ChatGPT เพิ่มฟีเจอร์ควบคุมโทนเสียง: OpenAI เปิดตัวตัวเลือกการปรับแต่งส่วนบุคคลใหม่
OpenAI ได้นำเสนอฟีเจอร์การปรับแต่งส่วนบุคคลใหม่สำหรับ ChatGPT ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถกำหนดโทนเสียงและรูปแบบการตอบสนองของปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น ฟีเจอร์ดังกล่าวปรากฏในส่วนการตั้งค่าของ ChatGPT ภายใต้หัวข้อ “Personalization” โดยผู้ใช้สามารถเลือกโทนเสียงจากตัวเลือกที่หลากหลาย เช่น Formal (เป็นทางการ), Casual (ไม่เป็นทางการ), Concise (กระชับ), Friendly (เป็นมิตร) และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งช่วยให้การโต้ตอบกับ ChatGPT สอดคล้องกับบริบทการใช้งานส่วนบุคคลหรือทางธุรกิจได้อย่างเหมาะสม
การอัปเดตนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการให้ AI ตอบสนองในลักษณะที่เฉพาะเจาะจง เช่น การสื่อสารในที่ทำงานที่ต้องรักษาความเป็นมืออาชีพ หรือการสนทนาแบบสบายๆ ในชีวิตประจำวัน ผู้ใช้สามารถสลับโทนเสียงเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็วผ่านการตั้งค่า โดยไม่จำเป็นต้องระบุคำสั่งซ้ำในทุกการสนทนา ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน
นอกจากนี้ OpenAI ยังได้ปรับปรุงฟีเจอร์ Custom Instructions ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ผู้ใช้สามารถกำหนดคำสั่งที่กำหนดเองเพื่อปรับแต่งพฤติกรรมของ ChatGPT ได้ละเอียดยิ่งกว่าเดิม เช่น การกำหนดรูปแบบการตอบที่ชัดเจน หลีกเลี่ยงคำศัพท์บางประเภท หรือเน้นการให้ข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักการทางธุรกิจ ฟีเจอร์นี้ทำงานร่วมกับระบบความจำ (Memory) ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ซึ่งช่วยให้ ChatGPT จดจำความชอบของผู้ใช้ข้ามการสนทนาหลายเซสชัน โดยไม่ต้องแจ้งเตือนซ้ำๆ ทำให้การใช้งานต่อเนื่องและราบรื่นยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ใช้ระดับ ChatGPT Plus, Team และ Enterprise ฟีเจอร์เหล่านี้พร้อมใช้งานแล้ว โดยกำลังทยอยเปิดให้ผู้ใช้ฟรีในเร็วๆ นี้ การทดสอบเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่าฟีเจอร์โทนเสียงช่วยปรับปรุงคุณภาพการตอบสนองได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องการความถูกต้องและความเหมาะสมทางวัฒนธรรม OpenAI ระบุว่าการปรับแต่งเหล่านี้ใช้กับโมเดล GPT-4o ซึ่งเป็นโมเดลหลักในการขับเคลื่อน ChatGPT ในปัจจุบัน
ในส่วนของการใช้งานจริง ผู้ใช้สามารถเข้าถึงการตั้งค่าได้โดยคลิกที่ชื่อผู้ใช้ในแถบด้านข้าง จากนั้นเลือก “Settings” และเลื่อนลงไปยัง “Personalization” ที่นี่จะมีตัวเลือก “Tone” ที่ให้เลือกจากรายการที่กำหนดไว้ล่วงหน้า หรือสร้างโทนที่กำหนดเองผ่าน Custom Instructions ตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้เลือกโทน “Professional” ChatGPT จะตอบสนองด้วยภาษาที่สุภาพ เป็นระบบ และหลีกเลี่ยงการใช้สแลงหรืออิโมติคอนที่ไม่เหมาะสม ในทางตรงกันข้าม โทน “Casual” จะทำให้การสนทนาดูเป็นกันเองมากขึ้น เหมาะสำหรับการใช้งานส่วนตัว
ฟีเจอร์นี้ยังเชื่อมโยงกับ Projects ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับจัดการงานหลายโครงการ ผู้ใช้สามารถกำหนดโทนเสียงเฉพาะสำหรับแต่ละโครงการได้ ทำให้เหมาะสำหรับทีมงานที่ต้องการความสอดคล้องในการสื่อสาร เช่น ในโครงการที่ต้องรายงานต่อผู้บริหารด้วยโทนที่เป็นทางการ หรือ brainstorm ไอเดียด้วยโทนที่ผ่อนคลาย นอกจากนี้ ระบบความจำที่ปรับปรุงใหม่ช่วยให้ ChatGPT สามารถเรียกคืนข้อมูลจากความชอบที่เคยตั้งค่าไว้ โดยผู้ใช้สามารถดูและจัดการข้อมูลที่ถูกจดจำได้ผ่านการตั้งค่า เพื่อความโปร่งใสและควบคุมได้เต็มที่
OpenAI เน้นย้ำว่าการอัปเดตนี้มุ่งหวังให้ ChatGPT เป็นผู้ช่วยที่ปรับตัวได้ตามผู้ใช้แต่ละคน โดยไม่สูญเสียความสามารถหลักในการประมวลผลภาษาธรรมชาติ ผลจากการทดสอบภายในพบว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่รายงานว่าการตอบสนองมีความเกี่ยวข้องและน่าพึงพอใจมากขึ้น โดยเฉพาะในบริบททางธุรกิจที่ต้องการความแม่นยำสูง การเปิดตัวฟีเจอร์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในตลาด AI โดย OpenAI มุ่งรักษาความเป็นผู้นำด้วยการปรับปรุงที่ตอบโจทย์ผู้ใช้จริง
ผู้ใช้ที่สนใจสามารถเริ่มใช้งานได้ทันที หากเป็นสมาชิก Plus, Team หรือ Enterprise โดยตรวจสอบการอัปเดตในแอปพลิเคชันเว็บหรือแอปมือถือ สำหรับผู้ใช้ฟรี ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก OpenAI เพื่อไม่พลาดการเปิดตัว การปรับแต่งเหล่านี้ไม่เพียงช่วยยกระดับประสิทธิภาพ แต่ยังเสริมสร้างความไว้วางใจในการใช้งาน AI ในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่หลากหลาย
(จำนวนคำประมาณ 728 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)