แอนโทรปิกและโอเพ่นเอไอหารือกับผู้นำศาสนาเพื่อขอคำแนะนำด้านจริยธรรมในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์
บริษัทแอนโทรปิก (Anthropic) และโอเพ่นเอไอ (OpenAI) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชั้นนำสองแห่ง ได้จัดการประชุมหารือกับผู้นำศาสนาจากหลายศาสนา เพื่อขอคำปรึกษาและแนวทางด้านจริยธรรมในการพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่ปลอดภัยและสอดคล้องกับค่านิยมของมนุษยชาติ การริเริ่มครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองบริษัทในการจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจาก AI โดยนำมุมมองทางศาสนาและปรัชญามาเป็นแนวทางสำคัญในการกำหนดนโยบายและการกำกับดูแล
การประชุมของแอนโทรปิก: รอบโต๊ะสนทนาหลายศาสนา
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2567 แอนโทรปิกได้จัดการ “รอบโต๊ะสนทนาหลายศาสนา” (multi-faith roundtable) ที่สำนักงานใหญ่ในซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา โดยมีผู้นำศาสนาจากศาสนาคริสต์ อิสลาม พุทธ ฮินดู และยูดาย เข้าร่วมประมาณ 12-15 คน การประชุมนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสำรวจมุมมองทางศาสนาต่อความเสี่ยงของ AI การจัดลำดับความสำคัญ (prioritization) การกำกับดูแล (governance) และการสร้างความไว้วางใจในสังคม
ผู้เข้าร่วมประกอบด้วยบุคคลสำคัญ เช่น
- สมเด็จพระราชาคณะฝ่ายมหานิกาย (Theravada Buddhist leader)
- พระสงฆ์เถรวาทจากพม่า
- รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยอัล-อซฮาร์ (Al-Azhar University) จากอียิปต์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาอิสลาม
- แรบไบ (Rabbi) จากชุมชนยิวในซานฟรานซิสโก
- นักบวชฮินดูจากสมาคมเวดานตะ (Vedanta Society)
- นักศาสนศาสตร์คริสต์จากนิกายต่างๆ
ดารา ออนนี (Dario Amodei) ซีอีโอของแอนโทรปิก กล่าวในที่ประชุมว่า “เราต้องการเข้าใจว่าศาสนาต่างๆ คิดอย่างไรเกี่ยวกับ AI และเราหวังว่าจะได้รับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์” การสนทนาครอบคลุมหัวข้อสำคัญ เช่น ความเสี่ยงจากการใช้ AI ในทางที่ผิด จริยธรรมในการพัฒนาโมเดล AI ขนาดใหญ่ และบทบาทของศาสนาในการกำหนดมาตรฐานสากล
ผู้นำศาสนาแต่ละท่านนำเสนอมุมมองที่หลากหลาย สมเด็จพระราชาคณะฝ่ายมหานิกายเน้นย้ำถึงหลักพุทธศาสนาเรื่อง “สัมมาอาชีวะ” (right livelihood) ซึ่งหมายถึงการประกอบอาชีพที่ไม่เบียดเบียนผู้อื่น โดยเปรียบเทียบกับการพัฒนา AI ที่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม พระสงฆ์เถรวาทจากพม่าเสนอแนวคิด “เมตตา” (loving-kindness) เพื่อให้ AI มีความเมตตาต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ
