สหรัฐฯ และจีนกำลังพิจารณาการเจรจาอย่างเป็นทางการเรื่อง ai

สหรัฐอเมริกาและจีนกำลังพิจารณาการเจรจาระดับสูงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์

เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากสหรัฐอเมริกาและจีนกำลังพิจารณาการจัดตั้งการเจรจาอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตามข้อมูลจากบุคคลสองรายที่ทราบเรื่องนี้โดยตรง การเจรจาครั้งนี้จะเป็นการหารือทวิภาคีครั้งแรกอย่างเป็นทางการระหว่างสองเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีดังกล่าว

บุคคลรายหนึ่งระบุว่าสหรัฐฯ มีความสนใจอย่างมากในการมีส่วนร่วมกับจีนในประเด็นความปลอดภัยและความมั่นคงของ AI ในขณะที่บุคคลอีกคนหนึ่งกล่าวว่าจีนต้องการหารือเกี่ยวกับมาตรการควบคุมการส่งออกชิปขั้นสูงและโมเดล AI การหารือดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนเบื้องต้นเท่านั้น โดยยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาหรือกำหนดการที่ชัดเจน

บริบทของสถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันด้าน AI ที่รุนแรงระหว่างสองมหาอำนาจ สหรัฐฯ ได้บังคับใช้มาตรการควบคุมการส่งออกชิปขั้นสูงไปยังจีนตั้งแต่ปี 2565 เพื่อชะลอการพัฒนา AI ของจีน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเพื่อรักษาความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี จีนมองว่านโยบายดังกล่าวเป็นการกีดกันทางการค้าและพยายามยับยั้งการเติบโตทางเทคโนโลยีของตน

ล่าสุด ในเดือนพฤษภาคม สหรัฐฯ และจีนได้จัดการประชุมที่เจนีวาเพื่อหารือประเด็นต่างๆ ซึ่งรวมถึงปัญหาด้านการค้าและความมั่นคง AI กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญในวาระการเจรจาระหว่างสองฝ่าย เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เช่น จีนา ไรมอนโด รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ และเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ได้กล่าวถึงความจำเป็นในการสนทนากับจีนเกี่ยวกับ AI ด้านความเสี่ยง ในฝั่งจีนนั้น วัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศ ก็ได้แสดงท่าทีเปิดรับการหารือเพื่อลดความขัดแย้ง

การเจรจาที่กำลังพิจารณานี้อาจครอบคลุมหัวข้อสำคัญหลายประการ เช่น มาตรฐานความปลอดภัยของ AI การกำกับดูแล การจัดการความเสี่ยงจาก AI ทั่วไป (AGI) และการป้องกันการใช้ AI ในทางที่ผิด เช่น การพัฒนาอาวุธอัตโนมัติหรือการแทรกแซงการเลือกตั้ง สหรัฐฯ เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างกรอบการกำกับดูแลระหว่างประเทศเพื่อลดความเสี่ยงจากเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว ในขณะที่จีนเรียกร้องให้มีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการส่งออก เพื่อให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล

สถานการณ์ปัจจุบันสะท้อนถึงความสมดุลที่เปราะบางในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ทั้งสองฝ่ายตระหนักดีถึงอันตรายจากการแข่งขันแบบไม่มีผู้ชนะ (zero-sum game) ในด้าน AI ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนาแบบไม่มีการควบคุมและเพิ่มความเสี่ยงระดับโลก การเจรจาอย่างเป็นทางการจึงถูกมองว่าเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างความไว้วางใจและกำหนดกฎเกณฑ์ร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงมีมาก ทั้งสองฝ่ายมีความแตกต่างในมุมมองต่อการกำกับดูแล AI สหรัฐฯ ผลักดันแนวทางแบบเปิดและเน้นนวัตกรรม ในขณะที่จีนมุ่งเน้นการควบคุมจากรัฐบาลกลางเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ นอกจากนี้ มาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ได้รับการขยายผล โดยห้ามส่งออกชิปจากบริษัทอย่าง Nvidia และ AMD ไปยังจีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของจีน เช่น Huawei และ Baidu

การพัฒนาล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ผู้นำทั้งสองประเทศได้พบปะกันในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วที่ซานฟรานซิสโก ซึ่งนำไปสู่การฟื้นฟูช่องทางการสื่อสารด้านการทหารและการค้า AI เป็นหนึ่งในหัวข้อที่ถูกหยิบยกขึ้นมา โดยทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลกนี้

ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการเจรจานี้อาจช่วยลดความตึงเครียดและป้องกัน “สงครามเย็นทางเทคโนโลยี” แต่ยังต้องติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัจจัยทางการเมืองภายในประเทศของทั้งสองฝ่ายอาจเป็นอุปสรรค เช่น การเลือกตั้งในสหรัฐฯ และนโยบายชาตินิยมของจีน

โดยสรุป การพิจารณาการเจรจาอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับ AI ระหว่างสหรัฐฯ และจีนถือเป็นสัญญาณบวกท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ หากประสบความสำเร็จ อาจนำไปสู่กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศที่แข็งแกร่งขึ้น เพื่อรับมือกับความท้าทายจาก AI ในอนาคตอันใกล้

(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)