiniMax มีผู้ใช้รายวันกว่า 3 ล้านรายในสหรัฐฯ และยุโรป ในขณะที่ GLM-4 ของ Zhipu ได้รับการยอมรับในด้านประสิทธิภาพด้านการเขียนโค้ดและการใช้เหตุผล

โดยรวมแล้ว การเลิกใช้โครงสร้างนอกชายฝั่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านของระบบนิเวศสตาร์ทอัพจีน จากการมุ่งเน้นระดมทุนต่างชาติ สู่การพึ่งพาการสนับสนุนจากรัฐ ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรม AI ในระยะยาว ท่ามกลางความท้าทายระดับโลก

(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)