AMD เปิดตัวตัวเร่งความเร็ว AI และชิปแล็ปท็อปรุ่นใหม่ที่งาน CES 2026
บริษัท AMD (Advanced Micro Devices) ได้ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ตัวเร่งความเร็วปัญญาประดิษฐ์ (AI accelerators) และชิปประมวลผลสำหรับแล็ปท็อปรุ่นล่าสุดในงาน CES 2026 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าเทคโนโลยีผู้บริโภคชั้นนำของโลก โดยมี ดร.ลิซ่า ซู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ AMD เป็นผู้แถลงข่าวหลัก การเปิดตัวครั้งนี้เน้นย้ำกลยุทธ์ของ AMD ในการครองตลาด AI และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) ที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยมุ่งเป้าไปที่ทั้งศูนย์ข้อมูล (data center) และอุปกรณ์พกพา
ชิปแล็ปท็อป Ryzen AI Max+ Series: พลังประมวลผล AI สูงสุดสำหรับเครื่องทำงานระดับมืออาชีพ
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือตระกูลชิป Ryzen AI Max+ Series ซึ่งออกแบบมาสำหรับแล็ปท็อปและเวิร์กสเตชันระดับสูง โดยชิปรุ่นเรือธงอย่าง Ryzen AI Max+ 395 มาพร้อมแกนประมวลผล Zen 5 จำนวนสูงสุด 16 แกน (cores) และหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) RDNA 3.5 ที่มีหน่วยคำนวณ (Compute Units: CUs) ถึง 40 หน่วย นอกจากนี้ยังมีหน่วยประมวลผลประสาทเทียมรุ่นที่สอง (XDNA 2 NPU) ที่ให้ประสิทธิภาพสูงถึง 50 TOPS (Tera Operations Per Second) หรือมากกว่า ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในตลาดแล็ปท็อปปัจจุบัน
ชิปเหล่านี้รองรับหน่วยความจำแบบรวม (unified memory) สูงสุด 128GB LPDDR5X ทำให้เหมาะสำหรับงานที่ต้องการพลังประมวลผลสูง เช่น การตัดต่อวิดีโอ 4K/8K การสร้างโมเดล 3D และการรันโมเดล AI ขนาดใหญ่โดยตรงบนเครื่อง (on-device AI) AMD ระบุว่าประสิทธิภาพด้านกราฟิกของ Ryzen AI Max+ สูงกว่ารุ่น Intel Core Ultra ในระดับเดียวกันถึง 2 เท่า และเร็วกว่ารุ่น Apple M4 ในงานสร้างภาพและเรนเดอร์บางประเภท
นอกจากนี้ AMD ยังเปิดตัว Radeon RX 8000M Series GPU สำหรับแล็ปท็อปเกมมิ่งและครีเอทีฟ โดย Radeon RX 8900M มาพร้อมสถาปัตยกรรม RDNA 4 ที่ให้ประสิทธิภาพสูงขึ้น 20-30% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า และรองรับเทคโนโลยี FidelityFX Super Resolution 4 (FSR 4) ซึ่งใช้ AI ช่วยเพิ่มเฟรมเรทในการเล่นเกม โดยไม่สูญเสียคุณภาพภาพ ผู้ผลิตแล็ปท็อปชั้นนำอย่าง ASUS ROG, Lenovo Legion และ MSI จะเริ่มวางจำหน่ายเครื่องที่ใช้ชิปเหล่านี้ในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2026
ตัวเร่งความเร็ว AI สำหรับศูนย์ข้อมูล: Instinct MI400 Series
ในส่วนของศูนย์ข้อมูล AMD เปิดตัวตระกูล Instinct MI400 Series ซึ่งเป็นตัวเร่งความเร็ว AI รุ่นถัดไป โดย MI400X จะเริ่มผลิตจำนวนมากในปี 2026 และให้ประสิทธิภาพ FP8 สูงถึง 20 พета FLOPS (Peta Floating Point Operations Per Second) ต่อตัวเร่ง ซึ่งสูงกว่ารุ่น MI300X ถึง 1.8 เท่า ชิปนี้ใช้สถาปัตยกรรม CDNA 4 ที่ปรับปรุงให้เหมาะกับการฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) และการอนุมาน (inference) โดยมีแบนด์วิดธ์หน่วยความจำ HBM3e สูงถึง 6 TB/s
AMD ยังนำเสนอระบบ Helios rack-scale solution ที่รวม MI400X หลายตัวเข้าด้วยกันในตู้ rack เดียว รองรับกำลังไฟฟ้า 120kW และให้ประสิทธิภาพรวมสูงถึง 1.3 exaFLOPS สำหรับงาน AI ซึ่งเทียบเท่ากับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ขนาดกลาง ดร.ลิซ่า ซู กล่าวว่า “Instinct MI400 จะช่วยให้ลูกค้าของเราลดต้นทุนการฝึก AI ลง 40% เมื่อเทียบกับคู่แข่ง” โดยเปรียบเทียบกับ GPU H100 ของ NVIDIA
การออกแบบ MI400 Series เน้นความยืดหยุ่น โดยรองรับทั้งการเชื่อมต่อ Infinity Fabric และ ROCm software stack ที่ปรับปรุงใหม่ ทำให้ developer สามารถรันโมเดลจาก Hugging Face หรือ PyTorch ได้อย่างราบรื่น AMD คาดว่าจะส่งมอบ MI400X ให้ลูกค้าอย่าง Microsoft Azure, Oracle Cloud และ Meta ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026
กลยุทธ์ AI PC และอนาคตของ AMD
การเปิดตัวครั้งนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “AI PC” ของ AMD ซึ่งคาดว่าจะครองส่วนแบ่งตลาดแล็ปท็อปพรีเมียม 50% ภายในปี 2027 ชิป Ryzen AI Max+ จะช่วยให้ผู้ใช้รัน AI agent เช่น Copilot+ PC features ได้โดยไม่ต้องพึ่ง cloud ลดความล่าช้าและเพิ่มความเป็นส่วนตัวด้านข้อมูล
AMD ยังอัปเดต roadmap โดย Ryzen AI 400 Series (Krackan Point) จะตามมาในปี 2026 ด้วย NPU 70+ TOPS และ Zen 6 cores สำหรับตลาดมิดเรนจ์ ในขณะที่ MI500 Series จะเดบิวต์ในปี 2027 ด้วยประสิทธิภาพ 100 พета FLOPS
การประกาศนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันดุเดือดกับ NVIDIA และ Intel โดย AMD ใช้จุดแข็งด้านราคาที่ถูกกว่าและประสิทธิภาพต่อวัตต์ที่ดีกว่าเพื่อดึงดูดลูกค้าธุรกิจและองค์กรขนาดใหญ่ นักวิเคราะห์จากบริษัทวิจัยอย่าง Jon Peddie Research คาดการณ์ว่าตลาด AI accelerator จะเติบโต 35% ต่อปี และ AMD จะมีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 20% ภายในสิ้นทศวรรษนี้
ด้วยการผสานพลังระหว่างชิปแล็ปท็อปและตัวเร่งความเร็วศูนย์ข้อมูล AMD กำลังวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นผู้นำในยุค AI ทุกหนแห่ง (AI everywhere) ซึ่งจะขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทในอนาคต
(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)