ผู้ผลิต ai จีนผลิตไม่ทัน ขาดแคลนชิ้นส่วนสำคัญกระทบการผลิต

ผู้ผลิต AI ของจีนเผชิญวิกฤตขาดแคลนชิ้นส่วนสำคัญ ส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิต

ในช่วงที่ความต้องการเซิร์ฟเวอร์ AI พุ่งสูงอย่างรวดเร็ว ผู้ผลิตหลักในจีนกำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนสำคัญหลายประการ ซึ่งทำให้กระบวนการผลิตชะงักงันและไม่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้ทันที สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความนิยมของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัวอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในภาคข้อมูลขนาดใหญ่ (Data Center) และการประมวลผลประสิทธิภาพสูง (High-Performance Computing: HPC)

ชิ้นส่วนที่ขาดแคลนมากที่สุด ได้แก่ การ์ดจอ GPU จากบริษัท Nvidia โดยเฉพาะรุ่น H100 และ H20 ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการฝึกโมเดล AI ขนาดใหญ่ ข้อมูลจากอุตสาหกรรมระบุว่า เวลารอคอยในการจัดส่ง GPU เหล่านี้ยืดเยื้อออกไปนานถึง 6-9 เดือน จากเดิมที่เคยใช้เวลาเพียง 2-3 เดือน ส่งผลให้ผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ AI ในจีน เช่น Huawei, Inspur, Sugon และ Wave Computing ไม่สามารถประกอบเครื่องได้ตามกำหนดการ

นอกจาก GPU แล้ว หน่วยความจำประเภท High Bandwidth Memory (HBM) ก็เป็นอีกหนึ่งจุดอับที่สำคัญ HBM เป็นหน่วยความจำความเร็วสูงที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการประมวลผล AI โดยเฉพาะ โดยเฉพาะ HBM3 ซึ่งมีความจุและแบนด์วิดธ์สูงกว่าหน่วยความจำ DRAM ทั่วไปหลายเท่า ผู้ผลิตชิป HBM หลักอย่าง SK Hynix จากเกาหลีใต้และ Micron จากสหรัฐฯ ไม่สามารถผลิตได้ทันความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นกว่าร้อยละ 300 ในปีนี้ สถานการณ์นี้ทำให้อัตราการประกอบเซิร์ฟเวอร์ AI ลดลงเหลือเพียง 50-60% ของกำลังการผลิตเต็มรูปแบบ

ปัญหายังขยายวงไปยังชิ้นส่วนสนับสนุนอื่นๆ เช่น แหล่งจ่ายไฟ (Power Supply Units: PSU) ที่มีกำลังไฟสูงถึง 12-15 กิโลวัตต์ต่อเซิร์ฟเวอร์ เพื่อรองรับการใช้พลังงานมหาศาลของ GPU รุ่นใหม่ และระบบระบายความร้อนแบบน้ำ (Liquid Cooling) ซึ่งจำเป็นสำหรับการทำงานต่อเนื่องโดยไม่เกิดความร้อนสะสม ผู้ผลิตเหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่นอกจีน เช่น Delta Electronics จากไต้หวัน ทำให้เกิดความล่าช้าในการนำเข้าและโลจิสติกส์ โดยเฉพาะภายใต้มาตรการควบคุมการส่งออกจากสหรัฐฯ ที่กำหนดให้ต้องได้รับใบอนุญาตสำหรับชิ้นส่วนขั้นสูง

บริษัท Huawei ซึ่งเป็นผู้นำในตลาดเซิร์ฟเวอร์ AI ของจีน ด้วยชิป Ascend 910B ที่พัฒนาขึ้นเองเพื่อหลีกเลี่ยงการพึ่งพา Nvidia ได้รับผลกระทบหนักเช่นกัน แม้จะมีกำลังการผลิตชิปในประเทศ แต่การขาดแคลน HBM และชิ้นส่วนอื่นๆ ทำให้ไม่สามารถスケลได้เต็มที่ นาย Zhang Ping’an รองประธาน Huawei Cloud กล่าวในงานประชุมอุตสาหกรรมว่า “ความต้องการเซิร์ฟเวอร์ AI ในจีนเติบโต 10 เท่าภายใน 2 ปี แต่ซัพพลายเชนยังไม่พร้อม” สถานการณ์คล้ายกันเกิดขึ้นกับ Inspur ซึ่งเป็นผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์รายใหญ่ โดย CEO ของบริษัทยอมรับว่าปัญหาการขาดแคลนทำให้ต้องปฏิเสธคำสั่งซื้อจำนวนมาก

มาตรการควบคุมการส่งออกจากสหรัฐฯ ที่เริ่มเข้มงวดตั้งแต่ปี 2022 โดยเฉพาะกับเทคโนโลยี AI ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเข้าถึง GPU และ HBM จีนพยายามลดการพึ่งพาต่างประเทศด้วยการพัฒนาชิปในประเทศ เช่น Huawei Kirin และ SMIC แต่ยังคงตามหลังในด้านเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะ lithography machine สำหรับผลิตชิป 7 นาโนเมตรลงไป นอกจากนี้ ความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นสำหรับ Data Center ในจีน ซึ่งคาดว่าจะใช้พลังงานถึง 100 กิกะวัตต์ภายในปี 2027 ก็เป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติม ทำให้ PSU และระบบระบายความร้อนกลายเป็นขวดคอ

ผู้เชี่ยวชาญจาก TrendForce วิเคราะห์ว่า ตลาดเซิร์ฟเวอร์ AI ทั่วโลกจะเติบโตถึง 45% ในปีนี้ โดยจีนครองส่วนแบ่งกว่า 30% แต่การขาดแคลนจะทำให้การเติบโตชะลอตัวในระยะสั้น บริษัทอย่าง Foxconn และ Quanta Computer ซึ่งเป็นผู้ประกอบ OEM ชั้นนำ ก็เผชิญปัญหาคล้ายกัน โดยเวลารอคอย PSU สูงถึง 20 สัปดาห์

เพื่อรับมือ ผู้ผลิตจีนกำลังเร่งขยายกำลังการผลิตในประเทศ เช่น การสร้างโรงงาน HBM ใหม่ของ CXMT และพัฒนา liquid cooling แบบ domestic แต่คาดว่าจะใช้เวลาอีก 1-2 ปีกว่าจะเห็นผล สถานการณ์นี้ไม่เพียงกระทบผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ แต่ยังส่งผลต่อผู้ให้บริการคลาวด์อย่าง Alibaba Cloud และ Tencent Cloud ที่ต้องเลื่อนแผนขยาย Data Center

โดยรวมแล้ว วิกฤตขาดแคลนชิ้นส่วนนี้สะท้อนถึงความท้าทายของซัพพลายเชน AI ทั่วโลก ท่ามกลางการแข่งขันทางเทคโนโลยีที่ร้อนระอุ จีนจำเป็นต้องเร่งนวัตกรรมในประเทศเพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต หากไม่แก้ไข ผู้ผลิตอาจสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้คู่แข่งจากไต้หวันและสหรัฐฯ

(จำนวนคำ: 728)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)