แอนโธรปิกแซงหน้าชาโตพีในอัตราการนำไปใช้ในภาคธุรกิจ B2B เป็นครั้งแรก ตามข้อมูลการใช้จ่ายจาก Ramp
ในข้อมูลล่าสุดจาก Ramp ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการจัดการบัตรเครดิตองค์กรและการใช้จ่าย พบว่าแอนโธรปิก (Anthropic) ผู้พัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ Claude ได้แซงหน้าชาโตพี (OpenAI) ผู้พัฒนา ChatGPT ในด้านส่วนแบ่งการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภาคธุรกิจต่อธุรกิจ (B2B) เป็นครั้งแรก โดยข้อมูลดังกล่าวมาจากการวิเคราะห์การใช้จ่ายของลูกค้าองค์กรกว่า 25,000 ราย ซึ่งครอบคลุมทั้งสตาร์ทอัพและบริษัทขนาดใหญ่ระดับ Fortune 500 โดยมีปริมาณการใช้จ่ายรวมต่อปีสูงถึง 55 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
Ramp ได้ติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลการใช้จ่ายด้านบริการ AI ตั้งแต่ต้นปี 2024 โดยมุ่งเน้นไปที่ผู้ให้บริการหลักๆ เช่น OpenAI, Anthropic, Google, Mistral และ Perplexity จากกราฟส่วนแบ่งการใช้จ่ายรายเดือนที่ Ramp เผยแพร่ พบว่าในเดือนมิถุนายน 2024 Anthropic มีส่วนแบ่งการใช้จ่ายสูงถึง 22.6% ขณะที่ OpenAI อยู่ที่ 21.5% ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ Anthropic แซงหน้า OpenAI ในตัวชี้วัดนี้ นับตั้งแต่ Ramp เริ่มติดตามข้อมูล
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในพฤติกรรมการใช้จ่ายขององค์กร ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2024 เป็นต้นมา ส่วนแบ่งของ Anthropic เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากระดับประมาณ 10% สู่จุดสูงสุดที่เกิน 22% ในขณะที่ OpenAI มีแนวโน้มลดลงจากจุดสูงสุดเกือบ 60% ในช่วงต้นปีมาอยู่ที่ระดับ 20% ปลายๆ แม้ OpenAI จะยังครองส่วนแบ่งรวมทั้งปี (YTD) สูงสุดที่ 37% เทียบกับ Anthropic ที่ 18% แต่การเติบโตของ Anthropic ชี้ให้เห็นถึงการยอมรับที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในหมู่ลูกค้าองค์กร
ข้อมูลจาก Ramp ยังแสดงให้เห็นภาพรวมของผู้ให้บริการ AI อื่นๆ ในตลาด B2B Google ตามมาเป็นอันดับสามด้วยส่วนแบ่ง 12% ในเดือนมิถุนายน ขณะที่ Perplexity ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ AI ค้นหาใหม่ๆ มีส่วนแบ่งสูงถึง 10% และกำลังเติบโตอย่างน่าจับตา Mistral ผู้พัฒนาโมเดลภาษาแบบ open-weight จากฝรั่งเศส มีส่วนแบ่งราว 5-7% ตลอดช่วงครึ่งปีแรก ส่วนผู้ให้บริการอื่นๆ รวมกันไม่เกิน 30% ของการใช้จ่ายทั้งหมด
การวิเคราะห์ข้อมูลของ Ramp อาศัยการติดตามธุรกรรมจริงจากบัตรเครดิตองค์กร ซึ่งให้ภาพที่แม่นยำของการนำ AI ไปใช้ในทางปฏิบัติ โดย Ramp ระบุว่าข้อมูลนี้ครอบคลุมเฉพาะการใช้จ่ายโดยตรงกับผู้ให้บริการ API ของ AI เช่น OpenAI API หรือ Anthropic Claude API ไม่รวมการใช้ผ่านแพลตฟอร์มอื่นๆ เช่น Microsoft Azure หรือ Google Cloud ที่อาจซ่อนการใช้จ่ายไว้ ทำให้ตัวเลขนี้สะท้อนถึงการเลือกใช้บริการโดยตรงจากองค์กรได้อย่างชัดเจน
ปัจจัยที่อาจส่งผลต่อแนวโน้มนี้ รวมถึงการพัฒนาล่าสุดของ Anthropic เช่น การเปิดตัว Claude 3.5 Sonnet ซึ่งได้รับการยกย่องในด้านประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะในงานที่ซับซ้อน ขณะที่ OpenAI ยังคงเป็นผู้นำในตลาดโดยรวม แต่การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากผู้เล่นใหม่ๆ กำลังบีบให้เกิดการกระจายส่วนแบ่งตลาด Ramp ยังชี้ว่าการเติบโตของ Anthropic เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความนิยม Claude ในหมู่ผู้ใช้ระดับองค์กร ซึ่งมองหาโมเดลที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง
จากมุมมองของนักวิเคราะห์ ข้อมูลนี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนผ่านในตลาด AI B2B ที่องค์กรเริ่มกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้เล่นรายเดียว โดยเฉพาะ OpenAI ที่เคยครองตลาดอย่างเด็ดขาด Ramp ซึ่งก่อตั้งในปี 2019 และมีฐานลูกค้าที่หลากหลาย ได้กลายเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับติดตามพฤติกรรมการใช้จ่ายด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะในยุคที่ AI กลายเป็นส่วนสำคัญของงบประมาณองค์กร
สรุปแล้ว ข้อมูลจาก Ramp ยืนยันว่า Anthropic ได้ก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งในตลาด B2B โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปี 2024 ซึ่งอาจนำไปสู่การแข่งขันที่เข้มข้นยิ่งขึ้นระหว่างผู้ให้บริการ AI ชั้นนำ องค์กรธุรกิจควรติดตามแนวโน้มนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์การลงทุนในเทคโนโลยี AI ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด
(จำนวนคำประมาณ 728 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)