CEO Microsoft Nadella บอกผู้จัดการว่า การรวม Gmail กับ Outlook ของ Copilot ‘ไม่ทำงานจริง ๆ’ และก้าวเข้าไปแก้ไขด้วยตัวเอง

ซีอีโอไมโครซอฟต์ สатья นาเดลลา ชี้ปัญหาการรวมระบบ Copilot กับ Gmail และ Outlook ไม่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และลงมือแก้ไขด้วยตนเอง

ในที่ประชุมผู้บริหารทั้งองค์กร (all-hands meeting) ล่าสุดของไมโครซอฟต์ สатья นาเดลลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ได้แสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับปัญหาการรวมระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) Copilot เข้ากับแอปพลิเคชันอีเมลยอดนิยมอย่าง Gmail และ Outlook โดยระบุว่าการรวมระบบเหล่านี้ยังไม่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามที่คาดหวัง นาเดลลายังประกาศว่าจะลงมือแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยตนเอง เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น

Copilot ซึ่งเป็นผู้ช่วย AI ที่พัฒนาโดยไมโครซอฟต์ เป็นเครื่องมือหลักที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของบริษัท เช่น Microsoft 365 โดยเฉพาะฟีเจอร์การสรุปอีเมล การร่างข้อความตอบกลับ และการจัดการกล่องจดหมาย ซึ่งถูกนำเสนอเป็นจุดขายสำคัญในการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง Google Workspace อย่างไรก็ตาม นาเดลลาได้วิจารณ์ว่าการรวมระบบกับ Gmail ซึ่งเป็นบริการอีเมลของกูเกิลนั้น มีปัญหาหลายประการ โดยเฉพาะการสรุปเนื้อหาอีเมลที่ไม่แม่นยำและไม่ครอบคลุม ทำให้ผู้ใช้ไม่ได้รับประโยชน์สูงสุด

นาเดลลาอธิบายในที่ประชุมว่า “การรวมระบบ Copilot กับ Gmail ในปัจจุบันยังไม่ดีพอ” โดยยกตัวอย่างว่าฟีเจอร์สรุปอีเมลมักให้ผลลัพธ์ที่สั้นเกินไปและขาดรายละเอียดสำคัญ เช่น ไม่สามารถจับประเด็นหลักของการสนทนาที่ยาวได้อย่างถูกต้อง หรือไม่สามารถเชื่อมโยงบริบทจากอีเมลหลายฉบับเข้าด้วยกัน สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าฟีเจอร์ดังกล่าว “ไม่ทำงานจริงๆ” (don’t really work) ซึ่งเป็นคำพูดที่เขาใช้โดยตรงเพื่อเน้นย้ำปัญหา

นอกจากนี้ การรวมระบบกับ Outlook ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในบ้านของไมโครซอฟต์เอง ก็เผชิญปัญหาคล้ายคลึงกัน โดยนาเดลลาชี้ว่าการทำงานของ Copilot ใน Outlook ยังไม่ราบรื่น เช่น การร่างอีเมลตอบกลับที่ไม่ตรงตามสไตล์การสื่อสารของผู้ใช้ หรือการจัดการงานที่ล่าช้าเนื่องจากข้อจำกัดทางเทคนิค เขายังเปิดเผยว่าปัญหาเหล่านี้เกิดจากการพัฒนาที่กระจัดกระจาย โดยทีมงานต่างๆ ไม่ได้ประสานงานกันอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การอัปเดตฟีเจอร์ล่าช้าและไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้จริง

เพื่อแก้ไขสถานการณ์ นาเดลลาได้ประกาศริเริ่มโครงการใหม่โดยตรง โดยตั้งทีมงานพิเศษภายใต้การกำกับดูแลของตนเอง เพื่อปรับปรุงการรวมระบบเหล่านี้ให้ทำงานได้ดีขึ้นภายในระยะเวลาอันสั้น เขาระบุว่าจะ “รีเซ็ต” (restart) โครงการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาประสบการณ์ผู้ใช้ (user experience) ที่แท้จริง โดยเฉพาะการทำให้ Copilot สามารถเข้าใจบริบทการสนทนาอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น เช่น การวิเคราะห์โทนเสียงของอีเมล การเชื่อมโยงกับปฏิทิน และการแนะนำการกระทำถัดไปที่ชาญฉลาด

คำประกาศของนาเดลลานี้เกิดขึ้นท่ามกลางความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของ Copilot ต่อไมโครซอฟต์ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ AI นี้เป็นหัวใจหลักในการผลักดันรายได้จากบริการคลาวด์ Azure และ Microsoft 365 ซึ่งมีผู้ใช้งานหลายร้อยล้านคนทั่วโลก การลงทุนใน Copilot สูงถึงหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคาดว่าจะสร้างรายได้เพิ่มอีกหลายหมื่นล้านดอลลาร์ในอนาคต อย่างไรก็ตาม หากฟีเจอร์พื้นฐานอย่างการรวมระบบอีเมลไม่ทำงานได้ดี ก็จะกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าและการแข่งขันกับ Google Gemini หรือผู้ช่วย AI อื่นๆ

นาเดลลายังเน้นย้ำในที่ประชุมว่าผู้บริหารทุกระดับต้องให้ความสำคัญกับ “end-to-end experiences” หรือประสบการณ์แบบครบวงจร โดยไม่ใช่แค่การพัฒนาเทคโนโลยีอย่างโดดเดี่ยว แต่ต้องทดสอบกับผู้ใช้จริงเพื่อให้แน่ใจว่าทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เขาเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของไมโครซอฟต์ เช่น Teams ที่ได้รับการพัฒนาจนประสบความสำเร็จหลังจากปรับปรุงหลายครั้ง และคาดหวังให้ Copilot จะตามรอยในทิศทางเดียวกัน

ข้อมูลนี้มาจากการบันทึกที่ประชุมที่รั่วไหลออกมา ซึ่งได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวภายในไมโครซอฟต์หลายรายการ สะท้อนถึงสไตล์การนำของนาเดลลาที่มักวิจารณ์ปัญหาอย่างเปิดเผยเพื่อกระตุ้นทีมงานให้ปรับปรุงอย่างรวดเร็ว ในอดีต เขาเคยลงมือแก้ไขปัญหาใหญ่ๆ ด้วยตนเอง เช่น การพลิกฟื้น Azure หรือการรวม OpenAI เข้ากับผลิตภัณฑ์ของบริษัท

การเคลื่อนไหวครั้งนี้คาดว่าจะนำไปสู่การอัปเดต Copilot ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะเวอร์ชันที่รองรับ Gmail และ Outlook ได้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งผู้นำด้าน AI ในตลาดองค์กร ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าหากประสบความสำเร็จ จะช่วยเพิ่มอัตราการใช้งาน Copilot ใน Microsoft 365 จากระดับปัจจุบันที่ยังต่ำกว่าที่คาดหวัง

โดยสรุป การแทรกแซงโดยตรงของนาเดลลาแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไมโครซอฟต์ในการทำให้ Copilot เป็นผู้ช่วย AI ที่แท้จริงสำหรับผู้ใช้ธุรกิจ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทในยุค AI

(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)