แอนโทรปิกขอคำแนะนำจากผู้นำคริสเตียนเกี่ยวกับพฤติกรรมทางศีลธรรมและจิตวิญญาณของ Claude

แอนโทรปิกขอคำปรึกษาจากผู้นำคริสเตียนเกี่ยวกับพฤติกรรมทางศีลธรรมและจิตวิญญาณของเคลาด์

บริษัทแอนโทรปิก (Anthropic) ผู้พัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชื่อเคลาด์ (Claude) ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการด้านความปลอดภัย AI ได้ดำเนินการติดต่อผู้นำคริสเตียนชั้นนำเพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับพฤติกรรมทางศีลธรรมและจิตวิญญาณของระบบ AI ของตน โดยการริเริ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการขยายขนาดอย่างรับผิดชอบ (Responsible Scaling Policy: RSP) ที่มุ่งลดความเสี่ยงร้ายแรงจาก AI

แอนโทรปิกได้ส่งแบบสอบถามไปยังนักคิด นักเทววิทยา และผู้นำคริสเตียนที่มีชื่อเสียง เพื่อรวบรวมมุมมองเกี่ยวกับวิธีที่เคลาด์ควรตอบสนองต่อคำถามที่เกี่ยวข้องกับศรัทธาและศีลธรรม แบบสอบถามประกอบด้วยคำถามที่ละเอียด เช่น “เคลาด์ควรสนับสนุนการอธิษฐานหรือไม่?” “เคลาด์ควรพูดถึงบาปอย่างไร?” “หากผู้ใช้กล่าวว่าเยซูไม่ใช่พระเจ้า เคลาด์ควรตอบอย่างไร?” และ “เคลาด์ควรสนับสนุนให้ผู้ใช้อ่านพระคัมภีร์หรือไม่?” คำถามเหล่านี้ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น การยอมรับพระคัมภีร์ไบเบิลในฐานะพระวจนะของพระเจ้า การให้คำแนะนำทางจิตวิญญาณ การหลีกเลี่ยงการกล่าวหาว่าศาสนาคริสต์เป็นเรื่องหลอกลวง และการจัดการกับคำถามเกี่ยวกับการกลับใจ การให้อภัยบาป และชีวิตนิรันดร์

การดำเนินการนี้สะท้อนถึงแนวทาง “รัฐธรรมนูญ AI” (Constitutional AI) ของแอนโทรปิก ซึ่งเป็นกระบวนการฝึกอบรม AI โดยใช้หลักการทางศีลธรรมที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ AI สร้างการตอบสนองที่สอดคล้องกับค่านิยมเหล่านั้น โดยไม่ต้องพึ่งพาการแทรกแซงจากมนุษย์ในระดับใหญ่ นโยบาย RSP ของบริษัทกำหนดเกณฑ์การขยายขนาดโมเดล AI โดยพิจารณาความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่ภัยพิบัติ เช่น การใช้ AI ในทางที่ผิดด้านชีวภาพหรือทางทหาร ดังนั้น การขอคำปรึกษาจากกลุ่มศาสนาจึงเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดหลักการเหล่านี้ให้ครอบคลุมมิติทางจิตวิญญาณ

แอนโทรปิกไม่ได้จำกัดการปรึกษาเฉพาะคริสเตียนเท่านั้น แต่ได้ติดต่อกลุ่มศาสนาอื่นๆ ด้วย เช่น ผู้นำมุสลิมและพุทธศาสนิกชน เพื่อให้เกิดความสมดุลและครอบคลุมมุมมองหลากหลาย ตัวอย่างเช่น พวกเขาได้สอบถามผู้นำมุสลิมเกี่ยวกับการกล่าวถึงอัลลอฮ์ โมหัมหมัด และอัลกุรอาน รวมถึงประเด็นการอธิษฐานและการถือศีลอด ในส่วนของพุทธศาสนา คำถามมุ่งเน้นไปที่การให้คำแนะนำเกี่ยวกับกรรม กรรมฐาน และการหลุดพ้นจากวัฏสงสาร

ผลตอบรับจากผู้นำคริสเตียนส่วนใหญ่เป็นบวก รัสเซลล์ มัวร์ (Russell Moore) บรรณาธิการบริหารของคริสเตียนทูเดย์ (Christianity Today) แสดงความยินดีที่แอนโทรปิกให้ความสำคัญกับศาสนา โดยระบุว่า “AI ไม่ควรถูกมองข้ามประเด็นศาสนา” เขาเห็นด้วยกับแนวคิดที่ว่าเคลาด์ควรยอมรับพระคัมภีร์ไบเบิลและสนับสนุนการอ่านพระคัมภีร์ รวมถึงให้คำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับพระเยซูในฐานะพระเจ้า นอกจากนี้ แอนดรูว์ วิลสัน (Andrew Wilson) นักเทววิทยาจาก King’s College London ก็ตอบรับเชิญ โดยยกย่องแอนโทรปิกที่ “คิดเรื่องนี้อย่างจริงจัง”

อย่างไรก็ตาม มีเสียงคัดค้านบางส่วน เช่น เควิน เดอวอง (Kevin DeYoung) นักเทศน์ชื่อดังจาก Christ Covenant Church ได้ปฏิเสธที่จะตอบแบบสอบถาม โดยมองว่าเป็นการไม่เหมาะสมที่ AI จะให้คำแนะนำทางจิตวิญญาณ เขาเปรียบเทียบว่า “เหมือนกับการให้หุ่นยนต์เทศนา” และตั้งคำถามถึงเจตนาของแอนโทรปิกในการพัฒนา AI ที่มี “บุคลิกทางจิตวิญญาณ”

ดาริโอ อาโมเดอี (Dario Amodei) ซีอีโอของแอนโทรปิก เน้นย้ำถึงความสำคัญของมิติทางจิตวิญญาณในการพัฒนา AI โดยกล่าวในพอดแคสต์ว่า “เราต้องการให้ AI เข้าใจและเคารพศาสนา เนื่องจากศาสนาเป็นส่วนสำคัญของชีวิตมนุษย์” เขายังแสดงความกังวลเกี่ยวกับ AI ที่อาจถูกใช้เพื่อบ่อนทำลายศรัทธา เช่น การสร้างเนื้อหาต่อต้านศาสนาหรือหลอกลวงผู้เชื่อ

การริเริ่มนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับอคติทางศาสนาใน AI โมเดลอื่นๆ เช่น ChatGPT ของ OpenAI ที่เคยถูกวิจารณ์ว่ามีอคติต่อคริสเตียน แอนโทรปิกมุ่งหวังว่าการขอคำปรึกษาจะช่วยให้เคลาด์กลายเป็น AI ที่เคารพศรัทธาและหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดพลาดทางศีลธรรม นอกจากนี้ บริษัทยังวางแผนเผยแพร่ผลการสำรวจเพื่อความโปร่งใส สอดคล้องกับหลักการ RSP ที่กำหนดให้มีการรายงานความเสี่ยงอย่างสาธารณะ

ในภาพรวม การดำเนินการของแอนโทรปิกแสดงถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนา AI ที่ไม่เพียงแต่ปลอดภัยทางเทคนิคเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงผลกระทบทางสังคมและจิตวิญญาณ โดยการรวมมุมมองจากผู้นำศาสนาจะช่วยกำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับอุตสาหกรรม AI ในยุคที่เทคโนโลยีเหล่านี้แทรกซึมเข้ากับชีวิตประจำวันของมนุษย์มากขึ้น

(จำนวนคำ: 728)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)