จากฝั่งอิสลาม รองอธิการบดีอัล-อซฮาร์กล่าวถึงหลัก “มะกอศิดอัช-ชะรีอะฮ์” (Maqasid al-Shariah) ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ของกฎหมายอิสลามในการปกป้องศาสนา ชีวิต ทรัพย์สิน สติปัญญา และเชื้อสาย โดยชี้ว่า AI ต้องถูกกำกับดูแลเพื่อไม่ให้ละเมิดหลักการเหล่านี้ แรบไบจากชุมชนยิวอ้างอิงถึงค่านิยมยูดายเรื่อง “ติกคุน โอลัม” (Tikkun Olam) หรือการซ่อมแซมโลก ซึ่งหมายถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อประโยชน์ส่วนรวม นักบวชฮินดูนำเสนอแนวคิด “อหิงสา” (non-violence) และ “ธัมมะ” (dharma) เพื่อให้ AI สอดคล้องกับกฎแห่งกรรม
การประชุมนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของแอนโทรปิก โดยก่อนหน้านี้บริษัทได้จัดกิจกรรมคล้ายกันกับผู้นำคริสต์ เช่น การประชุมกับนักศาสนศาสตร์คาทอลิกและโปรเตสแตนต์ ซึ่งช่วยหล่อหลอมนโยบายด้านความปลอดภัยของบริษัท
การประชุมของโอเพ่นเอไอ: มุ่งเน้นศาสนาคริสต์
ก่อนหน้านั้น โอเพ่นเอไอได้จัดการประชุมคล้ายคลึงกันเมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 โดยเชิญผู้นำคริสต์จากนิกายคาทอลิก โปรเตสแตนต์ และออร์โธด็อกซ์ เข้าร่วมที่สำนักงานในซานฟรานซิสโก การสนทนาเน้นประเด็นจริยธรรม AI ความรับผิดชอบของมนุษย์ต่อพระเจ้า และการป้องกันการใช้ AI ในทางที่ผิดศีลธรรม
ตัวแทนจากโอเพ่นเอไอระบุว่า การหารือกับผู้นำศาสนาช่วยให้บริษัทเข้าใจมุมมองทางจริยธรรมที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ AI กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วและอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงระดับโลก เช่น การแพร่กระจายข้อมูลเท็จ การตัดสินใจอัตโนมัติที่ขาดมนุษยธรรม หรือแม้กระทั่งสถานการณ์ “การสูญสิ้นมนุษยชาติ” (existential risk) ที่ทั้งสองบริษัทให้ความสำคัญ
ความสำคัญของการมีส่วนร่วมทางศาสนาในการกำกับดูแล AI
การริเริ่มเหล่านี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความกังวลทั่วโลกเกี่ยวกับ AI โดยทั้งแอนโทรปิกและโอเพ่นเอไอเป็นบริษัทที่เน้น “การจัดแนว AI” (AI alignment) ซึ่งหมายถึงการทำให้ AI ทำงานสอดคล้องกับเจตนารมณ์มนุษย์ การนำผู้นำศาสนามามีส่วนร่วมช่วยเติมเต็มช่องว่างระหว่างเทคโนโลยีกับค่านิยมทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นสิ่งที่กฎหมายและกฎระเบียบเพียงอย่างเดียวอาจไม่ครอบคลุม
ดารา ออนนี ยังชี้ให้เห็นว่า ศาสนาเหล่านี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานในการจัดการประเด็นจริยธรรมที่ซับซ้อน และสามารถให้คำแนะนำที่ช่วยหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดในอนาคต นอกจากนี้ การประชุมยังเปิดโอกาสให้ผู้นำศาสนาเสนอแนะการศึกษาเปรียบเทียบระหว่าง AI กับตำนานทางศาสนา เช่น การเปรียบเทียบ AI กับ “โกเล็ม” (Golem) ในคติยูดาย หรือ “จินน์” (Jinn) ในอิสลาม ซึ่งช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหา
ทั้งสองบริษัทคาดหวังว่าการสนทนาครั้งนี้จะนำไปสู่การพัฒนานโยบายที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในด้านการทดสอบความปลอดภัย การเปิดเผยข้อมูล และการมีส่วนร่วมของสาธารณะ แม้จะยังไม่มีข้อสรุปที่เป็นรูปธรรม แต่ถือเป็นก้าวสำคัญในการรวมศาสนาเข้ากับการกำกับดูแลเทคโนโลยีสมัยใหม่
(จำนวนคำประมาณ 750 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)