ศาลอุทธรณ์สหรัฐปฏิเสธคำร้องของแอนโธรปิกในการยกเลิกการขึ้นบัญชีดำของเพนตากอน
ในวันที่ 22 ตุลาคม 2567 ศาลอุทธรณ์สหรัฐในเขตที่ 4 ได้ตัดสินปฏิเสธคำร้องของบริษัทแอนโธรปิก (Anthropic) ผู้พัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ Claude ซึ่งขอให้ศาลสั่งห้ามกระทรวงกลาโหมสหรัฐ (เพนตากอน) ในการขึ้นบัญชีดำบริษัทดังกล่าวชั่วคราว คำตัดสินนี้ยืนยันการตัดสินของศาลเขตที่ปฏิเสธคำขอทุลักการห้ามชั่วคราว (preliminary injunction) เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้แอนโธรปิกยังคงถูกขึ้นบัญชีเป็นผู้รับผิดชอบที่ไม่มีสิทธิ์รับสัญญาจากเพนตากอน เว้นแต่จะได้รับการยกเว้นเป็นพิเศษ
ประเด็นข้อพิพาทนี้เกิดขึ้นจากนโยบายของแอนโธรปิกที่ประกาศชัดเจนตั้งแต่ปี 2566 ว่าบริษัทจะไม่รับสัญญาจากหน่วยงานทหารหรือรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอาวุธหรือระบบที่อาจนำไปใช้ในทางทหาร เนื่องจากภารกิจหลักของบริษัทมุ่งเน้นไปที่การพัฒนา AI ที่ปลอดภัยและเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการนำ AI ไปใช้ในด้านการทำลายล้าง แอนโธรปิกได้แจ้งให้เพนตากอนทราบอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2567 ว่าบริษัทจะไม่ยื่นประมูลสัญญาใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงกลาโหมอีกต่อไป
หลังจากนั้น เพนตากอนได้ขึ้นบัญชีแอนโธรปิกในระบบ “รายชื่อผู้รับผิดชอบที่ไม่มีสิทธิ์” (Ineligible List) ของหน่วยงานรับผิดชอบการจัดซื้อจัดจ้างกลาโหม (Defense Logistics Agency) เมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 การขึ้นบัญชีดังกล่าวหมายความว่าแอนโธรปิกจะไม่สามารถรับสัญญาใหม่จากเพนตากอนได้ เว้นแต่จะได้รับการอนุมัติยกเว้นจากผู้มีอำนาจ ซึ่งถือเป็นมาตรการทางปกครองที่เพนตากอนใช้กับผู้ประกอบการที่ไม่ยอมเข้าร่วมประมูลสัญญา แอนโธรปิกมองว่านโยบายนี้ขัดต่อสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและการตัดสินใจทางธุรกิจ โดยอ้างว่าการถูกขึ้นบัญชีเป็นการลงโทษที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
แอนโธรปิกได้ยื่นฟ้องเพนตากอนต่อศาลเขตเวอร์จิเนียตะวันออกในเดือนมิถุนายน 2567 โดยขอให้ศาลสั่งยกเลิกการขึ้นบัญชีและห้ามเพนตากอนดำเนินการดังกล่าวชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ศาลเขตได้ปฏิเสธคำขอทุลักการห้ามชั่วคราว โดยระบุว่าแอนโธรปิกมีโอกาสสำเร็จในคดีหลักน้อยมาก (unlikely to succeed on the merits) เนื่องจากเพนตากอนมีอำนาจตามกฎหมายในการกำหนดคุณสมบัติผู้รับสัญญา และการตัดสินใจของแอนโธรปิกเองที่ไม่ยื่นประมูลสัญญาเป็นเหตุผลที่ชอบด้วยกฎหมาย
ศาลอุทธรณ์เขตที่ 4 ได้ยืนยันคำตัดสินดังกล่าว โดยในคำพิพากษาที่เขียนโดยผู้พิพากษา A. Marvin Quattlebaum Jr. ศาลชี้แจงว่าการขึ้นบัญชีของเพนตากอนไม่ใช่การลงโทษสำหรับการแสดงความเห็นต่อต้านการทหาร แต่เป็นผลจากการที่แอนโธรปิกไม่ยอมปฏิบัติตามกระบวนการประมูลสัญญาตามกฎหมาย联邦 (federal procurement statutes) ศาลยกตัวอย่างว่ากฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องแจ้งล่วงหน้า หากไม่ประสงค์จะรับสัญญา แต่แอนโธรปิกเลือกที่จะแจ้งหลังจากกระบวนการเริ่มต้นแล้ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจัดหาของรัฐบาล นอกจากนี้ ศาลยังระบุว่าการที่แอนโธรปิกเคยรับเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐผ่านสัญญากับหน่วยงานอื่นๆ เช่น DARPA (หน่วยงานโครงการวิจัยขั้นสูงด้านกลาโหม) แสดงให้เห็นว่าบริษัทเคยมีส่วนร่วมกับโครงการรัฐบาลมาก่อน
แอนโธรปิกแถลงหลังคำตัดสินว่า บริษัทผิดหวังกับการตัดสินนี้ แต่ยืนยันว่าจะดำเนินคดีต่อไป โดยชี้ว่าการขึ้นบัญชีดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตและอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขครั้งแรกที่คุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออก ด้านเพนตากอนยังไม่แสดงความเห็นโดยตรง แต่ตัวแทนจากกระทรวงกลาโหมยืนยันว่าการขึ้นบัญชีเป็นไปตามนโยบายมาตรฐานเพื่อรักษาความมั่นคงในการจัดหาเทคโนโลยีให้กับกองทัพสหรัฐ
เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความตึงเครียดระหว่างบริษัทเทคโนโลยี AI ที่มีจุดยืนด้านจริยธรรมกับความต้องการของรัฐบาลสหรัฐในการพัฒนา AI สำหรับการทหาร ซึ่งเพนตากอนได้ทุ่มงบประมาณมหาศาลกว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีงบประมาณ 2567 เพื่อจัดหา AI แอนโธรปิกไม่ใช่รายแรกที่ปฏิเสธสัญญาทหาร โดยก่อนหน้านี้ OpenAI ก็เคยปรับนโยบายจากเดิมที่ห้ามใช้ในทางทหาร แต่ปัจจุบันยอมรับสัญญากับเพนตากอนในบางกรณีที่ไม่ใช่การพัฒนาอาวุธ
คำตัดสินของศาลอุทธรณ์นี้ถือเป็นชัยชนะชั่วคราวของเพนตากอนในการบังคับให้ผู้ประกอบการ AI เข้าร่วมกระบวนการประมูลสัญญา และอาจส่งผลกระทบต่อบริษัทอื่นๆ ที่มีนโยบายคล้ายคลึงกันในอนาคต แอนโธรปิกมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาสหรัฐ แต่โอกาสสำเร็จอาจต่ำ เนื่องจากคดีนี้เกี่ยวข้องกับดุลยพินิจทางปกครองของหน่วยงานรัฐ
(จำนวนคำประมาณ 728 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)