CryptoMixer.io และการยึดทรัพย์สินมูลค่า 23 ล้านฟรังก์สวิส
ในวันที่ 10 ตุลาคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจนครซูริก (Kantonspolizei Zürich) ร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ ได้ดำเนินการตรวจค้นและยึดทรัพย์สินดิจิทัลและสินทรัพย์อื่นๆ มูลค่ารวมกว่า 23 ล้านฟรังก์สวิส (ประมาณ 24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จากบริการผสมเงินคริปโตเคอร์เรนซีชื่อ CryptoMixer.io ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน การดำเนินการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการปราบปรามบริการผสมคริปโตที่ผิดกฎหมายในระดับนานาชาติ
CryptoMixer.io เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ให้บริการผสมหรือ “มิกเซอร์” สกุลเงินดิจิทัล โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการทำให้ธุรกรรมคริปโตเคอร์เรนซีไม่สามารถติดตามได้ บริการดังกล่าวรองรับสกุลเงินหลัก เช่น Bitcoin (BTC), Ethereum (ETH), Litecoin (LTC), Monero (XMR), Zcash (ZEC) และ USDT บนเครือข่าย TRON ผู้ใช้สามารถฝากเงินคริปโตเข้าไปในระบบ ซึ่งจะถูกผสมกับเงินจากผู้ใช้รายอื่นเพื่อทำลายเส้นทางการติดตาม จากนั้นจึงถอนเงินออกมาในรูปแบบที่ยากต่อการตรวจสอบที่มา แพลตฟอร์มนี้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการบริการในอัตราตั้งแต่ 1% ถึง 5% ขึ้นอยู่กับระดับการผสมและตัวเลือกเพิ่มเติม เช่น การเพิ่ม “สกปรก” (dirty coins) เพื่อเพิ่มความซับซ้อนในการตรวจสอบ
ตามข้อมูลจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย CryptoMixer.io ได้ประมวลผลธุรกรรมมูลค่ากว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐตั้งแต่เริ่มดำเนินการ โดยมีปริมาณธุรกรรม Bitcoin เพียงอย่างเดียวเกิน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แพลตฟอร์มนี้ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่กลุ่มอาชญากรไซเบอร์ กลุ่มแฮกเกอร์ และผู้กระทำผิดกฎหมายอื่นๆ ใช้ในการฟอกเงินจากกิจกรรมผิดกฎหมาย เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ การฉ้อโกง และการค้าของผิดกฎหมาย
การตรวจค้นครั้งใหญ่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายประเทศ โดยตำรวจนครซูริกเป็นผู้นำปฏิบัติการหลัก ร่วมกับตำรวจสหพันธ์สวิส (fedpol), อัยการเขตแฟรงก์เฟิร์ต (Staatsanwaltschaft Frankfurt), หน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของเยอรมนี (ZIT), Europol, และหน่วยงานอื่นๆ จากโรมาเนียและสหรัฐอเมริกา ในสวิส เจ้าหน้าที่ได้บุกค้นสถานที่พักอาศัยและสำนักงานในเขตซูริกและใกล้เคียง ยึดกระเป๋าเงินคริปโต (crypto wallets) ที่มีมูลค่าสูง รถยนต์หรูหลายคัน ทองคำ นาฬิกาหรู และสินทรัพย์อื่นๆ รวมมูลค่า 23 ล้านฟรังก์สวิส นอกจากนี้ ยังมีการยึดเซิร์ฟเวอร์ของ CryptoMixer.io ที่โฮสต์อยู่ในโรมาเนีย โดยสำนักงานปราบปรามอาชญากรรมและการก่อการร้าย (DIICOT) ของโรมาเนีย ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญในปฏิบัติการนี้
ผู้ต้องสงสัยหลักคือชายสวิสวัย 30 ปีจากพื้นที่รอบนครซูริก ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ดำเนินการและเจ้าของแพลตฟอร์ม CryptoMixer.io เขาถูกจับกุมและสอบสวนในข้อหาร้ายแรงหลายประการ รวมถึงการฟอกเงิน การช่วยเหลืออาชญากรรม และการดำเนินธุรกิจที่ละเมิดกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลจากการสืบสวนที่ยาวนานหลายเดือน โดยเจ้าหน้าที่สามารถติดตามธุรกรรมคริปโตที่ไหลผ่าน CryptoMixer.io และเชื่อมโยงกลับไปยังผู้ต้องสงสัยได้ แม้แพลตฟอร์มจะใช้เทคนิคการทำให้ธุรกรรมไม่สามารถติดตามได้ก็ตาม
การยึดเซิร์ฟเวอร์ในโรมาเนียถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เนื่องจาก CryptoMixer.io ใช้โครงสร้างเซิร์ฟเวอร์กระจายตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ แต่หน่วยงานระหว่างประเทศสามารถประสานงานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้แพลตฟอร์มหยุดชะงักทันที เว็บไซต์ CryptoMixer.io ถูกปิดการใช้งาน และผู้ใช้ไม่สามารถเข้าถึงบริการได้อีก นอกจากนี้ ปฏิบัติการยังเชื่อมโยงกับการสอบสวนคดีอื่นๆ ในเยอรมนีและสหรัฐอเมริกา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้บริการมิกเซอร์ในการฟอกเงินจากคดีแฮกเกอร์และการฉ้อโกงขนาดใหญ่
เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วโลกในการต่อสู้กับบริการผสมคริปโตเคอร์เรนซีที่ผิดกฎหมาย ซึ่งถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “เครื่องมือฟอกเงิน” (money laundering tools) โดยหน่วยงานอย่าง Financial Action Task Force (FATF) และ Office of Foreign Assets Control (OFAC) ของสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ บริการมิกเซอร์ชื่อดังอย่าง Tornado Cash และ Blender.io ก็ถูกคว่ำบาตรและปิดตัวลงเช่นกัน ทำให้อาชญากรหันมาใช้ CryptoMixer.io เป็นทางเลือก แต่การจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าความร่วมมือระหว่างประเทศสามารถเอาชนะเทคโนโลยีการพรางตัวได้
ทางการสวิสยืนยันว่าจะดำเนินการสอบสวนต่อไป เพื่อกู้คืนทรัพย์สินที่ถูกยึดและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด การกระทำดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงจากการฟอกเงินในระบบการเงินดิจิทัล แต่ยังเสริมสร้างความเชื่อมั่นในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีที่ถูกกฎหมาย โดยเน้นย้ำว่าธุรกรรมที่โปร่งใสและปฏิบัติตามกฎระเบียบ KYC/AML เป็นพื้นฐานสำคัญของอุตสาหกรรมนี้
(จำนวนคำ: 728)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)